ตอนที่ 2
ระบบนี้น่าจะไปฝึกงานมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พม่าเหนือสินะ
1,760 คำ~9 นาที
“เอ่อ... ถ้าคุณคิดว่าผมกำลังจีบอยู่ละก็ งั้นก็ถือว่าใช่แล้วกันครับ”
ลู่ก่วนครุ่นคิดในใจ
นี่คือขั้นแรกของการอู้งานด้วยการชวนคุย!
ต้องจุดไฟความอยากคุยของเพื่อนร่วมงานขึ้นมาให้ได้ หรือจะเรียกว่าปลุกวิญญาณขาเผือกเลยก็ได้!
หลิ่วเฟยเฟยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปาก
นักศึกษาลู่คนนี้น่าสนใจดีแฮะ เมื่อก่อนทำไมเธอถึงไม่เคยสังเกตเห็นเขาเลยนะ
ด้วยความที่เป็นคนสวยมาแต่เกิด แน่นอนว่าเธอไม่เคยขาดคนมาตามจีบ แต่คนที่เปิดเผยและดูเป็นธรรมชาติขนาดลู่ก่วนนี่หาได้ยากจริงๆ
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะจีบเธอจริงๆ หรือเปล่าก็เถอะ...
ลู่ก่วนกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีหัวหน้าแผนกอยู่แถวนั้น เขาก็เริ่มอู้งานอย่างสบายใจ
“แค็กๆ เมื่อกี้ผมล้อเล่นน่ะ อย่าถือสาเลยนะครับ”
“แต่ผมสงสัยจริงๆ นะ ว่าทำไมคนอย่างคุณถึงมาฝึกงานที่นี่? ผลการเรียนคุณดีขนาดนั้น น่าจะไปเรียนต่อโทแบบไม่ต้องสอบเลยด้วยซ้ำ...”
ลู่ก่วนมองเธอด้วยสายตาสงสัย
ช่วงนี้เป็นเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าบางๆ สีเขียวอ่อน จับคู่กับเรียวขาขาวเนียนภายใต้ถุงน่องจางๆ ดูแล้วออร่าความแพงพุ่งพล่านสุดๆ
ไม่เห็นจะเหมือนพวกเบ๊ออฟฟิศที่มาตรากตรำทำงานเลย...
ดูเหมือนคุณหนูเศรษฐีตัวน้อยเสียมากกว่า
หลิ่วเฟยเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
แย่ละ!
หรือว่าจะมีคนในเครือบริษัทปล่อยข่าวของเธอออกไป?
ไม่สิ ไม่น่าใช่
พวกระดับล่างพวกนั้นไม่มีทางใจกล้าขนาดนั้นแน่
สมองของหลิ่วเฟยเฟยประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มีความหมายบางอย่างออกมา
“ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับการเรียนต่อเท่าไหร่น่ะค่ะ ก็เลยออกมาหาที่ฝึกงาน”
ลู่ก่วนชะงักไป “ระดับคุณเนี่ยนะมาฝึกงานที่นี่? นี่มันเอาผักกาดขาวไปป้อนให้หมูกินชัดๆ!”
หลิ่วเฟยเฟยรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาในใจทันที
ถ้าคนอื่นได้ยินก็คงไม่คิดอะไร
แต่บริษัทนี้คือหนึ่งในธุรกิจภายใต้เครือบริษัทของครอบครัวเธอ!
การมาด่าเจ้าของบริษัทต่อหน้าเธอมันก็เหมือนกับการตบหน้าเธอชัดๆ...
แต่เอาเถอะ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด
ถือว่าเห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นแล้วกัน ฮึ่ม... ไม่เป็นไร ไม่ถือสา...
หลิ่วเฟยเฟยฝืนยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน “หวาเฟยก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะคะ”
“ถึงจะเทียบกับพวกบริษัทกลุ่ม BAT ไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็นท็อป 4 ของประเทศเลยนะ”
สิ่งที่เธอพูดไม่ใช่การอวยเกินจริง
เมื่อก่อนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตจะหมายถึงกลุ่ม BAT อย่างไป่ตู้ อาลีบาบา และเทนเซ็นต์
แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่จะพูดกันว่าค่าย ‘พยางค์สั้น’ ได้เข้ามาแทนที่ไป่ตู้จนกลายเป็น BAT ยุคใหม่แล้ว
ถึงแม้หวาเฟยจะยังไม่สามารถขึ้นไปสู้ในระดับนั้นได้ แต่เบื้องหลังของบริษัทนี้มีพี่ใหญ่สายตรงคอยหนุนหลังอยู่
นั่นก็คือ ‘กลุ่มบริษัทหวาซางโฮลดิ้ง’!
ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนที่มีทรัพย์สินรวมกว่าล้านล้านหยวน
มีธุรกิจในเครือมากมายและลงทุนในหลายด้าน
แถมยังมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทางรัฐบาล...
เรียกได้ว่าเรียบหรูดูดีแต่มีพลัง
ดังนั้นคนในวงการส่วนใหญ่จึงมองว่าหวาเฟยเป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตเกิดใหม่ที่น่าจับตามองมาก
ลู่ก่วนไม่รู้เลยว่าคำพูดพล่อยๆ ของเขาจะไปเข้าหูคุณหนูใหญ่ตระกูลหวาซางเข้าให้แล้ว
เรื่องมันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น!
“หวาเฟยดีกับผีน่ะสิ! เงินเดือนฝึกงานแค่ 2,500 หยวน แถมยังไม่รวมที่พักกับอาหารอีก”
“ไอ้เจ้าของหวาเฟยเนี่ยมันนายทุนหน้าเลือดชัดๆ!”
“ถึงแม้กระจอกๆ อย่างผมจะหาที่ฝึกงานที่อื่นไม่ได้ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ควรมาขูดรีดผมเหมือนใช้แรงงานควายแบบนี้”
“ถ้าผมไปวิ่งส่งอาหารค่ายสีเหลือง วันหนึ่งยังได้ตั้งหนึ่งถึงสองร้อยหยวนเลย คุณว่าจริงไหม... อ้าว ทำไมคุณเงียบไปล่ะ?”
ลู่ก่วนบ่นพึมพำไม่หยุด โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าใบหน้าสวยๆ ของหลิ่วเฟยเฟยเริ่มมีเมฆดำปกคลุม
รอยยิ้มของหลิ่วเฟยเฟยเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูเย็นยะเยือก
เหอะๆ ดีจังเลยนะ ช่างพูดช่างจาเหลือเกิน...
“เป็นไปได้ไหมคะ ว่าที่เขาให้เงินเดือนคุณแค่ 2,500 หยวน เป็นเพราะเกรดที่มหาวิทยาลัยของคุณมันไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของบริษัทน่ะค่ะ นักศึกษาลู่”
ลู่ก่วนไอออกมาสองสามครั้ง
จริงด้วยแฮะ โดนสาวเจ้าจี้จุดเข้าเต็มๆ
ประเด็นหลักคือเกรดเขาห่วยแตกจริงๆ นั่นแหละ การที่ได้เข้ามาฝึกงานในหวาเฟยได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว
ทว่าจุดเด่นของลู่ก่วนตลอดหลายปีมานี้คือความหน้าด้าน เขาไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเป็นความผิดของตัวเอง
“สหายหลิ่วเฟยเฟย ผมว่าที่คุณพูดมามันก็มีส่วนถูกอยู่นิดดดดนึง แต่นะ—!”
“ผมมองว่าสาเหตุหลักๆ เลยคือ... ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจมหาภาค!”
“ใช่แล้ว ต้องเป็นเพราะตอนนี้สภาพเศรษฐกิจมันแย่เกินไปแน่ๆ”
ลู่ก่วนเผยรอยยิ้มมั่นใจราวกับลมฤดูใบไม้ผลิ
หลิ่วเฟยเฟยส่ายหัวอย่างระอาใจ ก่อนจะหันสายตากลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
เธอตั้งใจจะจัดการเอกสารการฝึกงานต่อ
แต่ในวินาทีต่อมา เธอก็ถูกลู่ก่วนขัดขวางไว้
ปลายนิ้วที่สัมผัสกัน ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตในจังหวะที่พอเหมาะจนทั้งคู่ต้องรีบชักมือกลับ
ร่างของหลิ่วเฟยเฟยสั่นไหวเล็กน้อย เธอคิดว่าเขาจะทำอะไรเสียอีก
ทว่าลู่ก่วนไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น
อู้งานก็ต้องตั้งใจอู้งานสิ เราจะมาขยันทำงานได้ยังไง!
“โธ่ นักศึกษาหลิ่ว คุณจะขยันอยากก้าวหน้าเกินไปแล้วนะครับ”
“พวกเราเพิ่งเป็นเด็กฝึกงาน เข้ามาวันแรกอย่าเพิ่งรีบร้อนทำงานสิ...”
ลู่ก่วนคิดในใจ: ผมยังไม่ได้รับรางวัลเลย จะปล่อยคุณไปง่ายๆ ได้ยังไง
หลิ่วเฟยเฟยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าอีตานี่จะมาไม้ไหนเสียอีก
แต่มีจุดหนึ่งที่ดูจะเข้าใจผิดไปหน่อย
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้อยากทำงานงกๆ หรอกนะ แค่อยากจะทำความคุ้นเคยกับธุรกิจของบริษัทตัวเองก็เท่านั้น
“ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผลนะคะ ฉันอาจจะรีบร้อนเกินไปจริงๆ...”
[ภารกิจมือให้อู้งานเสร็จสิ้น คุณได้รับโอกาสสุ่มรางวัลระดับต้น *1]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น ลู่ก่วนเผยสีหน้าดีใจออกมาทันที
เขาไม่พูดพล่ามทำเพลง ตัดบทสนทนาทิ้งดื้อๆ
“ไม่เป็นไรครับ คุณทำงานต่อไปเถอะ ผมไปก่อนนะ!”
หลังจากทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ลู่ก่วนก็กลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันที ทำเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลิ่วเฟยเฟยนั่งอึ้งอยู่ที่เดิม
เธอมองตามหลังเขาไปพลางทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ไอ้หมอนี่มันเป็นบ้าอะไรเนี่ย?!
พอจุดไฟอยากคุยให้คนอื่นเขาแล้ว อยู่ๆ ก็เผ่นหนีไปเลยเนี่ยนะ???
มันเป็นความรู้สึกสับสนอลหม่านที่บอกไม่ถูกจริงๆ...
ในเมื่อคิดไม่ตก ก็ไม่ต้องไปคิดมัน
หลิ่วเฟยเฟยส่ายหัวอย่างหมดหนทาง แล้วหันกลับไปทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อ
จะยังไงก็ช่าง วันแรกของการทำงาน ลู่ก่วนก็ได้สร้างความประทับใจที่ ‘ลึกซึ้ง’ ให้กับเธอเข้าเสียแล้ว
......
เจ้าพ่อเจ้าแม่ช่วยลูกด้วย... ช่วยลูกด้วย!
ขอให้สุ่มได้ของที่มีประโยชน์ทีเถอะ!
เงินสดสักหนึ่งล้านเลยดีไหม?
ไม่เอาๆ ไม่ดี
ใจมดเกินไป
เอาเป็น ‘เป้าหมายเล็กๆ’ สักร้อยล้านเลยแล้วกัน
ไม่ได้สิ! แล้วเงินสดจะโผล่ออกมายังไง?
ถ้าอยู่ดีๆ มีเงินกองเต็มออฟฟิศ มีหวังได้ถูกเชิญไปจิบชาที่สถานีตำรวจแน่ๆ
ลู่ก่วนคิดฟุ้งซ่านไปหมด ในใจทั้งตื่นเต้นและประหม่า
[กำลังดำเนินการสุ่มรางวัล...]
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ: ทักษะวิศวกรทดสอบระดับต้น]
[ทักษะนี้จะช่วยให้โฮสต์ได้รับความรู้และทักษะในสายงานที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่สภาวะหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบ ประสิทธิภาพการทำงานจะสูงส่งราวกับมีเทพเจ้ามาช่วย!]
หลังจากดูรายละเอียดรางวัล ลู่ก่วนก็หน้าแข็งทื่อทันที
ไอ้นี่มันหลอกลวงกันชัดๆ!
หลอกกันหน้าด้านๆ เลยนี่หว่า!!
อุตส่าห์เป็นระบบอู้งานแท้ๆ แต่รางวัลที่ให้ดันมาช่วยให้ทำงานเก่งขึ้นเนี่ยนะ
ตอนแรกเขานึกว่าจะแจกเงินสักเจ็ดแปดแสนซะอีก ดูท่าแล้วคงไม่ใช่ง่ายๆ แบบนั้น
ช่างเถอะ... ในหนังสือย่อมมีทองคำ ความรู้คือทรัพย์สิน...
คนอื่นต้องพยายามเรียนอย่างหนักในมหาวิทยาลัยกว่าจะถึงระดับวิศวกรทดสอบมืออาชีพ แต่เขากลับได้รับมาทันที
ก็นับว่าเป็นการเปิดโปรโกงอย่างหนึ่งละนะ
ถึงแม้ไอ้โปรโกงนี้มันจะดูเหมือน ‘น้ำเปล่า’ ไปหน่อยก็เถอะ
ลู่ก่วนบ่นพึมพำในใจ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาตั้งแต่แอบดีใจ เป็นตื่นเต้น แล้วก็กลายเป็นห่อเหี่ยว ยิ่งกว่าการแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากากเสียอีก
นั่นทำให้หลิ่วเฟยเฟยที่แอบมองเขาอยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้างด้วยความอึ้ง
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน