ตอนที่ 3

กว้านซื้อเสบียง

1,813 คำ~10 นาที
เงื่อนไขการอัปเกรดจากเลเวล 3 เป็นเลเวล 4 คือต้องมีตัวอย่างพืชและสัตว์ที่แตกต่างกัน 10,000 ชนิด จะเป็นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือมาทั้งตัวก็ได้ จี้เหอจ้องมองตัวเลข '10,000 ชนิด' บนหน้าจอพลางรู้สึกใจสั่นระรัวในอก... มิติเอ๋ย เจ้าช่างไม่รู้อนาถาทางการเงินของเจ้านายเอาเสียเลย! นี่มันกะจะซ้ำเติมครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้วให้ดิ่งลงเหวชัดๆ! หรือมันจะบีบให้เธอต้องเลือกเส้นทางสายมืดกันแน่ ด้วยสภาพของเธอในตอนนี้ จะไปหาตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเป็นหมื่นชนิดมาจากไหนได้? เธอจึงตัดสินใจข้ามมันไปก่อน ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วอ่านรายละเอียดหัวข้อถัดไปทันที ในเลเวล 3 เวลาที่สามารถอยู่ในมิติได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 ชั่วโมงต่อวัน เรื่องนี้ทำให้จี้เหออารมณ์ดีขึ้นมาก พื้นที่เก็บของก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว จนซาลาเปาไม่กี่ลูกที่เหลือจากมื้อเที่ยงที่วางอยู่ในนั้นดูเล็กลดฮวบจนน่าสงสาร จี้เหอเดินยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี พลางหยิบซาลาเปาที่ยังอุ่นอยู่ออกมากินระหว่างทาง รสชาติของมันช่างทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน หากย้อนกลับไปในชาติก่อน เธอไม่ค่อยได้กินซาลาเปาบ่อยนักหรอก ชีวิตเด็กกำพร้ามันไม่ได้ง่าย เธอต้องกระเบียดกระเสียรเก็บเงินทั้งค่าเทอมและค่ากินอยู่ ปกติแล้วมักจะกินแต่หมั่นโถวคู่กับซุปฟรีในโรงอาหาร เพื่อนร่วมชั้นก็ไม่ได้นิสัยแย่อะไร พวกเขาไม่เคยดูถูกเธอ แถมยังมักจะชวนเธอไปสังสรรค์ด้วยเสมอ ทว่าแม้จะเป็นการแชร์ค่าใช้จ่ายเท่าๆ กัน แต่หลังจากไปได้ไม่กี่ครั้งเธอก็เริ่มแบกรับไม่ไหว สุดท้ายจึงต้องปฏิเสธไปตรงๆ บ่อยครั้งเข้าเพื่อนๆ ก็เลิกชวนไปเองโดยปริยาย จี้เหอขึ้นรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าตรงไปยังสถานีรถไฟ เพื่อจับรถเที่ยวกลางคืนกลับไปยังเมือง H ซึ่งเป็นเมืองที่เจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่ เมื่อถึงเมือง H ก็เป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว ข้างนอกยังคงมืดมิด ความมืดมักมาพร้อมกับอันตราย จี้เหอไม่อยากเสี่ยง อีกอย่างเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะสว่างแล้ว เธอจึงตัดสินใจไม่เดินทางต่อ แต่เลือกที่จะงีบหลับที่สถานีรถไฟรอจนเช้าเพื่อจะมุ่งหน้าไปยังตลาดค้าส่งทันที การนอนครั้งนี้ไม่สู้ดีนัก จี้เหอจะสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน ในที่สุดก็ถึงเวลาหกโมงเช้า เธอไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น พลางลองเก็บน้ำเข้าสู่พื้นที่เก็บของในมิติ ผลปรากฏว่าน้ำที่เข้าไปจะรวมตัวกันเป็นก้อนกลมโดยไม่หกเลอะเทอะ นี่ช่วยประหยัดเงินค่าซื้อถังเก็บน้ำไปได้อีกโข! พอออกจากสถานีรถไฟ จี้เหอก็มุ่งหน้าไปยังเต็นท์รถเช่าทันที ช่วงไม่กี่วันนี้เธอต้องซื้อของจำนวนมาก ถ้าไม่มีรถคงไม่สะดวกแน่ หลังจากเดินเข้าไปต่อรองราคาและแกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อขอความเห็นใจ ในที่สุดเธอก็ได้เช่ารถสามล้อเครื่องสภาพเก่ากึกแบบมีกระบะหลังมาในราคาเงินประกัน 2,000 หยวน และค่าเช่าวันละ 80 หยวน แม้สีจะหลุดลอกไปบ้าง แต่พอลองขับดูแล้วยังใช้งานได้ก็นับว่าไม่เลว ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเช่ารถยนต์หรอกนะ แต่เจ้าของร่างเดิมเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะและยังไม่มีใบขับขี่ เธอจึงกลัวว่าถ้าขับออกถนนไปไม่นานคงถูกตำรวจจราจรจับก่อนแน่นอน จี้เหอขี่รถสามล้อตรงไปยังตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น แม้มิติของเธอจะปลูกผักได้ แต่กว่าผักจะโตเธอก็ต้องมีอะไรกินประทังชีวิตไปก่อน เมื่อถึงตลาด เธอรีบมุ่งตรงไปยังโซนผักสด แม้จะเป็นช่วงเช้าตรู่ แต่ตลาดค้าส่งกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างซื้อของกันทีละมากๆ ปริมาณที่จี้เหอซื้อจึงไม่ถือเป็นจุดเด่นอะไร เธอไม่ได้ซื้อสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เลือกเฉพาะผักที่ใช้ทำกินได้บ่อยๆ เช่น ผักใบเขียวต่างๆ ผักกาดหอม ปวยเล้ง กวางตุ้ง ผักบุ้ง ฟักเขียว ฟักทอง รากบัว มันฝรั่ง มันเทศ ต้นหอม ขิง กระเทียม และหัวไชเท้าชนิดต่างๆ โดยสั่งมาอย่างละ 15 กิโลกรัม เธอตั้งใจจะซื้อให้พอจนกว่าผักในมิติจะโตพร้อมเก็บเกี่ยว โดยพื้นฐานแล้วผักอะไรที่มีขายในตลาด เธอจะซื้อมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยจนครบ สรุปแล้วเสียเงินไป 1,500 หยวน ตลาดแห่งนี้ยังมีผักที่เธอไม่เคยเห็นอีกหลายชนิด ตอนซื้อเธอแกล้งทำอาชีพสงสัยแล้วขอเจ้าของร้านมาอย่างละต้นเพื่อไปลองทำกิน ซึ่งเจ้าของร้านใจดีก็ยกให้เธอฟรีๆ สรุปแล้วนอกจากผักที่ซื้อมา เธอยังได้ตัวอย่างพืชจากที่ขอมาเพิ่มอีกกว่า 10 ชนิด เมื่อซื้อผักเสร็จ จี้เหอขับรถออกมาหาที่ลับตาคนเพื่อเก็บผักเข้ามิติ ก่อนจะขี่วนกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง เธอผ่านโซนผลไม้และหมดเงินไปอีก 1,000 หยวน เมื่อเทียบกับผักแล้ว ผลไม้ถือว่าราคาไม่ถูกเลย ขนาดซื้อในตลาดค้าส่ง เงิน 1,000 หยวนยังซื้อได้แค่สิบกว่าลัง แถมยังได้แต่ผลไม้พื้นๆ เท่านั้น หลังจากได้ผลไม้ครบ จี้เหอก็มุ่งหน้าไปยังโซนธัญพืช โซนนี้คนเยอะจนแทบไม่มีที่ยืน เธอไม่ได้รีบร้อนตัดสินใจ แต่แอบเดินตามดูคนอื่นว่าเขาซื้อกันอย่างไร จนสุดท้ายก็ได้ร้านที่เจ้าของดูซื่อสัตย์ร้านหนึ่ง เธอเลือกข้าวสารกระสอบละ 25 กิโลกรัม และแป้งสาลีกระสอบละ 25 กิโลกรัม อย่างละ 10 กระสอบ ส่วนพวกบะหมี่แห้ง เส้นหมี่ วุ้นเส้น อย่างละ 50 กิโลกรัม ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วดำ ข้าวดำ ข้าวเหนียว และถั่วเหลือง อย่างละ 25 กิโลกรัม น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันถั่วเหลือง จัดมาอีกอย่างละ 70 แกลลอน เนื่องจากพวกข้าวและถั่วต่างๆ มิติของเธอสามารถปลูกเองได้จึงไม่ได้ซื้อมาตุนมากนัก แต่น้ำมันพืชนั้นขั้นตอนการทำมันยุ่งยากเกินไป เธอจึงตัดสินใจซื้อตุนไว้เยอะหน่อย รวมแล้วเธอเสียเงินไปประมาณ 25,000 หยวน สาเหตุหลักๆ คือน้ำมันที่ราคาค่อนข้างสูง หลังจากต่อรองกับเถ้าแก่เนี้ยอยู่พักใหญ่ แม้จะไม่ได้ส่วนลดเป็นตัวเงิน แต่ก็ได้ของแถมเป็นข้าวฟ่างถุงใหญ่ 2 ถุง และข้าวเหนียวเหลืองอีก 1 ถุง ระหว่างที่รอเจ้าของร้านจัดของ จี้เหอปลีกตัวไปที่โซนเครื่องปรุงรสที่อยู่ข้างๆ ที่นี่คนเยอะไม่แพ้กัน ทันทีที่เดินเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยมาเตะจมูก พร้อมกับไหขนาดใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่บนพื้น จี้เหอไม่มีความรู้เรื่องนี้มากนัก สุดท้ายจึงเลือกเดินเข้าร้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุด “สวัสดีค่ะเถาแก่เนี้ย ซีอิ๊วกับน้ำส้มสายชูขายยังไงคะ?” เถ้าแก่เนี้ยยุ่งจนแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง “ป้ายราคาติดไว้หมดแล้ว ดูเอาเองเลยนะ ขั้นต่ำ 2,000 หยวนขึ้นไป ไม่ลดราคาแล้วนะ” พูดจบเธอก็หันไปตะโกนสั่งคนข้างใน “ใครว่างอยู่รีบไปส่งของเร็วเข้า ซูเปอร์มาร์เก็ตไป่ลี่โทรตามตั้งหลายรอบแล้ว!” “ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!” จี้เหอเห็นว่าพนักงานกำลังยุ่งจึงเดินสำรวจเองก่อน ราคาที่นี่ถูกจริงๆ โดยพื้นฐานจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสามของราคาตามห้างสรรพสินค้า เพียงแต่ไม่ขายปลีกเท่านั้น มีทั้งน้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูจากข้าว เกลือ ซีอิ๊ว เหล้าปรุงอาหาร ซอสหอยนางรม น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลกรวด ยี่หร่า พริกไทยเม็ด โป๊ยกั๊ก อบเชย และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเทศหลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวัน แต่ละอย่างมีทั้งเกรดสูง กลาง ต่ำ น้ำส้มสายชูหมักแบบที่ถูกที่สุดขนาด 500 มิลลิลิตร ราคาแค่ 2 หยวนนิดๆ เท่านั้น จี้เหอตั้งใจจะซื้อไปกินเอง เธอจึงไม่ได้เลือกแบบที่ถูกที่สุดแต่เลือกเกรดที่ขยับขึ้นมาหน่อย หลังจากเดินดูจนครบรอบหนึ่ง เธอจึงบอกเถ้าแก่เนี้ยที่ยังง่วนอยู่กับงานว่า “ซีอิ๊ว เหล้าปรุงอาหาร น้ำส้มสายชู และเหล้าขาว เอาอย่างละ 250 กิโลกรัม น้ำตาลแดง น้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลเหลือง เอาอย่างละ 150 กิโลกรัม ผงชูรส ซอสหอยนางรม ผงพะโล้ ผงพริกไทยหอม ผงพริกไทย ผงพริก พริกไทยเม็ด ใบกระวาน ยี่หร่า เบกกิ้งโซดา และน้ำมันงา อย่างละ 5 กิโลกรัม ส่วนเกลือเอา 800 กิโลกรัมค่ะ” จี้เหอคำนวณดูแล้ว ปริมาณขนาดนี้ต่อให้ภัยพิบัติไม่มาจริงๆ เธอก็คงกินไปได้จนตาย ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียของ เถ้าแก่เนี้ยจดรายการลงกระดาษยิบยับ พลางนำเสนอของเพิ่มไม่หยุดปาก “น้ำพริก เต้าหู้เหม็น เต้าหู้ยี้ เอาด้วยไหม? พวกนี้ขายดีมากเลยนะ” “เอาค่ะ จัดมาอย่างละ 20 กระปุก แล้วเพิ่มซอสโต้วปั้นเจี้ยงด้วยนะคะ” เมื่อเถ้าแก่เนี้ยคำนวณยอดทั้งหมดเสร็จก็ยื่นใบเสร็จให้จี้เหอ เธอตรวจทานตัวเลขอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าแล้วโอนเงินไป ค่าเครื่องปรุงรสทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 18,000 หยวน เถ้าแก่เนี้ยเห็นว่าจี้เหอเป็นลูกค้าหน้าใหม่และคิดจะมัดใจลูกค้าไว้ “ฉันแถมแกงกะหรี่ก้อนให้ลังหนึ่งกับน้ำซอสปรุงรสอีกลังหนึ่งแล้วกันนะ ถ้ากินดีคราวหน้ากลับมาอุดหนุนใหม่ล่ะ” “ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะเถ้าแก่เนี้ย ที่ร้านมีเครื่องปรุงเยอะขนาดนี้ ช่วยแถมพวกตัวอย่างเครื่องปรุงที่ฉันไม่ได้ซื้อติดไปให้ลองหน่อยได้ไหมคะ?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV