ตอนที่ 2
พบกันอีกครั้ง
2,303 คำ~12 นาที
“ขอบคุณนะ”
หลังจากที่กู้ อีเฉิงช่วยเธอเก็บสัมภาระเรียบร้อย หญิงสาวก็หันมาส่งยิ้มหวานให้เขาหนึ่งที
เขาเกาหัวแก้เก้อด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเธอต่างหากที่ช่วยเขาไว้ก่อน แต่สุดท้ายคำขอบคุณกลับกลายเป็นเธอที่พูดขึ้นมาก่อน
“ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ”
กู้ อีเฉิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเหลือบไปมองที่ข้อมือของหญิงสาว “ข้อมือคุณโอเคไหมครับ?”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
หลังจากการสนทนาสั้นๆ กู้ อีเฉิงก็สวมที่ปิดตาลงอีกครั้ง เตรียมจะงีบหลับต่อ ส่วนหญิงสาวก็กอดกระเป๋าผ้าใบเอาไว้แล้วค่อยๆ หลับตาลงเช่นกัน บนกระเป๋ามีตุ๊กตาปลาตัวน้อยห้อยอยู่ มันแกว่งไปมาดูราวกับกำลังว่ายอยู่ในอากาศ
การเดินทางจากหลงหว่านไปยังเต๋อเจียงใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินแลนดิ้งถึงสนามบินนานาชาติเต๋อเจียงในตอนเที่ยงวัน
“ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”
จู่ๆ กู้ อีเฉิงที่กำลังหลับอยู่ก็รู้สึกเหมือนถูกเขย่าตัว เขาจึงดึงที่ปิดตาออกแล้วลืมตาขึ้นดู ก็พบว่าเป็นเฟ่ย หาวที่มาปลุก
“แล้วหญิงสาวคนนั้นล่ะ?”
เฟ่ย หาวกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นเงาของเธอแล้ว
“น่าจะลงเครื่องไปแล้วมั้ง”
กู้ อีเฉิงขยี้ตาที่ยังงัวเงียอยู่พลางบิดขี้เกียจและหาวออกมาหนึ่งที
“ขอวีแชทมาหรือเปล่า?” เฟ่ย หาวถาม
“จะขอวีแชทไปทำไม?”
เฟ่ย หาวถึงกับพูดไม่ออก เขาคอตกด้วยความไม่เข้าใจ นี่กู้ อีเฉิงถามเขาว่าขอวีแชทไปทำไมเนี่ยนะ! น่าโมโหชะมัด
“นี่มันวาสนาส่งมาถึงหน้าบ้านแล้วนะ แกยังไม่อยากจะเปิดประตูรับอีก!”
“ถอดหูฟังบลูทูธของแกออกไปเถอะ ในเมื่อไม่มี ‘วาสนา’ ( - คล้องจองกับเสียงคำว่าสัญญาณเสียง)!”
“ผู้หญิงสวยขนาดนั้น! หัดรุกบ้างสิแก!” เฟ่ย หาวพูดด้วยความรู้สึกที่อยากจะตีเหล็กให้เป็นเหล็กจริงๆ
“สวยจริงๆ แหละ ดูเป็นสเปกที่อาเฉิงน่าจะชอบเลยนะ”
โอวหยาง เสี่ยวเหมิงที่ยืนอยู่ข้างเฟ่ย หาวเอ่ยเสริมขึ้นมา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเมื่อครู่ เธอก็แอบเหล่มองหญิงสาวคนนั้นอยู่เหมือนกัน รู้สึกว่าดูเหมาะสมกับกู้ อีเฉิงไม่น้อย
พอลืมตาขึ้นมาก็ถูกเพื่อนสนิทรุมสวดชุดใหญ่ กู้ อีเฉิงตอนนี้ยังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง เขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
“หน้าตาก็แค่ส่วนเสริม ความเหมาะสมกันต่างหากที่สำคัญที่สุด”
ตอนนี้เขาปล่อยวางเรื่องความรักไปมากแล้ว ให้เขาไปไล่ตามจีบสาวน่ะเหรอ สู้ให้เขาไปตายซะยังดีกว่า
คนเคยโดนงูกัด ก็ย่อมระแวงเชือกเป็นธรรมดา
“แกไม่ลองคบดูก่อนจะรู้ได้ไงว่าไม่เหมาะ?”
เฟ่ย หาวมองดูท่าทางถือตัวของกู้ อีเฉิงแล้วขัดใจ แต่เขาก็หวังให้เพื่อนสนิทคนนี้ก้าวข้ามเงาในอดีตได้สักที อุตส่าห์เป็นห่วงจนแทบตายแต่เจ้าตัวกลับไม่ใส่ใจเลย ทำเอาเขาโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“พอๆ เลิกพูดได้แล้ว คนเขาไปหมดแล้ว”
กู้ อีเฉิงลุกขึ้นเตรียมหยิบกระเป๋าเป้เพื่อลงจากเครื่อง ในจังหวะที่กวาดสายตาไปเห็นบางอย่างใต้ที่นั่งข้างๆ เขาจึงก้มลงเก็บ ปรากฏว่าเป็นตุ๊กตาปลาตัวน้อย
เมื่อมองดูตุ๊กตาที่น่ารักเช่นนี้ กู้ อีเฉิงเดาว่าเจ้าของต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงนี้ที่ทำหล่นไว้
โอวหยาง เสี่ยวเหมิงเห็นก่อนใคร จึงพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ของหญิงสาวคนนั้นแน่ๆ!”
เฟ่ย หาวที่เพิ่งบ่นพึมพำอยู่เมื่อครู่พอเห็นตุ๊กตาปลาในมือของกู้ อีเฉิงก็เข้าใจทันที
“รออะไรเล่า! รีบวิ่งไปตามสิ! แกไม่ใช่คนวิ่งเก่งเหรอ?”
กู้ อีเฉิงเป็นคนชอบวิ่งระยะไกล ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปวิ่งที่ลานกีฬาของมหาลัยหรือสวนสาธารณะใกล้ๆ ครั้งละสิบกิโลเมตร ดังนั้นร่างกายของเขาจึงฟิตกว่าคนทั่วไป
“อาเฉิง ในกลุ่มเราสามคนแกวิ่งเร็วสุดแล้ว เอาไปคืนให้เขาเถอะ”
โอวหยาง เสี่ยวเหมิงก็ช่วยกระตุ้นอีกแรง พอเห็นโอกาสที่สถานการณ์จะพลิกผัน เธอก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
กู้ อีเฉิงนิ่งไป สายตามองเพื่อนทั้งสองด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เขานึกในใจว่า สองคนนี้ดันหลังเขาสุดตัวจริงๆ เขาเพิ่งเก็บตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมาได้ไม่ถึงสามวินาทีเลยนะ!
กู้ อีเฉิงมองตุ๊กตาปลาในมือ มันถูกทำออกมาอย่างประณีตดูเหมือนงานฝีมือ ถ้าเจ้าของทำหายคงจะเสียดายแย่
เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะเอาไปคืน
“ก็ได้ งั้นเดี๋ยวผมเอาไปคืนให้”
พูดจบเขาก็รีบคว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งตามออกไปทันที
เฟ่ย หาวตะโกนไล่หลังมาด้วยความตื่นเต้น “เดี๋ยวฉันถือกระเป๋าเดินทางให้ แกไปเลย ไปเจอกันที่ทางออก!”
การสนับสนุนจากเพื่อนคนนี้ถือว่าจริงใจสุดๆ โอวหยาง เสี่ยวเหมิงมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มพอใจ
ตามมาด้วยเฟ่ย หาวที่รีบเสริมประโยคกวนๆ ขึ้นมาอีกว่า “อย่าลืมขอวีแชทเขานะเว้ย!”
กู้ อีเฉิงได้ยินแล้วแทบจะสะดุดล้มจนทรงตัวไม่อยู่ ได้แต่บ่นอุบในใจ: น่ารำคาญชะมัด
ด้วยความที่เป็นคนวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ กู้ อีเฉิงจึงฝ่าฝูงชนไปได้อย่างรวดเร็ว แต่โชคร้ายที่คนเยอะเหลือเกิน จนกระทั่งวิ่งไปถึงทางออกเขาก็ไม่พบหญิงสาวคนนั้นแล้ว
สุดท้ายทำได้เพียงยืนรอเฟ่ย หาวและโอวหยาง เสี่ยวเหมิงอยู่ที่จุดนัดพบ
ไม่นานทั้งคู่ก็วิ่งตามมา
“คนล่ะ? หาเจอไหม?” เฟ่ย หาวหอบหายใจพลางถามอย่างรีบร้อน
เขาลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่คนละใบในมือทั้งสองข้าง แถมยังมีกระเป๋าใบโตสะพายหลังอีกใบ เพิ่งจะรีบออกมาจากจุดรับกระเป๋า
กู้ อีเฉิงแบมือทั้งสองข้างออกมาพลางเอียงคอ เป็นสัญญาณว่าไม่เจอ
พอได้ยินแบบนั้น ทั้งเฟ่ย หาวและโอวหยาง เสี่ยวเหมิงต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“เห็นไหมล่ะ สวรรค์เปิดโอกาสให้แล้วแต่แกมันไม่เอาถ่านเอง ไม่ให้โอกาสครั้งที่สองแล้วสินะ”
“นี่ฉันอุตส่าห์ลากกระเป๋าหนักๆ จากสายพานมาให้แกนะเนี่ย คิดว่ามันง่ายเหรอ?”
“นั่งเครื่องตั้งสองชั่วโมงครึ่ง แกก็เอาแต่นอนรวดเดียวเลยนะ!”
“แค่ขอวีแชทมันใช้เวลาถึงหนึ่งนาทีเหรอไง?”
“แกคิดว่าวาสนาเป็นสิ่งที่เดินมาหาแกสามครั้งเหมือนตำนานเล่าขานหรือไง!”
เฟ่ย หาวพูดไปก็ยิ่งโกรธ เขาโยนกระเป๋าเดินทางของเพื่อนมาให้แล้วยังแถมด้วยการเตะหนึ่งทีเพื่อระบายอารมณ์
“กระเป๋าก็ลากไปเองสิ!”
กระเป๋าเดินทางผู้โชคร้ายถูกส่งมาอยู่แทบเท้า กู้ อีเฉิงได้แต่ยืนยิ้มเจื่อนๆ
เพื่อนตัวเอง จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องทนไป
กู้ อีเฉิงมองดูตุ๊กตาปลาในมือ นิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ของตัวเอง
ทั้งสามคนลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน เตรียมตัวเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยของตนเอง
ถึงแม้กู้ อีเฉิงจะสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ อย่างมหาวิทยาลัยเต๋อเจิ้งได้ แต่เนื่องจากตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเขตตัวเมือง พื้นที่จึงไม่ได้กว้างขวางนัก แถมยังไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปรอบๆ ได้ บวกกับปีนี้ทางมหาวิทยาลัยมีการรับนักศึกษาเพิ่ม ทำให้หอพักนักศึกษาไม่เพียงพอ ซึ่งหมายความว่านักศึกษาบางส่วนจำเป็นต้องเช่าหอพักอยู่ข้างนอก
สุดท้าย ทางมหาวิทยาลัยจึงใช้วิธีจับสลากโดยอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตัดสินว่านักศึกษา 10% จะต้องออกไปเช่าที่พักข้างนอก และคณะที่กู้ อีเฉิงเรียนอยู่ก็โชคร้ายที่ติดอยู่ในกลุ่ม 10% นั้นพอดี
แม้ทางมหาวิทยาลัยจะมอบเงินช่วยเหลือค่าเช่าที่พักให้เดือนละ 1,000 หยวน แต่ในเมืองใหญ่ที่ทุกตารางนิ้วมีค่าอย่างเต๋อเจียง เงิน 1,000 หยวนแทบจะไม่ครอบคลุมค่าเช่าที่พักเลย นักศึกษาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมกู้ อีเฉิงถึงมาถึงเต๋อเจียงก่อนกำหนดหนึ่งวัน
ก็ต้องมาหาที่พักน่ะสิ!
ไม่งั้นเปิดเทอมได้นอนข้างถนนกันพอดี
ส่วนมหาวิทยาลัยฮุยเหยาที่เฟ่ย หาวและโอวหยาง เสี่ยวเหมิงเรียนอยู่ เนื่องจากอยู่ไกลจากใจกลางเมือง การขยายพื้นที่จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่และมีหอพักเพียงพอสำหรับนักศึกษา
เมื่อทั้งสองรู้ว่ากู้ อีเฉิงจำเป็นต้องหาที่พักข้างนอก จึงได้มาถึงเต๋อเจียงก่อนหนึ่งวันเช่นกัน ตั้งใจว่าหลังจากกลับไปวางสัมภาระที่หอพักตัวเองแล้ว จะมาช่วยกู้ อีเฉิงหาที่พัก
รถไฟใต้ดินเคลื่อนตัวไปทีละสถานี ไม่นานก็ถึงสถานีที่กู้ อีเฉิงต้องเปลี่ยนสาย
หลังจากร่ำลาเพื่อนทั้งสอง กู้ อีเฉิงก็ลงจากรถไฟเพื่อเตรียมเปลี่ยนสาย
บนรถไฟใต้ดิน กู้ อีเฉิงเปิดแอปพลิเคชันหาบ้านเช่าที่โหลดไว้ ราคาที่เห็นทำเอาเขาต้องสูดปากด้วยความตกใจ
“ทำไมแค่วันเดียวราคาถึงขึ้นขนาดนี้ล่ะ!”
เนื่องจากจำนวนนักศึกษาที่ต้องการเช่าที่พักมีมาก แต่ที่พักรอบๆ มหาวิทยาลัยมีจำกัด ตอนนี้จึงเป็นช่วงที่อุปสงค์มากกว่าอุปทานอย่างแท้จริง เจ้าของหอพักขึ้นราคากันเป็นเรื่องปกติ
ค่าเช่าห้องแบบเหมาทั้งห้องนั้นแพงกว่าการเช่าแบบอยู่ร่วมกับคนอื่นมาก ในฐานะนักศึกษา กู้ อีเฉิงจึงเลือกแบบหารค่าห้อง เพื่อที่จะได้ประหยัดเงินได้บ้าง
หลังจากรีบเลือกที่พักที่ถูกใจได้หนึ่งแห่ง พอลงจากสถานีรถไฟใต้ดิน กู้ อีเฉิงก็รีบติดต่อเจ้าของหอพักทันที นัดแนะกันว่าจะไปเจอกันที่หน้าโครงการ
กู้ อีเฉิงถือโทรศัพท์ดูแผนที่พลางกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นก็เผลอเดินชนเข้ากับหญิงสาวที่เดินสวนมาเข้าเต็มเปา
“อ๊ะ!”
หญิงสาวถูกชนจนล้มลงไปกับพื้น
กู้ อีเฉิงเองก็เซถลา โทรศัพท์ในมือหลุดกระเด็นไป
เขาไม่ทันได้สนใจโทรศัพท์ของตัวเอง รีบเข้าไปดูหญิงสาวที่ล้มลงไปก่อน
“คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ ผมมัวแต่ก้มดูแผนที่อยู่เลยไม่ทันมอง”
กู้ อีเฉิงรีบนั่งยองๆ ลงไปช่วยเก็บของที่กระจัดกระจายออกจากกระเป๋าของหญิงสาวพลางกล่าวขอโทษ
“คุณ?”
กู้ อีเฉิงก้มหน้าก้มตาเก็บของให้โดยยังไม่ทันได้เงยหน้ามองหน้าอีกฝ่าย ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงที่ดูตกใจเล็กน้อยของอีกฝ่าย กู้ อีเฉิงก็เงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ แล้วเขาก็พบว่าอีกฝ่ายคือหญิงสาวคนเดียวกับที่เจอในเครื่องบินนั่นเอง!
“เป็นคุณจริงๆ ด้วย!”
“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมรีบไปหน่อยเลยเดินชนคุณเข้า คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นออกจากตัว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงเอ่ยถาม “จริงสิ ในเครื่องบินคุณเห็นตุ๊กตาปลาตัวน้อยบ้างไหมคะ?”
กู้ อีเฉิงได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าตุ๊กตาปลานั่นยังอยู่ในกระเป๋าของเขาเอง
เขาคืนกระเป๋าที่จัดของเสร็จแล้วให้หญิงสาว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกบนพื้นขึ้นมาใส่กระเป๋ากางเกง แล้วรีบหยิบตุ๊กตาปลาออกมาจากกระเป๋าเป้ส่งให้เธอ
“อันนี้หรือเปล่าครับ?”
“ใช่ค่ะ!”
หญิงสาวรับมาด้วยความดีใจแล้วยิ้ม “ขอบคุณมากนะคะ ฉันกำลังคิดอยู่เลยว่าจะบอกน้องสาวว่ายังไงดีว่าทำตุ๊กตาปลาที่น้องให้มาหายไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอที่คุณเก็บไว้ได้”
“ไม่เป็นไรครับ ตอนนั้นผมตั้งใจจะวิ่งเอาไปคืนให้คุณแล้ว แต่หาตัวคุณไม่เจอ”
กู้ อีเฉิงเกาหัวยิ้มแห้งๆ เขาอุตส่าห์โดนเฟ่ย หาวสวดไปตั้งนานเพราะตุ๊กตาตัวนี้แท้ๆ...
แต่ก็นะ ช่างบังเอิญจริงๆ ที่แยกจากกันที่สนามบินแล้วยังจะมาเจอกันอีกที่มุมถนนแบบนี้
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน