ตอนที่ 3

พบกันอีกครั้ง

1,854 คำ~10 นาที
กริ๊ง! กริ๊ง! ในขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของกู้ อีเฉิงก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นสายจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงรีบกดรับทันที หญิงสาวเห็นเขาติดสายจึงโบกมือลาแล้วเดินจากไป กู้ อีเฉิงมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่ค่อยๆ ห่างออกไป หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ราวกับว่ามีบางอย่างที่เขาควรจะทำ ทว่ายังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงสอบถามจากทางปลายสายก็ดังขึ้น "คุณคะ ถึงไหนแล้วคะ? ฉันอยู่ที่หน้าโครงการเซียนหูแล้วค่ะ" "ครับ รอสักครู่นะครับ ผมกำลังไปเดี๋ยวนี้ครับ" กู้ อีเฉิงวางสาย ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกเดินต่อ ในไม่ช้าเขาก็มาถึงหน้าโครงการและเห็นหญิงสาววัยทำงานในชุดเป็นทางการคนหนึ่งยืนอยู่ข้างกระบะดอกไม้ เธอส่งสายตามองไปรอบๆ สลับกับดูโทรศัพท์มือถือเป็นระยะ กู้ อีเฉิงเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยถาม "ขอโทษนะครับ คุณคือคุณหวังหรือเปล่าครับ?" เมื่อเห็นเด็กหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางมาด้วย หญิงสาวก็เข้าใจในทันที "คุณกู้ใช่ไหมคะ? สวัสดีค่ะ" กู้ อีเฉิงตอบรับสั้นๆ "ไปกันค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปดูห้อง" จากคำบอกเล่าของนายหน้าสาว กู้ อีเฉิงได้รับรู้ว่าหมู่บ้านนี้ชื่อ 'หมู่บ้านเซียนหู' เป็นหมู่บ้านรุ่นแรกๆ ของเมืองเต๋อเจียง ข้อเสียหลักคือไม่มีลิฟต์ ทำให้การเดินขึ้นลงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่าโครงการสร้างใหม่หลายแห่ง หญิงสาวเดินไปพลางแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบไปพลาง ก่อนจะถามปิดท้ายว่า "คุณเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเต๋อเจิ้งใช่ไหมคะ?" กู้ อีเฉิงพยักหน้า ก็แหงล่ะ เขาแบกกระเป๋าเดินทางมาหาห้องพักแถวมหาวิทยาลัยเต๋อเจิ้ง แถมพรุ่งนี้ก็เป็นวันเปิดเทอม ไม่แปลกที่จะถูกเดาออก "ช่วงสองวันนี้มีคนจากมหาวิทยาลัยคุณมาหาเช่าห้องเยอะมากเลยค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีนักศึกษาปีหนึ่งบางส่วนไม่มีหอพักให้อยู่?" เมื่อถูกถามเช่นนี้ กู้ อีเฉิงก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น..." เมื่อห้านาทีก่อน เฟ่ย หาวเพิ่งส่งรูปถ่ายห้องพักในหอมาให้เขาดู ยังมีรูปตรงระเบียงที่ตั้งใจถ่ายเห็นวิวแม่น้ำตรงตึกด้านล่างชัดแจ๋วอีกต่างหาก นั่นมันห้องวิวแม่น้ำของแท้เลย! ทำเอาเขาอิจฉาจนแทบร้องไห้ "ถ้าอย่างนั้นคุณต้องรีบหน่อยแล้วล่ะค่ะ ห้องพักแถวนี้ใกล้จะถูกเช่าหมดแล้ว ห้องที่ฉันพาคุณมาดูวันนี้เป็นห้องท้ายๆ แล้ว ถ้าคุณมาหาเอาช่วงบ่ายก็น่าจะเหลือแค่ห้องที่ห่างออกไปสามกิโลเมตรโน่นเลยค่ะ" เรื่องความเร่งด่วนของที่พักนั้น กู้ อีเฉิงได้ประจักษ์มาตั้งแต่ตอนค้นหาข้อมูลบนรถไฟใต้ดินแล้ว เขาถึงได้รีบร้อนมาที่นี่ถึงขนาดเผลอชนคนเข้าให้ระหว่างทาง ลำพังตัวเขาเองก็ร้อนใจ หากหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้ คืนนี้เขาจะไปอยู่ที่ไหนกัน? ไม่อยากจะนึกภาพว่าต้องนอนข้างถนนในคืนแรกที่มาถึงเมืองเต๋อเจียง มันคงจะพินาศน่าดู ห้องที่กู้ อีเฉิงมาดูเป็นแบบสองห้องนอน ซึ่งหมายความว่าต้องแชร์กับรูมเมต ห้องนอนฝั่งทิศใต้มีคนเช่าไปแล้ว ส่วนห้องที่เขาดูวันนี้คือห้องฝั่งทิศเหนือที่ยังว่างอยู่ ภายในบ้านสะอาดสะอ้านและมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน กู้ อีเฉิงตั้งใจเดินไปดูห้องครัวและพบว่ามันกว้างขวางดี ซึ่งเขาก็พอใจกับมันมาก ห้องนอนของเขามีขนาดประมาณสิบตารางเมตร มีระเบียงเล็กๆ อยู่ห้องหนึ่ง แม้จะเทียบกับระเบียงห้องวิวแม่น้ำของเฟ่ย หาวไม่ได้ แต่ก็ถือว่ายังดีที่อยู่ชั้นสาม เดินออกไปที่ระเบียงยังพอมองเห็นต้นไม้สูงโปร่ง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย "คุณกู้ พอใจไหมคะ?" "ห้องผมพอใจนะครับ แต่ราคาจะลดลงกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ?" กู้ อีเฉิงค่อนข้างชอบห้องนี้ ที่สำคัญคือเดินไปมหาวิทยาลัยเพียงสิบนาที สะดวกต่อการเดินทางมาก ติดตรงที่ค่าเช่าเดือนละสองพันห้าร้อยหยวนนี่สิ ทำเอาเขาแบกรับไม่ไหวเหมือนกัน "คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ สถานการณ์ตอนนี้คุณก็น่าจะรู้ เจ้าของห้องไม่กังวลเลยว่าจะไม่มีคนเช่า เลยไม่ยอมลดราคาให้ค่ะ" กู้ อีเฉิงถอนหายใจเบาๆ ในเมื่อห้องดีๆ เป็นที่ต้องการขนาดนี้ เจ้าของไม่ขึ้นค่าเช่าก็ถือว่าโชคดีแล้ว คิดได้แบบนั้นก็น่าจะสบายใจขึ้นหน่อย "ตกลงครับ ผมเอาห้องนี้" หลังจากเซ็นสัญญากับนายหน้าเสร็จก็เกือบจะสองโมงเย็นแล้ว ท้องของกู้ อีเฉิงเริ่มประท้วงด้วยการส่งเสียงร้องออกมา เขาจัดการเก็บของในห้องเล็กน้อยก่อนจะเดินลงไปเดินเล่นแถวๆ นั้นเผื่อจะเจอร้านอาหาร พ้นประตูทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านออกไปเป็นถนนสายของกิน ซึ่งถือว่าสะดวกมาก ในย่านนั้นยังมีตลาดสดอีกแห่ง อากาศร้อนๆ แบบนี้กลิ่นคาวปลาจากร้านขายปลาส่งกลิ่นตลบอบอวลเป็นพิเศษ กู้ อีเฉิงเลือกร้าน 'ไก่น้ำแดง' ร้านหนึ่งแล้วนั่งลง สั่งแบบรสเผ็ดจัดเตรียมไว้ห่อกลับไปกินที่ห้อง เพราะแม่ของเขาแอบใส่เต้าหู้ยี้มาให้กระปุกหนึ่ง เขาตั้งใจว่าจะกลับไปกินกับข้าวที่ห้องนี่แหละ กู้ อีเฉิงเพิ่งนั่งลงไป ร่างของหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา เขาขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ หญิงคนนี้... ไม่ใช่คนที่เขาเพิ่งเดินชนบนถนนเมื่อกี้หรอกเหรอ? ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่อีก เมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนจ้องมอง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขานิดหนึ่ง เธอส่งยิ้มให้เป็นการทักทายก่อนจะก้มหน้าลงกินอาหารต่อ กู้ อีเฉิงรีบก้มหน้าหลบสายตาอย่างเขินอาย เขาจ้องมองผู้หญิงคนอื่นตรงๆ แบบนี้มันดูเสียมารยาทจริงๆ ทว่าเขาแค่รู้สึกแปลกใจที่โชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้เจอกับเธอถึงสามครั้งในวันเดียว จนทำให้ตั้งตัวไม่ติด เฟ่ย หาวเคยดุตนเองว่า 'นายคิดว่าโชคชะตาเหมือนการไปเยี่ยมบ้านนักปราชญ์สามครั้งสามคราหรือไง?' เมื่อนึกถึงคำพูดนั้น กู้ อีเฉิงก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ รู้สึกเหมือนได้พลิกบทบาทจากคนดวงซวยมาเป็นคนมีโชค เขาถูกเฟ่ย หาวสั่งสอนมาหนักหนาตลอดทั้งวันจริงๆ คงอยากเห็นสีหน้าของหมอนั่นถ้าได้รู้ว่าเขาได้เจอหญิงสาวคนนี้ถึงสามครั้งจริงๆ เมื่อกู้ อีเฉิงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าหญิงสาวกินเสร็จและกำลังจะเดินออกจากร้าน "คิวที่ 84 ไก่น้ำแดงรสเผ็ดจัด ห่อเรียบร้อยแล้วค่ะ" กู้ อีเฉิงดูตัวเลขในมือพบว่าเป็นคิวของเขาพอดี เขาเดินไปรับห่อไก่น้ำแดงที่เคาน์เตอร์แล้วเดินตามออกไป เมื่อออกจากร้านเลี้ยวขวา กู้ อีเฉิงสังเกตเห็นว่าหญิงสาวเดินไปในทิศทางเดียวกับเขา เขาอดคิดไม่ได้ว่าคงแค่บังเอิญไปทางเดียวกัน เดี๋ยวพอพ้นหัวมุมข้างหน้าก็คงแยกกันไปเอง เขารู้สึกว่าตนเองมีวาสนากับหญิงสาวรายนี้ไม่น้อย บางทีอาจจะขอเป็นเพื่อนกันได้ ดูจากอายุแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน เผลอๆ เธออาจจะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในเต๋อเจียงเหมือนกัน ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวของกู้ อีเฉิงเพียงครู่เดียว ก่อนที่ใบหน้าของอีกคนจะเข้ามาแทนที่เต็มพื้นที่ในสมอง ท้ายที่สุดเขาก็ยังตัดใจจากเฉิน เฉิงไม่ได้ บางทีโชคชะตานี้อาจจะมาไม่ถูกจังหวะเสียเท่าไหร่... สายตายังคงเฝ้ามองไปจนกระทั่งใกล้ถึงหน้าหมู่บ้าน เขาพบว่าหญิงสาวคนนี้ยังคงเดินไปทางเดียวกับเขาอยู่เรื่อยๆ แถมเธอยังหันมามองเป็นระยะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง กู้ อีเฉิงเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาเงียบๆ เขานึกกังวลว่าเธอคงไม่ได้เข้าใจผิดว่าเธอกำลังถูกเขาสะกดรอยตามใช่ไหม? ช่วงก่อนหน้านี้มีข่าวดังในเว่ยป๋อเรื่องผู้ชายโรคจิตสะกดรอยตามนักศึกษาหญิงจนเป็นประเด็นใหญ่โต ทำให้สาวๆ ยุคนี้ต้องคอยระวังตัวกันเป็นพิเศษ เดินไปได้สักพัก กู้ อีเฉิงพบว่าหญิงสาวหยุดเดินที่หน้าตึกห้องเช่าของเขาและยืนรีรออยู่ที่นั่น หรือว่าเธอจะพักอยู่ตึกเดียวกัน? เขาไม่ได้คิดอะไรมากก้าวเดินเข้าไปต่อ ผ่านไปครู่หนึ่ง กู้ อีเฉิงพบว่าหญิงสาวเดินต่อไปอีกสองสามก้าวแล้วเลี้ยวเข้าตึกข้างๆ "เฮ้อ ที่แท้ก็ไม่ได้อยู่ตึกเดียวกัน" เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้าตึกนั้นจนลับสายตาไป กู้ อีเฉิงก็แอบถอนหายใจโล่งอกดูท่าว่าโชคชะตาที่วนเวียนมาเจอกันคงจบลงแค่นี้ กู้ อีเฉิงเดินขึ้นห้องพัก จัดการเอาเต้าหู้ยี้ออกมานั่งกินกับไก่น้ำแดงอย่างสบายใจ ทว่าหลังจากเขาขึ้นห้องไปได้ห้านาที หญิงสาวคนเมื่อครู่ก็เดินออกมาจากหน้าตึกข้างๆ นั้นอีกครั้ง... กู้ อีเฉิงที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะพลันได้ยินเสียงไขกุญแจ ตามด้วยเสียงปิดประตูของห้องฝั่งตรงข้าม เขานึกในใจว่ารูมเมตคงกลับมาแล้ว เอาไว้ตอนเย็นค่อยไปซื้อผลไม้ไปฝากเพื่อผูกมิตรเสียหน่อย อย่างไรเสียก็ต้องอยู่ห้องเดียวกัน ต่อไปก้มหน้าก้มตาก็เจอกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ไม่เสียหาย "ตื๊ด... ตื๊ด..." โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นมา กู้ อีเฉิงกวาดสายตามอง เป็นข้อความทางวีแชตจากเฟ่ย หาวนั่นเอง
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV