ตอนที่ 3
เลิกงานไม่รีบ ทัศนคติมีปัญหา
1,624 คำ~9 นาที
เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเศษก่อนจะถึงเวลาเลิกงานตอนหกโมงเย็น
ลู่ก่วนทนรอไม่ไหวที่จะเก็บคอมพิวเตอร์และเป้สะพายหลัง เขาเปิดระบบลงเวลางานในเครือข่ายภายในของบริษัทรอไว้ตั้งนานแล้ว
เสียงกดคีย์บอร์ดดังรัวเป็นจังหวะที่ลื่นไหลประดุจสายน้ำทำเอาพนักงานเก่าแก่รอบข้างที่ได้ยินแอบทอดถอนใจในใจ
วัยรุ่นยุค Gen Z นี่มันช่างมีพลังเหลือล้นจริงๆ!
ถ้าเป็นพนักงานรุ่นเก๋าอย่างพวกเขาน่ะเหรอ ใครจะกล้าเตรียมตัวเลิกงานก่อนเวลา? ในทีมโปรเจกต์ถ้าไม่โดนสั่งให้ทำโอทีลากยาวไปถึงสามสี่ทุ่มก็นับว่าบุญโขแล้ว
โดยเฉพาะในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ หลายโปรเจกต์ต้องเตรียมเปิดตัว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีการทำงานล่วงเวลา
แต่บริษัทใหญ่ก็มีข้อดีอยู่อย่าง คือทำงานล่วงเวลาก็มีค่าตอบแทนให้ แถมตอนเย็นในโรงอาหารยังมีสวัสดิการข้าวฟรี ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวเองที่บ้าน
หลิ่วเฟยเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โต๊ะทำงานของเธออยู่ใกล้ลู่ก่วนที่สุด เธอจึงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเขาอย่างชัดเจน ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจเงียบไป
เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหวังไม่ได้อยู่แถวนี้ 'นักศึกษาลู่' จะชิ่งหนีก่อนเวลาก็คงไม่มีปัญหาอะไรมั้ง...
ลู่ก่วนสะพายเป้ใบเล็กพลางฮัมเพลงเบาๆ เดินมาหยุดตรงหน้าหลิ่วเฟยเฟย
"เลิกงานแล้วนะ ยังไม่ไปอีกเหรอ บริษัทเรามีเวลาตอกบัตรแบบยืดหยุ่นตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ"
เวลาตอกบัตรแบบยืดหยุ่นครึ่งชั่วโมง...
เลิกงานหกโมงเย็น ความจริงห้าโมงครึ่งก็ลงชื่อออกได้แล้ว ขอแค่ทำงานให้ครบชั่วโมงตามกำหนดในแต่ละวันก็พอ
หลักการมันก็เป็นอย่างนั้น
แต่ปัญหาคือ... ตอนนี้มันยังไม่ถึงห้าโมงครึ่งเลยนะ!
หลิ่วเฟยเฟยเอ่ยถามอย่างสงสัย "นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยไม่ใช่เหรอคะ?"
ลู่ก่วนเผยยิ้มที่มีเลศนัยพลางชี้ไปที่คอมพิวเตอร์บนโต๊ะของตัวเองแบบเงียบๆ
"ผมตั้งค่าสคริปต์อัตโนมัติไว้ในคอมพิวเตอร์น่ะ พอถึงเวลามันจะช่วยลงชื่อออกให้ผมเอง"
"พรุ่งนี้คุณช่วยซื้ออาหารเช้ามาเผื่อผมชุดหนึ่งสิ เดี๋ยวผมทำให้คุณชุดหนึ่งเหมือนกัน"
หลิ่วเฟยเฟย: "..."
พูดจบ ลู่ก่วนก็ฮัมเพลงเดินนวยนาดออกจากออฟฟิศไปอย่างรวดเร็ว
มองตามแผ่นหลังที่จากไปของเขา หลิ่วเฟยเฟยก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันที
ไม่สิ!
ระบบลงชื่อเข้าออกงานภายในของบริษัทมีกลไกป้องกันนะ! มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการลงเวลาที่ไม่ใช่คนทำโดยเฉพาะ คนธรรมดาไม่มีทางเจาะระบบได้ง่ายๆ แน่
แล้วลู่ก่วนทำได้ยังไง?
แถมเขายังเป็นแค่เด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้าบริษัทมาด้วย...
ในใจของหลิ่วเฟยเฟยเริ่มตระหนก หรือว่าเขาจะเป็นพวกซ่อนคม? แกล้งโง่แต่จริงๆ แล้วโคตรเก่ง?
แต่มันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ดี...
ทำไมรู้สึกว่า 'ทักษะ' ของนักศึกษาลู่มันจะเน้นไปทางที่ผิดระเบียบยังไงก็ไม่รู้แฮะ...
...
หางโจว ใจกลางย่านที่พักอาศัยสุดหรู
ภายในสวนของคฤหาสน์ส่วนตัว รถไมบัคคันหนึ่งค่อยๆ แล่นเข้าไปในโรงจอดรถ
ที่หน้าประตูวิลล่า
คุณป้าหลี่ แม่บ้านส่วนตัวยืนรออยู่ก่อนแล้ว เธอส่งยิ้มพิมพ์ใจพร้อมเปิดประตูให้คุณหนู
"คุณหนูคะ วันแรกของการทำงานเป็นยังไงบ้างคะ?"
"หึหึ ก็รู้สึกดีนะคะ"
คุณป้าหลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม
"ดีแล้วค่ะ การที่คุณหนูได้เรียนรู้อะไรกลับมา เชื่อว่าคุณท่านคงจะดีใจมากแน่ๆ"
หลิ่วเฟยเฟยเดินก้าวสั้นๆ พลางฮัมเพลงมุ่งหน้าเข้าวิลล่า พอเดินขึ้นบันไดเธอก็นึกถึงคำพูดของลู่ก่วนในวันนี้ขึ้นมา
เธอหันกลับไปชี้ที่รถไมบัคแล้วบอกว่า "ป้าหลี่คะ พรุ่งนี้รบกวนเปลี่ยนรถให้หน่อยนะคะ รู้สึกว่าคันนี้มันยังดูหรูเกินไปหน่อย"
ป้าหลี่ถึงกับอึ้ง
ไปทำงานแค่วันแรก คุณหนูใหญ่ถึงกับไม่อยากนั่งรถคันนี้แล้ว
แต่ไมบัคคันนี้มันเป็นรถที่ 'ธรรมดา' ที่สุดในโรงรถแล้วนะ...
หลิ่วเฟยเฟยเอนกายลงบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน หรี่ตามองพลางเคี้ยวขนมขบเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
ป้าหลี่รีบเปิดโทรทัศน์เตรียมไว้ให้ ซึ่งกำลังฉายเรื่อง 'คนแคระผู้ปลีกวิเวก'
นี่คืออนิเมะเรื่องโปรดของคุณหนู
ใครจะไปนึกว่าหลิ่วเฟยเฟยที่ภายนอกดูเป็นสาวมั่นสุดเนี๊ยบ ความจริงแล้วจะเป็นพวกคลั่งไคล้โลกสองมิติอยู่ไม่น้อย
...
อาคารหวาเฟยในนิคมซอฟต์แวร์
วันนี้มีการประชุมเช้าตามปกติ เนื่องจากเด็กฝึกงานจำนวนมากในบริษัทจำเป็นต้องได้รับการอบรมและเรียนรู้
ลู่ก่วนและหลิ่วเฟยเฟยอยู่ในรุ่นเดียวกัน จึงถูกจัดให้มานั่งด้วยกันโดยปริยาย
อาจารย์จากแผนกธุรกิจสื่อสารมาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยเครือข่ายภายในของบริษัท
พูดง่ายๆ ก็คือ วันแห่งการอู้งานนั่นแหละ
หลิ่วเฟยเฟยนั่งอยู่ข้างหลังลู่ก่วน
วันนี้เธอตั้งใจแต่งหน้าอ่อนๆ และสวมหมวกแก๊ป พยายามลดออร่าความสวยของตัวเองลงให้ได้มากที่สุด
ทว่าความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่า ทองคำต่อให้เปื้อนโคลนก็ไม่มีทางกลายเป็นทองเหลือง
เพื่อนร่วมงานชายหลายคนยังคงถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์และบุคลิกของเธอ ต่างพากันแอบมองเธอเป็นระยะๆ
น่าเสียดายที่หลิ่วเฟยเฟยไม่ได้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
เธอกำลังใช้ความคิดว่าลู่ก่วนเป็นพวกซ่อนคมจริงหรือไม่
เซียนเทคนิค? หลวงจีนกวาดลาน? หรือยอดฝีมือที่เร้นกาย?
หรือว่าเขาจะเป็นพวกสไตล์ 'อาจารย์เอเลน' แบบนั้นกันนะ?!
ในหัวของหลิ่วเฟยเฟยเริ่มเพ้อฝันไปตามประสาเด็กติดการ์ตูน...
"เฮ้ยเพื่อน เห็นสาวสวยข้างหลังนั่นไหม"
"เห็นดิ! สังเกตมาตั้งนานแล้ว นั่นมันนางในฝันชัดๆ!"
"ว้า ดูเย็นชาชะมัด เหมือนจะมีกำแพงกั้นตลอดเวลาเลย"
"ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกบ้างานขยันสร้างตัวแน่ๆ ช่างเถอะ ฉันคงเอื้อมไม่ถึงหรอก"
"โถ่เพื่อน แกถึงขั้นมโนไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอ"
"..."
เพื่อนร่วมงานสองคนที่นั่งข้างลู่ก่วนแอบซุบซิบกัน
เสียงนั้นแว่วเข้าหูเขา ทำให้เขาเผลอหันไปมองหลิ่วเฟยเฟยโดยสัญชาตญาณ
จริงด้วยแฮะ!
หลิ่วเฟยเฟยเอียงคอเล็กน้อย ชุดธรรมดากับส่วนโค้งเว้าตรงช่วงเอวที่ดูสง่างามให้ความรู้สึกนิ่งขรึมและลึกลับ
มองไม่ออกเลยนะเนี่ย ว่านักศึกษาหลิ่วผู้ขยันเรียนคนนี้จะแอบใจลอยในเวลาประชุมกับเขาด้วย!
ลู่ก่วนมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง
เพราะเขาอู้งานจนเชี่ยวชาญ ท่าทางเหม่อลอยแบบนี้เขามองแค่วัดเดียวก็รู้ทันที
อ่า... ใช่เลย! ท่าแบบนั้นน่ะ ถ้าเอาขาพาดไปที่ข้อเท้าอีกข้างจะสบายขึ้นเยอะเลยนะ!
...
การประชุมนานสองชั่วโมงจบลงในที่สุด
จบการประชุมปุ๊บก็ได้เวลาไปกินข้าวเที่ยงพอดี
คนอื่นๆ ทยอยกันออกจากห้อง
ลู่ก่วนหาวหวอดพลางบิดขี้เกียจ
อู้งานไปได้ตั้งสองชั่วโมง
ระหว่างการประชุมเมื่อครู่ ระบบส่งภารกิจมาให้เขาอีกครั้ง แต่รางวัลที่ได้คือ 200 คะแนน
คะแนนสะสมสามารถนำไปแลกสิทธิ์การสุ่มรางวัลที่มีคุณภาพแตกต่างกันหรือรางวัลอื่นๆ ได้
ตอนนี้ลู่ก่วนพบว่าของที่เขาแลกได้มีเพียงทักษะความรู้ทั่วไปเท่านั้น
เช่น วิศวกรทดสอบ, วิศวกร Java, วิศวกรความปลอดภัยเครือข่าย เป็นต้น
ลู่ก่วนตั้งใจว่าจะเก็บสะสมคะแนนไว้ก่อน
รอให้ถึงหนึ่งพันคะแนนค่อยไปสุ่มรางวัลระดับสูงกว่านี้ ไม่อย่างนั้นการแลกตรงๆ มันดูไม่คุ้มเท่าไหร่
ตอนนี้เขาเริ่มจับทางระบบได้คร่าวๆ แล้ว
โดยพื้นฐานแล้วระบบจะเปิดใช้งานภารกิจได้ระหว่างการทำงาน และจะให้รางวัลตามระดับการอู้งาน
ลู่ก่วนคิดในใจว่า ถ้าเขาสามารถอู้งานต่อหน้าประธานใหญ่ของหวาซางได้ เขาคงจะได้รางวัลมหาศาลแน่ๆ
แต่น่าเสียดายที่มดงานตัวจ้อยอย่างเขา คงไม่มีทางได้เข้าใกล้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับนั้นหรอก
"นักศึกษาลู่ วันนี้คุณกินข้าวคนเดียวอีกหรือเปล่าคะ?"
เสียงใสไพเราะดังขึ้นจากด้านหลัง
ลู่ก่วนหันไปมองก็พบว่าเป็นเธอจริงๆ
"เอ่อ... ถ้าไม่กินคนเดียวแล้วจะให้กินกับใครล่ะครับ"
หลิ่วเฟยเฟยถือชามเกี๊ยวน้ำมานั่งลงตรงหน้าเขา พลางยิ้มอย่างสุภาพ "งั้นฉันขอนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ พอดีฉันก็มาคนเดียวเหมือนกัน"
ลู่ก่วนยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ "คุณก็นั่งลงไปแล้วนี่ครับ ผมจะไล่คุณลุกขึ้นได้ยังไง"
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน