ตอนที่ 1
เปิดฉากด้วยภารกิจแคชแบ็กหนึ่งร้อยล้าน
1,819 คำ~10 นาที
เดือนกันยายน แม้จะผ่านพ้นช่วงที่ร้อนจัดที่สุดไปแล้ว แต่อากาศก็ยังคงอบอ้าวอย่างต่อเนื่อง
บนรถไฟขบวนธรรมดาสีเขียวที่วิ่งออกจากเมืองหรงเฉิงและกำลังจะเข้าสู่เมืองจิงไห่
อันซินเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
เกือบหนึ่งวันเต็มแล้วที่เขาเกิดใหม่ และเขาก็ยอมรับความจริงได้แล้วว่าตัวเองได้ย้อนวัยจากชายวัยสามสิบ กลับมาเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปดอีกครั้ง
อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรที่ยอมรับไม่ได้
ชาติที่แล้วเขาอายุล่วงเลยไปจนถึงสามสิบแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย รถไม่มี บ้านไม่มี เมียไม่มี เรียกได้ว่าเป็นผลผลิตที่ล้มเหลวโดยสมบูรณ์
สาเหตุที่เขาได้มาเกิดใหม่ ก็เพราะฝืนปั่นงานโต้รุ่งติดต่อกันเป็นสัปดาห์ จนสุดท้ายก็หัวใจวายตายคาห้องเช่าราคาถูกของตัวเอง
เมื่อนึกถึงอดีตที่แสนธรรมดาและไร้ค่า
อันซินที่โชคดีได้รับโอกาสกลับมาแก้ไขชีวิตใหม่ก็สาบานกับตัวเองในใจว่า ชาตินี้เขาจะต้องใช้ชีวิตให้สมกับเป็นคนให้ได้
แต่ทว่า...
เลขรางวัลลอตเตอรี่งวดหน้าคืออะไรนะ?
เทรนด์อินเทอร์เน็ตระลอกถัดไปจะมาเมื่อไหร่?
แล้วเขาจะหาเงินล้านแรกได้ยังไง?
บ้าเอ๊ย ยากชะมัด!
ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกสวะเลยล่ะเนี่ย ขนาดเกิดใหม่แล้วยังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง!
อันซินที่ตอนแรกเริ่มฝันหวานถึงการเป็นมหาเศรษฐี จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ ใบหน้าของเขาดูแย่ราวกับเพิ่งไปกินอุจจาระมา
ไม่สิ แล้วระบบล่ะ?
ไม่ใช่ว่าระบบคือของมาตรฐานที่ต้องมาพร้อมกับการเกิดใหม่หรอกเหรอ?
หรือว่าในนิยายพวกนั้นจะหลอกเด็กกันหมด?
"พี่ชายระบบ อยู่หรือเปล่าครับ?" อันซินตะโกนเรียกในใจอย่างไม่ยอมแพ้
[ติ๊ง! เปิดใช้งานระบบมหาเศรษฐี ทริกเกอร์ภารกิจแคชแบ็กจากการใช้จ่ายภายใน 24 ชั่วโมง วงเงินการใช้จ่าย 100 ล้านหยวน]
นี่มัน...?
ทันทีที่อันซินเรียกจบ เสียงแปลกหน้าที่ดูห่างเหินก็ดังขึ้นในหัวของเขา
มันกะทันหันจนอันซินตั้งตัวไม่ติดและตกตะลึงไปชั่วขณะ
พอเขาเริ่มได้สติ หัวใจดวงน้อยๆ ก็เริ่มเต้นแรงโครมครามอย่างห้ามไม่ได้
แต่เขาก็ฝืนบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง เพราะกลัวว่าเมื่อครู่อาจจะเป็นแค่หูฝาดไปเอง แล้วสุดท้ายจะต้องดีใจเก้อ
เขาจึงลองพยายามสื่อสารกับระบบอีกครั้ง
ทว่าตะโกนเรียกอยู่นาน ระบบก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ
"เบียร์ เครื่องดื่ม น้ำแร่ ถั่ว เมล็ดทานตะวัน โจ๊กธัญพืชมาแล้วจ้า! รบกวนช่วยหลบขาหน่อยนะค้า!"
ประจวบเหมาะกับที่พนักงานหญิงเข็นรถขายของว่างเดินใกล้เข้ามา
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของอันซินก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ไม่ใช่ว่าได้เงินคืนจากการใช้จ่ายหรอกเหรอ? ลองดูหน่อยเดี๋ยวก็รู้
เขาจึงเรียกพนักงานคนนั้นไว้ "พี่ครับ ขอน้ำแร่ขวดหนึ่งครับ"
"ได้ค่ะ น้ำแร่ห้าหยวน!"
บ้าเอ๊ย หน้าเลือดชะมัด น้ำแร่ข้างนอกขวดละหนึ่งหยวน บนรถไฟดันขายห้าหยวน ไม่ไปปล้นเขาเอาเลยล่ะ!
ถึงจะบ่นในใจแต่อันซินก็รีบจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
[คุณได้ใช้จ่ายไป 5 หยวน ได้รับเงินคืน 10 หยวน วงเงินการใช้จ่ายคงเหลือ 99,999,995 หยวน]
เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง มันไพเราะราวกับเสียงสวรรค์ที่ดังก้องอยู่ในใจของอันซิน
ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของอันซินก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่ามีเงินเข้า
เมื่อเห็นแบบนั้น อันซินก็เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
มีระบบจริงๆ ด้วย ถึงตาอันซินคนนี้จะทะยานขึ้นฟ้าแล้ว!
"จริงด้วย จำได้ว่าเมื่อกี้ระบบบอกว่ามีข้อจำกัด เวลาในการรับเงินคืนมีแค่ 24 ชั่วโมง และวงเงินการใช้จ่ายมีแค่ 100 ล้านหยวน"
"ตอนนี้ตัวฉันมีเงินติดตัวอยู่ทั้งหมด 5,000 หยวน ซึ่งเป็นค่าขนมเทอมนี้ที่พ่อกับแม่ให้มา นั่นหมายความว่าภายใน 24 ชั่วโมง ฉันต้องใช้เงิน 5,000 หยวนนี้หมุนเวียนผ่านการซื้อของแล้วได้เงินคืนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ซื้อของให้ครบมูลค่า 100 ล้านหยวน"
"ถึงเวลาจะมีแค่ 24 ชั่วโมง แต่มันก็ดูไม่ได้ยากอะไรนี่นา หรือว่าฉันจะใช้เงินไม่เป็น? ฉันยังไม่กระจอกถึงขั้นนั้นหรอก!"
พอคิดได้ดังนั้น อันซินก็รู้สึกปลอดโปร่งไปทั้งตัว
อารมณ์ของเขากลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
ตอนนี้ยังไงก็รีบร้อนไปไม่ได้ เพราะเขายังอยู่บนรถไฟ ไม่มีอะไรให้ใช้จ่ายมากนัก
จะให้เขาไปหาพนักงานแล้วบอกว่าจะเหมาของบนรถไฟทั้งหมดงั้นเหรอ?
อย่าล้อเล่นน่า แบบนั้นจะได้เงินคืนสักกี่บาทเชียว?
แถมซื้อของจุกจิกพวกนั้นมาแล้วจะจัดการยังไงต่อก็เป็นปัญหา
เพราะฉะนั้นรอให้ลงจากรถไฟก่อนค่อยว่ากัน อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงรถไฟก็จะถึงสถานีแล้ว
ฉึกฉัก... ฉึกฉัก... ฉึกฉัก...
รถไฟส่ายไปส่ายมาแบบนั้นต่ออีกครึ่งชั่วโมงกว่าๆ
ในที่สุดก็มาถึงสถานีปลายทาง—สถานีรถไฟจิงไห่
อันซินเดินลงจากรถไฟด้วยมือเปล่า
ส่วนสัมภาระของเขาน่ะเหรอ ทิ้งไปหมดแล้ว
ยังไงก็ไม่มีของมีค่าอะไร มีแค่พวกเสื้อผ้ากับผ้าห่ม ไว้ค่อยซื้อใหม่เอาข้างหน้า
หลังจากออกจากสถานีรถไฟ
อันซินก็เรียกแท็กซี่ทันทีและบอกให้คนขับไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด
เมืองจิงไห่เป็นเมืองระดับสาม แม้จะไม่เจริญเท่าเมืองระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถือว่าล้าหลังเกินไป
ในเมืองเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า อะไรที่ควรมีก็มีเกือบหมด
ชาติก่อนอันซินเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองนี้สี่ปี ย่อมไม่รู้สึกแปลกที่กับมัน
ระยะทางประมาณสองกิโลเมตร ซึ่งปกติควรจะใช้เวลาสิบนาทีและค่าโดยสารประมาณสิบหยวน แต่คนขับกลับวนรถไปมาอยู่ครึ่งชั่วโมง จนมิเตอร์ขึ้นไปถึง 34 หยวน
อันซินก้าวลงจากรถ พลางมองคนขับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า "ลูกพี่ พี่คิดว่าผมไม่รู้จักเส้นทางในจิงไห่จริงๆ เหรอครับ"
"เอ่อ... คือ..." คนขับอึกอักจนพูดไม่ออก
เมื่อเห็นดังนั้น อันซินก็หลุดหัวเราะออกมา แล้วก็ยอมจ่ายเงินไป
[คุณได้ใช้จ่ายไป 34 หยวน ได้รับเงินคืน 68 หยวน วงเงินการใช้จ่ายคงเหลือ 99,999,961 หยวน]
ถึงคนขับจะไม่มีจรรยาบรรณ แต่ในเมื่อคุณได้กำไรและผมก็ได้กำไร อันซินก็คร้านจะไปถือสาหาความ
............
เมื่อเดินเข้าไปในห้าง อันซินก็มุ่งตรงไปยังร้านแอปเปิลสโตร์ทันที
ตอนนี้มือถือที่เขาใช้อยู่เป็นแอนดรอยด์โนเนมเครื่องหนึ่ง
ในมุมมองของเขาที่มาจากอนาคต การใช้งานมันช่างอืดอาดเสียเหลือเกิน
ดังนั้นเขาจึงกะจะถือโอกาสจากระบบแคชแบ็ก เปลี่ยนมือถือให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
"สวัสดีค่ะคุณลูกค้า มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?"
ทันทีที่อันซินเดินเข้าไปในร้าน พนักงานก็ปรี่เข้ามาต้อนรับ
"ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดตัวท็อปราคาเท่าไหร่ครับ?" อันซินถามเข้าประเด็นทันที
"ตอนนี้รุ่นล่าสุดของเราคือ ไอโฟน 6 ค่ะ ตัวท็อปความจุ 128GB ราคาอยู่ที่ 6,888 หยวนค่ะ"
6,888 หยวนเหรอ?
เงินไม่พอนี่หว่า!
อันซินพูดนิ่งๆ "ผมอยากได้ไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดตัวท็อปด้วย ราคาเท่าไหร่ครับ?"
พนักงานตอบว่า "ถ้าเป็นไอแพดราคา 4,999 หยวนค่ะ"
พอดีเลย!
"ตกลงครับ แล้วก็เอาคอมพิวเตอร์ให้ผมอีกเครื่องหนึ่ง จากนั้นก็รูดบัตรเลย!"
อันซินโบกมืออย่างป๋า
ไม่นานนัก พนักงานก็แพ็กของเสร็จเรียบร้อยและถือเครื่องรูดบัตรมาตรงหน้าอันซิน
"คุณลูกค้าคะ ทั้งหมดรวมเป็นเงิน 27,886 หยวนค่ะ"
อันซินโบกมือปฏิเสธ "แบ่งรูดสามครั้งครับ รูดค่าไอแพดก่อน!"
"คะ?" พนักงานชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เธอเหวอไปกับวิธีการของอันซิน
อะแฮ่ม...
เมื่อเห็นแบบนั้น อันซินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อเขาไม่มีเงินจ่ายรวดเดียวให้จบ ก็ต้องใช้วิธีรับเงินคืนไปทีละยอดแบบนี้แหละ
[คุณได้ใช้จ่ายไป 4,999 หยวน ได้รับเงินคืน 9,998 หยวน]
[คุณได้ใช้จ่ายไป 6,888 หยวน ได้รับเงินคืน 13,776 หยวน]
[คุณได้ใช้จ่ายไป 15,999 หยวน ได้รับเงินคืน 31,998 หยวน]
ท่ามกลางสายตาแปลกๆ ของพนักงาน อันซินก็เดินออกจากร้านแอปเปิลสโตร์มาด้วยตัวเปล่า
มือถือเขาเปลี่ยนซิมใช้งานทันที ส่วนไอแพดและคอมพิวเตอร์เขาให้พนักงานจัดส่งไปที่มหาวิทยาลัยโดยตรง
เพราะเขายังต้องไปช้อปปิ้งต่อ จะให้หิ้วของพะรุงพะรังไปมาได้ยังไงกัน!
จากนั้นเขาก็เริ่มกวาดล้างสินค้าในห้างต่อ
ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า การแต่งกายที่ดูเหมือนเด็กมัธยมปลายที่จืดชืดและล้าสมัยต้องถูกเปลี่ยนก่อน
อืม... แถมด้วยการควักเงินอีกหลายพันหยวนให้ช่างทำผมช่วยจัดทรงให้ใหม่
จะว่าไป ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ
พอลองขัดสีฉวีวรรณเสร็จ อันซินแทบจำคนในกระจกไม่ได้
ไม่เสียแรงที่เป็นอันซิน หล่อจนวัวตายควายล้มจริงๆ
สุดท้ายเมื่อมองยอดเงินในบัตรธนาคารที่ตอนนี้มีอยู่แสนกว่าหยวนแล้ว อันซินก็รู้สึกว่าการใช้เงินแบบนี้มันยังช้าเกินไป
ดูท่าจะต้องซื้อพวกของแบรนด์เนมหรูๆ เสียหน่อยแล้ว
อย่างที่เขาว่ากันว่า "คนจนเล่นรถ คนรวยเล่นนาฬิกา"
ถึงตอนนี้จะยังไม่มีรถ แต่ก็ไม่เสียหายที่จะซื้อนาฬิกาสักสองเรือนมาใส่เล่นๆ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน