ตอนที่ 3
ระมัดระวังไว้ก่อนเป็นยอดดี
1,803 คำ~10 นาที
ตลอดทาง เย่ซูปั่นจักรยานจนโซ่แทบจะลุกเป็นไฟ มือไม้สั่นสะท้านจากการกระแทกบนถนนที่ขรุขระของเมืองแพะ แต่เขาไม่สนสักนิด ในหัวมีแต่การโยกคันถีบอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ใช่แค่กลัวว่าตุ๊กตาจะถูกคนอื่นเก็บไปก่อน แต่เย่ซูต้องการยืนยันให้ชัดแจ้งว่า ข้อมูลจากระบบนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่!
ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง แล้วทุกวันเสาร์ระบบสุ่มข้อมูลทำนองนี้ให้เขาอีก เดือนหนึ่งเขาจะมีรายได้ไม่สองสามหมื่นหยวนเลยหรือ!
แถมเดือนหน้ายังได้สิทธิ์อัปเกรดข้อมูลอีกรอบ รายได้อาจจะพุ่งเป็นสองเท่าจากเดิมด้วยซ้ำ!
ถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครอบครัวได้ในเร็ววัน และทำให้เย่建กั๋ว ผู้เป็นพ่อ ไม่ต้องตรากตรำทำงานหนักขนาดนี้
แต่เขาคงต้องคิดหาเหตุผลดีๆ ไว้หลอกที่บ้านด้วย ว่าเงินพวกนี้มันได้มาจากไหนกันแน่
ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร เย่ซูใช้จักรยานสาธารณะปั่นมาถึงถนนข้างๆ เซิ่งหย่าอพาร์ตเมนต์ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที เขาจอดจักรยานในมุมอับที่ไม่มีกล้องวงจรปิด
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้ ประสบการณ์จึงเท่ากับศูนย์
เขากลัวว่าหาก ‘พี่ชายเบอร์หนึ่ง’ เล่าย้อนหลังให้วีเจสาวฟังเรื่องนาฬิกาในตุ๊กตา แล้วฝ่ายหญิงจะไปแจ้งคุณตำรวจให้ติดตามของคืน
เพื่อความปลอดภัย เย่ซูจึงเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงแห่งหนึ่ง
“เถ้าแก่ ขอซื้อถุงพลาสติกใบใหญ่ที่สุดใบหนึ่งครับ”
“หา?”
เจ้าของร้านที่กำลังไถคลิปสั้นดูเพลินๆ นึกว่าจะมีลูกค้ามาอุดหนุนชุดใหญ่ พอได้ยินว่าเย่ซูจะซื้อแค่ถุงพลาสติกใบเดียวก็หมดอารมณ์ขึ้นมาทันที
เขาก้มหน้าไถมือถือต่อโดยไม่เงยหน้ามองเสียด้วยซ้ำ พลางดึงถุงพลาสติกใบใหญ่วางปังลงบนเคาน์เตอร์ “หนึ่งหยวน”
“หา?”
ถุงใบเดียวเนี่ยนะ ขายตั้งหนึ่งหยวน?
เย่ซูรู้สึกไม่ค่อยพอใจขึ้นมาทันที แต่เขาก็รู้ดีว่าคนเปิดร้านทำมาค้าขาย ไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาให้ถุงใครฟรีๆ
เถ้าแก่เงยหน้าขึ้น “จะเอาไหม?”
“เอาครับ”
ดูแล้วขนาดถุงน่าจะพอใช้งาน เย่ซูไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขาจ่ายเงินหนึ่งหยวนแล้วถือถุงพลาสติกเดินออกจากร้าน
เมื่อกลับมาอยู่ในมุมมืด เย่ซูถอดเสื้อนอกออกมาใส่กลับด้าน จากนั้นสวมหน้ากากอนามัย และกลับด้านถุงพลาสติกเพื่อปิดบังชื่อร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปใต้ตึกเซิ่งหย่าอพาร์ตเมนต์ตามเข็มทิศนำทาง
“อือหือ!”
เมื่อครู่มองจากที่ไกลๆ เห็นแนวพุ่มไม้ประดับมีแสงเรืองๆ รำไร เย่ซูยังแอบบ่นในใจว่า พุ่มไม้แค่นี้จะติดไฟประดับทำไมให้เสียของ
แต่พอเดินมาถึงหน้าพุ่มไม้ เย่ซูถึงพบว่าในพุ่มไม้ไม่มีหลอดไฟติดอยู่เลยสักดวง
แสงเรืองๆ นี่... หรือว่าจะเป็นการนำทางของระบบ? แปลว่าสิ่งที่ระบบบอกคือเรื่องจริงสินะ!
จากการปั่นจักรยานมาอย่างหนักบวกกับความตื่นเต้นและกังวล ทำให้เย่ซูคอแห้งเป็นผง
เมื่อเห็นชัยชนะอยู่ตรงหน้า เย่ซูได้แต่กลืนน้ำลายข่มความตื่นเต้น “รู้งี้เมื่อกี้ซื้อน้ำติดมือมาด้วยก็ดี!”
เขากวาดตามองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าบนถนนยังมีคนเดินผ่านไปมาประปราย เย่ซูก็ไม่สนสายตาใครทั้งนั้น เริ่มมุดหาของในพุ่มไม้ที่ส่องแสงทันที
จะว่าไป ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ มีวัยรุ่นสวมหน้ากากมาลับๆ ล่อๆ ค้นพุ่มไม้ริมถนน มันก็ดูประหลาดจริงๆ นั่นแหละ คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องเหลียวมองด้วยความสงสัย
“เจอตุ๊กตาจริงๆ ด้วย!”
โชคดีที่เป้าหมายใหญ่พอตัว จึงไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
ทันทีที่แหวกพุ่มไม้ออก เย่ซูก็เห็นตุ๊กตาโดราเอมอนสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร สภาพใหม่เอี่ยมอ่องนอนนิ่งอยู่ในนั้น!
เขาไม่กล้าโอ้เอ้แม้แต่วินาทีเดียว รีบคว้าตุ๊กตาออกมาแล้ววิ่งลับตาไปทันที
“อ๋อ ที่แท้ก็มาหาตุ๊กตานี่เอง”
ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกสติไม่ดี พอเห็นแบบนี้คนเดินถนนแถวนั้นก็เริ่มเข้าใจและรีบก้าวเท้าเดินต่อไปตามทางของตน
“เหมือนจะมีอะไรอยู่ข้างในจริงๆ ด้วย”
ระหว่างอ้อมไปยังอีกมุมหนึ่ง เย่ซูลองบีบตุ๊กตาแรงๆ และรู้สึกได้ว่ามีของแข็งอยู่ข้างในจริงๆ
“พี่ชายเบอร์หนึ่งคนนั้น คงจะหยิบตุ๊กตาออกมาจากรถให้วีเจสาวตอนจะกลับล่ะมั้ง”
ลูกผู้ชายด้วยกัน เย่ซูย่อมเดาใจ ‘พี่ชาย’ ออก
คงกังวลว่าถ้าให้ของแพงตั้งแต่เริ่ม แล้วตอนจบไม่ได้ ‘ไปต่อ’ อย่างลึกซึ้งคงจะขาดทุนย่อยยับ ก็เลยใช้มุกนี้กับวีเจสาว
ส่วนฝ่ายหญิงพอรับตุ๊กตามา พอรถของพี่ชายขับออกไป เธอก็คงจะหย่อนขยะทิ้งทันทีโดยไม่รู้เลยว่ามีของมีค่าอยู่ข้างใน
สำหรับพฤติกรรมของคนสองคนที่ฝ่ายหนึ่งก็หลอกล่อ อีกฝ่ายก็โก่งราคาตัวเองเพื่อจะขาย เย่ซูทำได้เพียงเบะปากเหยียดหยาม และหยิบตุ๊กตาไปอย่างไม่รู้สึกผิดสักนิด
“ต่อให้ยัยวีเจสาวจะเรียกคนมาช่วย คุณตำรวจก็คงไม่เสียเวลาตามหาตุ๊กตาที่ถูกทิ้งแล้วให้วุ่นวายหรอกมั้ง?”
แต่เย่ซูก็ไม่กล้าประมาท หากยัยนั่นลงคลิปลงโซเชียลจนกระแสชาวเน็ตมาลงเรื่องนี้ อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้
เขากลับด้านเสื้อนอกคืนสภาพเดิม ถอดหน้ากากอนามัยแล้วเอาฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวแทน จากนั้นยัดตุ๊กตาลงในถุงพลาสติกเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมองเห็น แล้วจึงมุดเข้าไปในย่านบ้านพักคนงานจนเจอห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง
“อุตส่าห์ลงแรงไปขนาดนี้ อย่าแกงกันนะเว้ย!”
เย่ซูรูดซิปตุ๊กตาด้วยใจระทึก เมื่อดึงใยสังเคราะห์ข้างในออกมาใส่ถุงพลาสติก กล่องใบหนึ่งก็หลุดตามออกมาด้วย
เขารีบเปิดกล่องออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือนางฟ้านาฬิกาข้อมือผู้หญิงสายหนังเรือนงาม
เมื่อเห็นนาฬิกาในกล่อง มือของเย่ซูสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ข้อมูลระบบเป็นความจริง! ตูจะรวยแล้วเว้ย!”
ยังดีที่ห้องน้ำนี้มีคนทำความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นด้วยสภาพที่เย่ซูตื่นเต้นจนสูดหายใจเข้าลึกขนาดนี้ เขาอาจจะสลบคาห้องน้ำเพราะกลิ่นไปแล้วก็ได้
เมื่อตระหนักได้ว่าที่นี่ไม่ควรอยู่นาน เย่ซูปิดฝากล่องแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกง จากนั้นดึงใยสังเคราะห์ออกจากตุ๊กตาจนเกลี้ยงใส่ลงในถุงพลาสติก แล้วจึงเดินออกจากห้องน้ำ
ระหว่างทางไปหาจักรยาน เย่ซูแยกทิ้งใยสังเคราะห์ ถุงพลาสติก และเปลือกตุ๊กตาลงในถังขยะสามใบที่ต่างกัน
ระมัดระวังไว้ก่อนเป็นยอดดี
หลังจากกำจัดร่องรอยเรียบร้อย เย่ซูก็หาจักรยานสาธารณะแล้วปั่นกลับมหาลัยช้าๆ
ตอนที่กลับถึงหอพักก็ปาไปตีหนึ่งกว่าแล้ว รูมเมททั้งสามคนหลับสนิท
เย่ซูใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวลวกๆ แล้วย่องขึ้นเตียงแบบฝีเท้าเบาที่สุด
จากความตึงเครียดบวกกับการเดินทางไปกลับกว่าชั่วโมง พอได้เอนหลังลงบนเตียง เย่ซูจึงรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเต็มที่
ทว่าเมื่อลูบกล่องนาฬิกาในกระเป๋า เขากลับข่มตาหลับไม่ลง
ไม่ว่าใครถ้าได้รู้ว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวแบบนี้ ก็คงนอนไม่หลับเหมือนกันนั่นแหละ
...
อีกด้านหนึ่ง ใต้ตึกเซิ่งหย่าอพาร์ตเมนต์ ผู้หญิงผมดัดลอนใหญ่ที่สวมเสื้อโค้ทตัวยาวโชว์ถุงน่องครึ่งขา รีบวิ่งพรวดพราดมาที่พุ่มไม้
“แปลกแฮะ ฉันจำได้แม่นว่าโยนทิ้งไว้แถวนี้นี่นา ทำไมหาไม่เจอ!”
ไม่ต้องสงสัยเลย เธอคนนี้ก็คือวีเจสาวที่ระบบแจ้งมานั่นเอง
หลังจากไปส่งพี่ชายเบอร์หนึ่งเสร็จ เธอก็เริ่มจัดไลฟ์รอบดึกต่อ จนกระทั่งแข่ง PK จบไปหนึ่งรอบ พอหยิบมือถืออีกเครื่องขึ้นมาดู ถึงได้เห็นข้อความในวีแชทส่วนตัวที่พี่ชายเบอร์หนึ่งส่งมา บอกว่าในตุ๊กตามีนาฬิกา Longines เป็นของขวัญให้เธอ
พอเห็นข้อความนั้น วีเจสาวจะไปนั่งเฉยอยู่ได้ยังไง เธอรีบบอกลาแฟนคลับในห้องไลฟ์แล้วกดปิดไลฟ์ด้วยความเร็วแสง คว้าเสื้อโค้ทมาสวมทับชุดทำงานแล้ววิ่งลงมาทันที
แต่ถึงแม้เธอจะรื้อพุ่มไม้จนถุงน่องขาดรุ่ย เธอก็ไม่มีวันหาตุ๊กตาตัวนั้นเจอ
“แม่งเอ๊ย! มีคนเก็บไปแล้วเหรอวะ!”
วีเจสาวนึกอยากจะแจ้งความเดี๋ยวนี้เลย เพื่อให้คุณตำรวจมาขอดูวงจรปิดช่วยตามตุ๊กตาคืน
แต่พอนึกขึ้นได้ ถ้าคุณตำรวจถามขึ้นมา เธอจะอธิบายเรื่องนาฬิกานี้ยังไง?
จะบอกตามตรงว่าเป็นของที่พี่ชายเปย์มางั้นเหรอ?
ถ้าเกิดคุณตำรวจไปสอบถามยืนยันกับพี่ชายเบอร์หนึ่ง เรื่องที่เธอโยนตุ๊กตาทิ้งทันทีที่เขาลับหลังก็ต้องแตกน่ะสิ!
ถึงเธอจะมีผู้ติดตามสามแสนคน แต่ส่วนหนึ่งก็ซื้อมา อีกส่วนก็เป็นพวกดูฟรีมีแต่ตัว มีคนจะยอมเปย์ให้จริงๆ ไม่กี่คนเอง
กว่าจะหาพี่ชายสายเปย์ระดับ ‘พี่ปกป้อง’ (Guardian) มาได้คนหนึ่ง เธอไม่กล้าทำให้เขาโกรธจนหนีไปซบวีเจคนอื่นแน่ๆ
สุดท้ายวีเจสาวได้แต่กัดฟันกรอด ยอมรับซวยไปในใจ พลางคิดว่าไว้ ‘นัดเจอกัน’ ครั้งหน้าค่อยหาทางรีดไถเงินจากพี่ชายคนนี้คืนมาใหม่แล้วกัน
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน