ตอนที่ 1
แรกพบ
1,829 คำ~10 นาที
“ขอโทษนะ อาเฉิง แม่เราไม่ให้เรามีความรักก่อนอายุยี่สิบ”
นั่นคือคำตอบที่กู้ อีเฉิง ได้ยินมากับหูในคืนวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยจบที่หน้าบ้านของเฉิน เฉิง
ลมเย็นพัดผ่านข้างหู สายฝนพรำพรมลงบนไหล่ หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงก้นบึ้ง ทว่าครึ่งเดือนต่อมาเมื่อเขาเดินทางกลับมาจากเมืองหลงหว่าน เขากลับต้องมาเห็นภาพเฉิน เฉิงกำลังเดินจูงมือหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับฟาน เฉินอวี่บนถนนสายหนึ่ง
วินาทีนั้นเองที่เขารู้ตัวว่าเขาแพ้แล้ว
……
“เรียนผู้โดยสารเที่ยวบิน H0822 มุ่งหน้าสู่เมืองเต๋อเจียง ขณะนี้ทางสายการบินได้เปิดให้เช็คอินแล้วค่ะ”
กู้ อีเฉิงกำมือที่จับคันชักกระเป๋าเดินทางแน่นโดยไม่รู้ตัว
วันนี้เขาต้องจากเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดนี้ไปเสียที แต่ทำไมในใจเขากลับยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่นิดๆ กันนะ?
เขาหันกลับไปมองกลุ่มผู้คนที่พลุกพล่านบริเวณทางเข้าสนามบิน พยายามมองหาเงาร่างที่คุ้นเคยคนนั้น
ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีเพียงรอยยิ้มสมเพชตัวเอง
“ยืนเหม่ออะไรของแกวะ? กำลังจะได้ไปเต๋อเจียงแล้วนะโว้ย ตื่นเต้นหน่อยสิ!”
เฟ่ย หาวจิ้มไปที่จุดจั๊กจี้ของกู้ อีเฉิง เขาได้สติจึงรีบขยับหนีออกไปหนึ่งก้าว
ผู้ร่วมเดินทางไปเต๋อเจียงครั้งนี้ยังมีเฟ่ย หาว และโอวหยาง เสี่ยวเหมิง คู่รักข้าวใหม่ปลามันที่สมหวังสอบติดมหาวิทยาลัยฮุยเหยาได้พร้อมกัน จึงไม่ต้องเผชิญกับความลำบากของรักทางไกลตั้งแต่เริ่มคบกัน
หากจะย้อนกลับไป ตอนที่เฟ่ย หาวเลือกมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้เข้าเรียนที่เดียวกับโอวหยาง เสี่ยวเหมิง เขาถึงกับเลือกยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัยฮุยเหยาที่เกณฑ์รับเข้าต่ำกว่าคะแนนของตัวเองถึงยี่สิบคะแนน ทั้งที่จริงๆ แล้วด้วยคะแนนเท่านี้ เฟ่ย หาวสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเต๋อเจิ้งได้เหมือนกับกู้ อีเฉิงแท้ๆ
ตอนที่เพื่อนฝูงถามเรื่องนี้ว่าเขาเคยเสียดายไหม เฟ่ย หาวเพียงแค่ตอบกลับมาเรียบๆ ว่า “ยี่สิบคะแนนแลกกับการได้เจอโอวหยาง เสี่ยวเหมิงทุกวัน คุ้มจะตายไป”
“ไปกันเถอะ ผ่านด่านตรวจความปลอดภัยกัน”
กู้ อีเฉิงละสายตาที่กำลังมองไปรอบๆ แล้วเดินไปยังจุดตรวจความปลอดภัย
เมื่อขึ้นเครื่องบิน ที่นั่งของเฟ่ย หาวและโอวหยาง เสี่ยวเหมิงอยู่ติดกัน ส่วนกู้ อีเฉิงได้นั่งในที่นั่งริมหน้าต่างอีกฝั่ง
กู้ อีเฉิงเก็บกระเป๋าเป้ไว้ในช่องเก็บสัมภาระด้านบน รัดเข็มขัดนิรภัยแล้วสวมผ้าปิดตาเตรียมตัวจะนอน เพราะเมื่อคืนนั่งทำดนตรีจนถึงตีสาม ตอนนี้เขาจึงรู้สึกว่าหนังตาหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
เฟ่ย หาวดูตื่นเต้นกับการเดินทางไกลมาก เขาเอาแต่มองไปรอบๆ จนจู่ๆ ก็ดูเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้นเข้า
เขารีบลุกขึ้นผลักกู้ อีเฉิงอย่างแรงด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด
“โอ้โห! ดูนั่นสิ! มีสาวสวยด้วย!”
ทั้งที่กำลังจะหลับอยู่แล้วแท้ๆ กลับถูกเฟ่ย หาวปลุกให้ตื่น กู้ อีเฉิงขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
“อย่าเสียงดัง น่า ขอฉันนอนหน่อย”
ความรักแอบชอบตลอดแปดปีที่ถูกลดทอนค่าจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยคำโกหกเพียงคำเดียว ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจที่ทำให้เขายากจะลืมเลือน สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดตอนนี้คือการปรับอารมณ์ให้เข้าที่เพื่อเตรียมพร้อมรับชีวิตในมหาวิทยาลัย
ความตื่นเต้นของเฟ่ย หาวไม่สามารถเรียกความสนใจจากกู้ อีเฉิงได้ แต่กลับทำเอาโอวหยาง เสี่ยวเหมิงเริ่มของขึ้น
“ไอ้อ้วนบ้า! แกจะทำอะไร!”
มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมไปว่าโอวหยาง เสี่ยวเหมิงนั่งอยู่ข้างๆ เฟ่ย หาวนึกเสียดายในใจ
แต่ทว่าก็สายเกินไปแล้ว ใบหูถูกโอวหยาง เสี่ยวเหมิงหยิกเข้าให้
“โอ๊ย—เจ็บๆๆ!”
เฟ่ย หาวตอนนี้มีปากก็อธิบายไม่ได้ เขาแค่สงสารเพื่อนที่ต้องมานั่งซึมเศร้าเพราะความรักไม่สมหวัง เลยอยากช่วยให้เพื่อนเจอสาวที่ถูกใจไวๆ เท่านั้น
นี่ยังไงล่ะ โอกาสมาถึงแล้ว!
ผู้หญิงคนนั้นน่าจะไปเต๋อเจียงเหมือนกัน แถมยังขึ้นเครื่องจากหลงหว่านเหมือนกันอีก บางทีอาจจะเป็นคนบ้านเดียวกันก็ได้
ถ้าอาเฉิงได้รู้จักกับเขา ความรักครั้งใหม่ไม่ก็เข้ามาหาหรือไงกันนะ?
ก่อนหน้านี้โอวหยาง เสี่ยวเหมิงยังซึ้งใจที่เฟ่ย หาวเขียนจดหมายรักยาวถึงสองหมื่นคำมาสารภาพรัก แถมยังยอมทิ้งมหาวิทยาลัยที่ดีกว่าเพื่อเธอ แต่พอเห็นท่าทางของเขาเมื่อกี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโมโห
โอวหยาง เสี่ยวเหมิงดึงตัวเฟ่ย หาวให้นั่งลงที่เดิม ก่อนจะแอบหันไปมองประตูทางเข้าเครื่องบินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เธอเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงราว 165 เซนติเมตร สวมชุดเดรสสีครีม รูปร่างสมส่วน สะพายกีตาร์ไว้ที่ไหล่และลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินเข้ามา
ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาถึงเอวบาง แววตาดุจจันทร์เสี้ยวเปี่ยมเสน่ห์ ผิวพรรณขาวผุดผ่องดุจหิมะ ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายด้วยออร่าแห่งความมั่นใจและสดใส
หญิงสาวถือตั๋วเครื่องบินเดินหาที่นั่ง แล้วค่อยๆ เดินตรงมาทางพวกเขา
ไม่นานเธอก็เดินมาหยุดข้างๆ กู้ อีเฉิง และนั่งลงในที่นั่งติดกับเขา
เมื่อเห็นสาวสวยมานั่งข้างกู้ อีเฉิงตรงๆ แบบนี้ เฟ่ย หาวก็ยิ่งตื่นเต้น เขาแอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความย้ำเตือนกู้ อีเฉิงรัวๆ
ทว่า กู้ อีเฉิงเปิดโหมดเครื่องบินเอาไว้…
เฟ่ย หาวใจร้อนรนจนแทบบ้า โอกาสมาเคาะประตูถึงที่แล้ว ทำไมไม่เปิดรับซะทีนะ!
วินาทีที่หญิงสาวนั่งลง กู้ อีเฉิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยเข้าจมูก ไม่ได้หอมรุนแรงเหมือนกุหลาบ แต่กลับมีความหวานละมุนมากกว่ากลิ่นดอกพุด ช่างน่าหลงใหลเสียจริง
ภายใต้กลิ่นหอมชวนหลับนั้น ความง่วงก็ถาโถมเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
“ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก!”
เด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่เบาะหลังของกู้ อีเฉิงดูท่าทางจะไม่อยู่นิ่ง เขายกขาทั้งสองข้างขึ้นมาถีบพนักพิงของกู้ อีเฉิงไม่หยุด
กู้ อีเฉิงรู้สึกหงุดหงิดใจ ถอนหายใจในใจคนเดียว จะนอนหลับให้เต็มอิ่มสักตื่นช่างยากเย็นเหลือเกิน
แต่ด้วยความที่เด็กน้อยออกแรงไม่มากนัก แค่ทำให้เขาหลับไม่ได้ เขาจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยไว้
หากไปโต้เถียงเพราะเรื่องแค่นี้ เผื่อเจอผู้ปกครองที่ไม่มีเหตุผลขึ้นมา เขาคงได้โดนตอกกลับยาวเหยียด
เขาพยายามกดอารมณ์ในใจลง ปลอบใจตัวเองว่าเด็กน้อยคงไม่ถีบไปตลอดหรอก เดี๋ยวก็คงหยุดไปเอง
ผ่านไปสิบนาที
“ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก!!”
เจ้าตัวเล็กไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่กลับดูคึกคักกว่าเดิมเสียอีก
กู้ อีเฉิงกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวที่นั่งข้างๆ กลับลุกขึ้นเร็วกว่า จากนั้นเสียงหวานใสก็ดังเข้าหูเขา
“น้องคะ การถีบพนักพิงแบบนี้ คนที่นั่งข้างหน้าเขาจะรู้สึกไม่สบายตัวเอานะคะ”
กู้ อีเฉิงถอดผ้าปิดตาแล้วหันไปมองหญิงสาวที่ช่วยพูดแทนเขา
ผู้ชายที่นั่งข้างเด็กชายมองมาที่เธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ลูกผมแค่แตะเบาๆ เอง คุณจะเรื่องมากทำไม?”
“อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้ถีบพนักพิงคุณสักหน่อยนี่?”
เมื่อตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าคือพวกไร้เหตุผล หญิงสาวจึงขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วย เตรียมจะเอื้อมมือไปกดเรียกแอร์โฮสเตส
ผู้ชายคนนั้นรีบคว้าข้อมือเธอไว้ทันที
“เรื่องขี้ผงแค่นี้ จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?”
เห็นว่าผู้ชายคนนั้นเริ่มลงมือลงไม้ กู้ อีเฉิงก็ลุกขึ้นยืนบ้าง เขาคว้ามือผู้ชายคนนั้นออกแล้วสะบัดทิ้งไปด้านข้าง ก่อนจะมายืนบังหน้าหญิงสาวไว้ สายตาเริ่มเย็นชาขึ้น
“จะทำอะไรครับ?”
“ถ้าคุณไม่รู้ว่าคำว่ามารยาทเขียนยังไง ก็ไปเรียนที่ห้องเรียนของลูกคุณเถอะ แถมยังช่วยคุมลูกให้ตั้งใจเรียนด้วยจะดีมาก”
เด็กชายพอได้ยินก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “พ่อครับ พ่อจะไปเรียนกับผมเหรอ? ดีจัง!”
“หุบปาก!” ผู้ชายคนนั้นโกรธจัด หันไปตวาดลูกชายของตัวเอง แล้วจ้องมองกู้ อีเฉิงด้วยความโกรธเกรี้ยว “อยากตายหรือไง?”
สีหน้าเขาเขียวคล้ำ จ้องเขม็ง แล้วก็พับแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะใช้กำลัง
แต่ทว่าในจังหวะที่กำลังจะลงมือ เขาก็เห็นแอร์โฮสเตสรีบเดินเข้ามา จึงชะงักมือลง
“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณผู้โดยสาร มีอะไรให้ทางเราช่วยเหลือไหมคะ?”
เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างผู้โดยสาร แอร์โฮสเตสจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
กู้ อีเฉิงปรายตามองผู้ชายคนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยย่อ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก แอร์โฮสเตสจึงถามว่าต้องการเปลี่ยนที่นั่งให้ทั้งสองคนหรือไม่
ทั้งกู้ อีเฉิงและหญิงสาวต่างก็เห็นด้วย
ในจังหวะที่เดินออกไป กู้ อีเฉิงอาสาถือสัมภาระให้อีกฝ่ายด้วย
เมื่อเห็นเพื่อนสนิทของตนอาสาช่วยถือกระเป๋าให้หญิงสาว เฟ่ย หาวก็ขยับหัวเข้าไปใกล้หูโอวหยาง เสี่ยวเหมิงแล้วกระซิบเบาๆ
“มีลุ้น!”
“ดูท่าทางแล้วก็น่าจะมีวาสนาต่อกันอยู่นะ” โอวหยาง เสี่ยวเหมิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน