ตอนที่ 2

ซิ่งสู้ตายใต้แสงจันทร์

1,707 คำ~9 นาที
“ตกลง!” เมื่อเห็นเวลานับถอยหลังปรากฏบนหน้าจอ เย่ซูก็โพล่งออกมาทันที [ติ๊ง!] [ผูกมัดระบบสำเร็จ ขณะนี้กำลังโหลดระบบข้อมูลรายวันให้แก่โฮสต์!] ในตอนนั้นเอง รูมเมททั้งสามคนที่ตกใจกับคำว่า “ตกลง” ที่จู่ๆ เย่ซูก็หลุดปากออกมา ต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว “ตกลงอะไรของแกวะ?” “เปล่า! ไม่มีอะไร” เย่ซูพยายามข่มใจให้สงบลง “เชี่ย!” “ไอ้บ้าเอ๊ย!” ทั้งสามคนไม่ได้ติดใจอะไร หันกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ ส่วนเย่ซูก็เริ่มอ่านรายละเอียดของ [ระบบข้อมูลรายวัน] บนหน้าจอ [โฮสต์: เย่ซู] [อายุ: 21] [คำอธิบายฟังก์ชันระบบ: จะมีการส่งข้อมูลให้หนึ่งรายการในเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน] [ระดับข้อมูล: วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ทั้งหมดเป็นข้อมูลระดับ 1] [คำอธิบายการอัปเกรดข้อมูล: ใช้แต่ละวันในสัปดาห์เป็นหน่วยการอัปเกรด การอัปเกรดจากระดับ 1 เป็นระดับ 2 ต้องใช้เงิน 100,000 หยวน และการอัปเกรดระดับต่อๆ ไปจะต้องใช้ค่าธรรมเนียมเป็นสองเท่าของระดับก่อนหน้า] [สิทธิประโยชน์ระบบ: ตั้งแต่วันที่เปิดใช้งาน (วันที่ 21) เป็นต้นไป ระบบจะมอบสิทธิ์อัปเกรดข้อมูลให้ฟรีเดือนละ 1 ครั้ง] [หมายเหตุการอัปเกรด: ต้องอัปเกรดระดับข้อมูลทั้งเจ็ดวันในสัปดาห์ให้เป็นระดับเดียวกันก่อน จึงจะปลดล็อกระดับถัดไปได้] [รางวัลมือใหม่: โฮสต์ผูกมัดระบบครั้งแรก รับสิทธิ์อัปเกรดข้อมูลฟรี 1 ครั้ง (จำกัดเฉพาะการอัปเกรดข้อมูลระดับ 1 เป็นระดับ 2)] “หมายความว่า ระดับข้อมูลจะแยกตาม ‘วันจันทร์’ ‘วันอังคาร’ สินะ เราสามารถเลือกอัปเกรดวันไหนก็ได้ในหนึ่งสัปดาห์ จากระดับหนึ่งไประดับสองต้องใช้เงินหนึ่งแสน ต่อไปก็เป็นสองแสน สี่แสน...” ยังไงเขาก็เป็นนักศึกษาคณะคอมพิวเตอร์ หัวสมองค่อนข้างไวกว่าคนทั่วไป เย่ซูแค่อ่านผ่านๆ ก็เข้าใจหลักการทำงานของระบบนี้แล้ว “แถมสิทธิ์อัปเกรดมาให้ครั้งหนึ่งด้วย ถึงจะอัปได้แค่ระดับสอง แต่มันก็มีมูลค่าตั้งแสนหยวนเลยนะ แถมทุกเดือนยังกดรับสิทธิ์ได้อีกครั้ง อันนี้ยิ่งมีค่าเข้าไปใหญ่!” ตอนนี้เขากำลังขาดเงินอย่างหนัก ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันทีว่าถ้าสิทธิ์อัปเกรดนี้เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ก็คงดี แน่นอนว่าเขาแค่คิดไปเรื่อย ของฟรีที่ระบบให้มา ถ้ายังจะขอเปลี่ยนเป็นเงินสดอีกก็ดูจะโลภเกินไปหน่อย “ควรจะอัปเกรดข้อมูลของวันไหนดีนะ... งั้นเลือกวันเสาร์แล้วกัน” ถึงจะยังไม่รู้ว่า ‘ข้อมูล’ ที่ระบบให้หมายถึงอะไร แต่เย่ซูคิดว่าการเลือกวันเสาร์ ไม่ว่าข้อมูลจะออกมาเป็นแบบไหน เขาก็ยังมีเวลาช่วงสุดสัปดาห์สองวันไว้สำหรับจัดการ “อัปเกรดระดับข้อมูล: วันเสาร์” [ติ๊ง!] [อัปเกรดสำเร็จ!] [เหลือเวลาอีก 00:18:21 ก่อนจะถึงการรีเฟรชข้อมูลครั้งถัดไป โปรดรออย่างใจเย็น!] หลังจากคำอธิบายสำหรับมือใหม่จบลง หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นโหมดนับถอยหลังโดยอัตโนมัติ เมื่อตระหนักได้ว่าชีวิตกำลังจะถึงจุดเปลี่ยน เย่ซูไม่มีอารมณ์จะเล่นมือถือเลยแม้แต่นิดเดียว เขาได้แต่จ้องตัวเลขนับถอยหลังตาไม่กะพริบราวกับคนโดนของ หวังว่าเวลาจะเดินให้ไวกว่านี้หน่อย กระทั่งแขนขาเริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นจนควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เตียงเหล็กสั่นกึกๆ ตามไปด้วย คราวนี้ เจียงจื้อปินที่กำลังตั้งใจศึกษาเทคนิคจาก 'ปรมาจารย์' ในคลิปก็เริ่มไม่สบอารมณ์: “เฮ้ยพวก เดี๋ยวก่อน นี่มันกี่โมงกี่ยามเอง แกสวมวิญญาณกัปตันขับเครื่องบิน (ช่วยตัวเอง) แล้วเหรอ?” “วัยรุ่นน่ะไฟแรงข้าเข้าใจ แต่ก็รู้จักเพลาๆ ลงบ้างนะเว้ย!” “ไปตายซะ!” เย่ซูโต้กลับเสียงดังลั่นเพื่อตอกกลับคำใส่ร้ายของเพื่อน และถือโอกาสนี้ระบายความตื่นเต้นในใจไปด้วยเพื่อให้ร่างกายหยุดสั่น ตอนนี้แม้แต่ตัวเขาเองยังอดด่าตัวเองไม่ได้ว่าสภาพจิตใจช่างอ่อนแอเหลือเกิน แบบนี้จะไปทำการใหญ่ในอนาคตได้ยังไง! หลังจากลับฝีปากกันไปมา ไม่รู้ว่าบทสนทนาข้ามจากการขับเครื่องบินไปเรื่องใครร่างกายฟิตกว่ากัน จนกลายเป็นการดวลศักดิ์ศรีลูกผู้ชายได้ยังไง แต่มันก็ช่วยให้ความตื่นเต้นของเย่ซูผ่อนคลายลงได้ ในที่สุด ภายใต้การจดจ่อของเย่ซู ตัวเลขนับถอยหลังก็เปลี่ยนเป็นเลขศูนย์หกตัว [ข้อมูลวันนี้ (ระดับ 2): ในพุ่มไม้ประดับใต้ตึกเซิ่งหย่าอพาร์ตเมนต์ ถนนตงหวน มีตุ๊กตาถูกทิ้งไว้หนึ่งตัว ภายในตุ๊กตามีนาฬิกา Longines รุ่น Presence (博雅系列) หนึ่งเรือน ซึ่งเป็นของขวัญที่ ‘ป๋า’ สายเปย์เตรียมไว้เซอร์ไพรส์วีเจสาวที่มีผู้ติดตามสามแสนคนหลังจาก ‘สานสัมพันธ์’ กันอย่างลึกซึ้ง แต่วีเจสาวไม่รู้ว่ามีนาฬิกาอยู่ข้างใน และรังเกียจที่ตุ๊กตาดูราคาถูก จึงโยนทิ้งทันทีหลังจากฝ่ายชายกลับไป ราคาเสนอขายที่แนะนำ: 6,000 หยวน] “เชี่ย! นาฬิกา Longines!” ดวงตาของเย่ซูจ้องค้างที่หน้าจอระบบ ลมหายใจเริ่มหอบถี่ “ที่แท้ ‘ข้อมูล’ มันเป็นแบบนี้เองเหรอ!” พอคิดว่ามีนาฬิกามูลค่าหกพันหยวนวางรอให้ไปเก็บ เย่ซูก็นอนไม่ติดเตียง เขารีบพลิกตัวลงจากเตี่ยงแล้วเริ่มใส่ถุงเท้าทันที “ดึกป่านนี้แล้ว แกจะออกไปไหนวะ?” ถึงวันนี้จะเป็นวันศุกร์ แต่ตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้ว ฟางเจ๋อเหว่ยเพิ่งเล่นเกมตาแรกจบก็นึกว่าจะปิดคอมพ์เตรียมนอนเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น พอเห็นเย่ซูจะออกจากห้องเวลานี้เลยอดสงสัยไม่ได้ ส่วนอีกสองคนก็ชะโงกหัวออกมาด้วยความอยากรู้ “ไม่หลับไม่นอน จะออกไปขโมยไก่ที่ไหนเหรอเพื่อน?” “เดี๋ยวนะ แกกับฉินม่านอวิ๋นก็เลิกกันไปตั้งนานแล้วนี่หว่า ออกไปดึกขนาดนี้จะไปทำอะไร? เฮ้ย หรือว่าแกมีเด็กใหม่แล้ว!” คำพูดนั้นเรียกเสียงโหยหวนจากพวกโสดสนิทสามหน่อทันที ส่วนฉินม่านอวิ๋นที่เจียงจื้อปินพูดถึงนั้น นอกจากจะเป็นแฟนเก่าของเย่ซูแล้ว เธอยังเป็นดาวเด่นของคณะข้างๆ อีกด้วย ปีที่แล้วตอนฉินม่านอวิ๋นเพิ่งเลิกกับแฟน เย่ซูอาศัยจังหวะนี้บุกจู่โจม ประกอบกับตอนนั้นเขายังพอมีเงินเก็บเหลือเฟือ ไม่นานทั้งคู่ก็ตกลงคบกัน คบกันได้ไม่กี่เดือน เย่ซูก็ได้ 'ชิมลาง' ไปหลายครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเที่ยว รวมถึงค่าของขวัญ ก็ทำให้เงินเก็บของเขาร่อยหรออย่างรวดเร็ว สุดท้าย เมื่อเย่ซูไม่สามารถซื้อ iPhone รุ่นล่าสุดให้ตามที่ฉินม่านอวิ๋นต้องการได้ ความสัมพันธ์นี้ก็ถึงจุดสิ้นสุด ไม่นานหลังจากนั้น เย่ซูก็ได้ยินมาว่าฉินม่านอวิ๋นไปคบกับหนุ่มรวยจากคณะเศรษฐศาสตร์การค้า แถม iPhone 14 ในมือก็เปลี่ยนเป็น iPhone 16 ไปแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ เย่ซูไม่ได้ด่าทอว่าเธอเป็นผู้หญิงแพศยาอะไรแบบนั้น เพราะตอนที่เขาจีบเธอก็หวังแค่ ‘ตัว’ เธออยู่แล้ว ทุกอย่างมันก็แค่การแลกเปลี่ยนที่สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ดังนั้นตอนนั้นเย่ซูจึงทำได้แค่ถอนหายใจว่า ฉินม่านอวิ๋นนั้นเป็นคนประเภทที่ ‘ใหญ่’ (หน้าอก) จนเขารับมือไม่ไหว จนกระทั่งที่บ้านเกิดเรื่องนั่นแหละ พอคิดถึงเงินหลายพันหยวนที่ผลาญไปกับฉินม่านอวิ๋น เย่ซูก็เริ่มก่นด่า 'น้องชาย' ตัวเองในใจ: *แกจะหิวโหยอะไรขนาดนั้นวะ!* แต่จะเสียใจตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เย่ซูไม่มีทางไปทวงเงินคืนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงโดนเอาไปประจานในเพจมหาลัยแน่ๆ ตอนนี้เขาจึงได้แต่จำคำคมคนดังใส่สมองไว้เสมอว่า: *เงินมีไว้ให้ผู้หญิงดู ไม่ใช่มีไว้ให้ผู้หญิงใช้!* “เด็กใหม่ที่ไหนล่ะ ฉันแค่มีธุระต้องออกไปเดี๋ยวเดียว” แม้ความสัมพันธ์กับรูมเมททั้งสามจะสนิทกันจนแทบจะเรียกกันว่าพ่อลูกได้ แต่เย่ซูก็ไม่โง่พอที่จะหลุดเรื่องระบบออกไปแม้แต่นิดเดียว เมื่อเจอเพื่อนๆ ซักไซ้ เย่ซูก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาตอบปัดๆ ไป ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมสองด้านกับหน้ากากอนามัยออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้วก้าวออกจากห้อง “ถนนตงหวน เซิ่งหย่าอพาร์ตเมนต์” โชคดีที่ระเบียบของมหาลัยค่อนข้างหลวม ไม่มีกฎเคอร์ฟิวห้ามเข้าออก ไม่อย่างนั้นคงลำบากน่าดู พอออกจากหอพัก เย่ซูก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดนำทางไปยังจุดหมายตามคำแนะนำของระบบทันที “โชคดีที่ห่างไปแค่ 4.7 กิโล จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินเรียกแท็กซี่” ที่หน้าประตูมหาลัย เย่ซูสแกนปลดล็อกจักรยานสาธารณะ หลังจากใส่หูฟังบลูทูธเสร็จ เขาก็เริ่มปั่นจักรยาน ‘ซิ่ง’ ไปตามเส้นทางที่นำทางบอกอย่างสุดแรงเกิด... ยังดีที่เวลานี้หน้าประตูมหาลัยไม่มีคน ไม่อย่างนั้นทุกคนคงได้เห็นคนบ้าที่ไหนไม่รู้ ไม่หลับไม่นอนตอนเที่ยงคืน มาปั่นจักรยานสาธารณะราวกกับจะไปแข่งโอลิมปิกอยู่บนถนน...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV