ตอนที่ 2

ผู้หญิงมีแต่จะทำให้ผมใช้เงินช้าลง

1,797 คำ~9 นาที
สำหรับเรื่องนาฬิกา อันซินไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งอะไรนัก ชาติก่อนแค่มีข้าวกินให้ครบทุกมื้อก็บุญแล้ว นาฬิกาหรูพวกนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง แต่ถึงจะไม่เคยสนใจเรื่องนาฬิกา แต่อย่างน้อยชื่อของ ‘โรเล็กซ์ ซับมารีนเนอร์ ขอบเขียว’ หรือที่เรียกกันว่า ‘กรีนซับ’ อันซินก็ยังพอเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง “งั้นก็ลองไปดูที่ร้านโรเล็กซ์ก่อนแล้วกัน” ร้านโรเล็กซ์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านแอปเปิลสโตร์นัก แต่อันซินเกือบจะหาไม่เจอ เขาต้องเดินกลับไปถามพนักงานขายคนเดิมที่ร้านแอปเปิลถึงได้รู้ตำแหน่งที่ตั้ง สาเหตุก็เพราะป้ายหน้าร้านโรเล็กซ์ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘ROLEX’ ไม่ใช่ตัวอักษรจีนที่เขียนว่า ‘เหลา ลี่ ซือ’ “พับผ่าสิ คิดจะหาเงินกับคนในประเทศแท้ๆ แต่ดันไม่ทำป้ายภาษาจีน แบบนี้มันเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงชัดๆ” อันซินบ่นพึมพำในใจพลางเดินเข้าไปในร้าน ภายในร้านตอนนี้มีลูกค้าอยู่ประปราย ส่วนใหญ่ดูจากอายุแล้วน่าจะสามสิบปีขึ้นไปทั้งนั้น ก็แน่ล่ะ นาฬิการาคาแพงขนาดนี้ วัยรุ่นทั่วไปคงไม่มีปัญญาซื้อมาใส่กันหรอก “สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย มีอะไรให้ทางเราช่วยดูแลไหมคะ?” ทันทีที่อันซินเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานขายหญิงที่แต่งหน้าอย่างประณีตและหน้าตาค่อนข้างดีก็เดินเข้ามาต้อนรับทันที บนใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น เธอไม่ได้แสดงท่าทีดูแคลนอันซินที่เห็นว่าเขายังดูเด็ก หรือสงสัยในกำลังทรัพย์ของเขาเลยแม้แต่น้อย สมแล้วที่เป็นร้านแบรนด์เนมหรูระดับไฮเอนด์ มารยาทและความเป็นมืออาชีพของพนักงานช่างยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ทำไมในใจเขากลับรู้สึกวูบหนึ่งที่แอบเสียดาย เพราะไม่มีโอกาสได้โชว์รวยตบหน้าคนเล่นกันนะ? “ผมขอดูหน่อยครับ” อันซินพยักหน้า จากนั้นก็เริ่มเดินดูรอบๆ เคาน์เตอร์ พนักงานหญิงเดินตามเขาอย่างอดทน รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเสมอโดยไม่มีท่าทีรำคาญแม้แต่นิดเดียว ในที่สุด ฝีเท้าของอันซินก็หยุดลงที่หน้าเคาน์เตอร์ตัวหนึ่ง เขาหันไปมองพนักงานหญิงคนนั้นแล้วชี้นิ้วไปยังนาฬิกาเรือนหนึ่งในตู้โชว์ “เรือนนี้ดูดีนะ ผมขอลองสวมหน่อยได้ไหม?” “ได้แน่นอนค่ะ” พนักงานหญิงตอบกลับอย่างสุภาพ จากนั้นเธอก็เริ่มแนะนำข้อมูลพลางไขตู้โชว์ แล้วค่อยๆ นำนาฬิกาออกมาอย่างระมัดระวัง “นาฬิกาเรือนนี้คือรุ่น ‘เดย์โทนา เรนโบว์’ (Daytona Rainbow) ค่ะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราทรงเกียรติ ตัวเรือนทำจากทองคำ 18K บริเวณขาตัวเรือนประดับด้วยเพชร หน้าปัดประดับเพชร 8 เม็ดแทนตำแหน่งชั่วโมง กระจกเป็นแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน สายนาฬิกาก็ผลิตจากทองคำ 18K เช่นกันค่ะ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1,082,000 หยวน เป็นรุ่นที่แพงที่สุดในร้านเราตอนนี้เลยค่ะ” ตอนที่พูดถึงราคา น้ำเสียงของพนักงานหญิงเน้นหนักขึ้นเล็กน้อย อันซินไม่แน่ใจว่าเธอตั้งใจจะหยั่งเชิงเขาหรือเปล่า แต่ถึงจะเป็นการหยั่งเชิง น้ำเสียงและท่าทางของเธอก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถูกลบหลู่เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านต่างถูกดึงดูดด้วยบทสนทนานี้ สายตาหลายคู่เริ่มจับจ้องมาที่อันซิน ก็นะ นาฬิกาเรือนละล้านกว่าหยวน ไม่ใช่ว่าใครจะนึกอยากซื้อก็ซื้อได้ เมื่อเห็นว่าตกเป็นเป้าสายตา อันซินก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว เขาพยักหน้าอย่างสุขุมก่อนจะรับนาฬิกามาลองสวม พนักงานหญิง: “คุณผู้ชายคะ นาฬิกาเรือนนี้เข้ากับบุคลิกของคุณมากจริงๆ ค่ะ ใส่แล้วดูดีมากเลย!” อันซินไม่รู้ว่าคำพูดพวกนี้มีส่วนผสมของคำยออยู่กี่มากน้อย แต่ต้องยอมรับว่าพนักงานคนนี้พูดจาได้ไพเราะน่าฟัง และเขาก็ชอบมันเสียด้วย “เอาเรือนนี้แหละครับ!” อันซินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ทว่าพนักงานหญิงกลับอึ้งไปครู่หนึ่ง “อะ...อะไรนะคะ?” เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าอันซินจะซื้อเจ้า ‘เรนโบว์’ เรือนนี้จริงๆ แม้ก่อนหน้านี้เธอจะแอบคิดว่าอันซินอาจจะเป็น ‘ฟูเอ้อร์ไต้’ (ทายาทเศรษฐี) ที่บ้านพอมีฐานะ อายุยังน้อย เพิ่งเข้าสู่สังคม และอยากซื้อนาฬิกาแบรนด์เนมไปใส่โชว์เท่ๆ บ้าง แต่เธอก็คิดว่าอย่างมากเขาก็คงซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาแสนกว่าหยวนมาประดับบารมีเท่านั้น ใครจะไปคิดว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะใจถึง ทุ่มเงินล้านซื้อในทันทีแบบนี้? ตอนนี้ไม่ใช่แค่พนักงานขายที่ตกใจ ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านก็เช่นกัน สายตาที่มองมายังอันซินเปลี่ยนจากความสงสัยและขบขัน กลายเป็นความเคารพแกมเลื่อมใส และแน่นอนว่ามีความอิจฉาปนอยู่ด้วย! “ผมหมายความว่า รูดบัตรชำระเงินเลยครับ” อันซินหยิบบัตรธนาคารออกมาส่งให้พนักงานหญิงโดยตรง “ดะ...ได้ค่ะ” พนักงานหญิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค้อมตัวลงรับบัตรไป ในใจไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้ จะไม่ให้เธอตื่นเต้นได้อย่างไร ในเมื่อขายนาฬิกามูลค่าล้านกว่าหยวนได้แบบนี้ ค่าคอมมิชชันที่เธอจะได้รับย่อมไม่ใช่น้อยๆ “อ้อ รูดแบ่งเป็นสามครั้งนะครับ ครั้งแรกรูดหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน ครั้งที่สองสามแสนหกหมื่นหยวน ส่วนครั้งที่สามรูดที่เหลือให้หมด” เนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้ว ครั้งนี้อันซินจึงแสดงออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพนักงานหญิงคนนี้ก็มีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าพนักงานที่ร้านแอปเปิลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินคำขอแปลกๆ ของอันซิน เธอไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเลย ในความคิดของเธอ นี่อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวที่แปลกประหลาดของพวกคนรวยก็ได้! [คุณได้ใช้จ่ายไป 180,000 หยวน ได้รับแคชแบ็ก 360,000 หยวน] [คุณได้ใช้จ่ายไป 360,000 หยวน ได้รับแคชแบ็ก 720,000 หยวน] [คุณได้ใช้จ่ายไป 542,000 หยวน ได้รับแคชแบ็ก 1,084,000 หยวน] “คุณผู้ชายคะ นี่คือบัตรของคุณค่ะ!” หลังจากชำระเงินเสร็จสิ้น พนักงานหญิงก็ส่งบัตรธนาคารคืนให้อันซิน จังหวะที่อันซินรับบัตร เขาเริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ามือถูกปลายนิ้วสะกิดเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองพนักงานหญิงคนนั้น เห็นได้ชัดว่าเธอก็กำลังส่งยิ้มหวานมาให้เขาเช่นกัน พร้อมกันนั้นเธอก็ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างแผ่วเบา แววตาที่มองมาดูยั่วยวนกว่าเมื่อครู่ขึ้นหลายส่วน ไม่แปลกที่ท่าทีของพนักงานหญิงจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ในเมื่ออันซินยังหนุ่มยังแน่น แถมยังใจป้ำทุ่มเงินล้านได้แบบไม่กะพริบตา นี่มันคือ ‘หุ้นตัวเด็ด’ ชัดๆ! หากเธอสามารถหาโอกาสคว้าเขาไว้ได้และไต่เต้าสำเร็จ ไม่แน่ว่าจากนกกระจอกอาจจะกลายเป็นหงส์ในชั่วข้ามคืน แล้วเธอจะต้องออกมาทำงานงกๆ ให้เหนื่อยไปทำไมอีก? เมื่อเจอการทอดสะพานจากพนักงานหญิง ตอนแรกอันซินยังตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้าง แต่หลังจากอึ้งไปเพียงไม่กี่วินาที เขาก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างรู้ทันว่าอีกฝ่ายคิดอะไร น่าสนใจดีแฮะ นี่สินะความสุขของคนรวย? ความคิดของอันซินเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย “คุณผู้ชายคะ เรามาแอดวีแชทกันไว้ไหมคะ? ถ้ามีปัญหาเรื่องบริการหลังการขาย คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ตลอดเวลา ดิฉันยินดีรับใช้และดูแลคุณอย่างเต็มที่เลยค่ะ” พนักงานหญิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พลางมองอันซินด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ อันซินจ้องมองเธอครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วก็ตอบตกลงแอดเพื่อนกับเธอไป หลังจากนั้น อันซินก็เดินออกจากร้านโรเล็กซ์ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่ ‘เรนโบว์’ มูลค่าล้านหยวนบนข้อมือของเขา และเพียงแค่เขาเดินออกมาได้ไม่นาน วีแชทของเขาก็มีข้อความแจ้งเตือนจากพนักงานหญิงคนเมื่อครู่ “สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ขอโทษด้วยนะคะที่เมื่อกี้ลืมแจ้งวิธีดูแลรักษานาฬิกาเบื้องต้นไป ไม่ทราบว่าช่วงบ่ายวันนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหมคะ ทางเราสามารถจัดส่งพนักงานไปให้คำแนะนำถึงที่พักได้เลยนะคะ!” ให้คำแนะนำถึงที่พักงั้นเหรอ? ผมว่าน่าจะเป็น ‘บริการถึงเตียง’ มากกว่ามั้ง! อันซินไม่ได้รีบตอบข้อความในทันที แต่เขาเลือกที่จะกดเข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของอีกฝ่ายก่อน นอกจากรูปประชาสัมพันธ์งานแล้ว ยังมีรูปถ่ายการใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่บ้าง และในรูปเหล่านั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มีแค่พนักงานหญิงคนนี้เพียงคนเดียว แต่ยังมีชายหนุ่มอีกคนที่ดูท่าทางสนิทสนมกับเธอมาก ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สองคนนี้น่าจะเป็นแฟนกัน เมื่อเห็นดังนั้น อันซินก็ได้แต่แสดงความเสียใจกับพี่ชายคนนั้นอยู่ในใจเงียบๆ จากนั้นเขาก็ขยับนิ้ว กดลบเพื่อนพนักงานหญิงคนนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี เพราะเขากลัวว่าถ้าขืนลบช้ากว่านี้ แล้วอีกฝ่ายส่งอะไรมาหาเขาอีก เขาอาจจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ก็นะ เรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้ แค่คิดมันก็น่าตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว แต่ก่อนที่ภารกิจจะสำเร็จ ผู้หญิงมีแต่จะทำให้เขาใช้เงินช้าลงเท่านั้น เขาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV