ตอนที่ 4

กลศาสตร์ควอนตัมกับสัมผัสที่หก

2,246 คำ~12 นาที
“ก่อนที่จะไข ‘ปฏิทรรศน์คุณปู่’ เราจำเป็นต้องทำความรู้จักกับผู้ที่เสนอทฤษฎีนี้ขึ้นมาเป็นคนแรกก่อนครับ เขาคือ เรอเน บาร์ฌาแวล (René Barjavel)” “ตอนที่เขาเสนอประเด็นนี้ขึ้นมา จุดประสงค์หลักก็เพื่อพิสูจน์ว่าการย้อนเวลานั้นเป็นไปไม่ได้” “เพราะหากผมฆ่าคุณปู่ ตัวผมย่อมไม่มีตัวตน และเมื่อผมไม่มีตัวตน ก็จะไม่มีใครไปฆ่าคุณปู่ได้” “เพื่อหลีกเลี่ยงทางตันนี้ เขาจึงเสนอทางออกเดียวที่เป็นไปได้ออกมา นั่นคือ... จักรวาลคู่ขนาน” เมื่อเล่าถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อฟังการรายงานจากทีมงานหลังบ้านผ่านหูฟังอินเอียร์ ข้อความบนหน้าจอไลฟ์สดต่างเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ในตอนแรกที่ปฏิทรรศน์คุณปู่ถูกหยิบยกขึ้นมา มันถูกใช้เพื่อยืนยันว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในโลกแห่งความเป็นจริง และทฤษฎีนี้ก็ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมหาศาล “ในเมื่อมันถูกเรียกว่าปฏิทรรศน์แห่งกาลเวลา หากเราปฏิเสธเรื่องการข้ามเวลาไปเสียตั้งแต่แรก ปฏิทรรศน์นี้ก็จะหมดความหมายทันที และไม่ควรค่าแก่การถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับสุดยอดปฏิทรรศน์ของโลกด้วยซ้ำ” “ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วยกับผู้ที่เสนอทฤษฎีนี้ครับ” “วันนี้ ผมจะมาจำแนกและอธิบายปฏิทรรศน์นี้อย่างละเอียด” “ข้อแรก: การเดินทางข้ามเวลามีอยู่จริงหรือไม่?” เขาโยนคำถามออกมา ทันทีที่พูดจบ ผู้ชมต่างพากันงุนงงสับสน “จะมีจริงได้ยังไงวะ!” “ถ้าบอกว่ามีจริง นายก็แค่พวกมือสมัครเล่นแล้ว!” “เป็นไปไม่ได้หรอก นี่มันก็แค่ปฏิทรรศน์สมมติ ถ้านายบอกว่ามีจริง แสดงว่านายไม่เข้าใจปฏิทรรศน์นี้เลยสักนิด!” “...” ใครจะคาดคิดว่าเจียงเจ๋อจะตอบออกมาทันทีว่า “มีจริงครับ” สิ้นคำพูดนั้น ผู้ชมต่างพากันขมวดคิ้ว ทำไมไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย? ปฏิทรรศน์ก็คือปฏิทรรศน์ จะไปดึงเรื่องการเดินทางข้ามเวลาจริงๆ มาเกี่ยวทำไม? ผู้ชมที่แห่กันเข้ามาดูส่วนใหญ่ตั้งใจมาเพื่อรอดูเจียงเจ๋อขายหน้า พวกเขาคิดว่าเจียงเจ๋อก็คงเหมือนกับพิธีกรรายการคนอื่นๆ ที่แค่พูดจาจูงใจไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็จบลง แต่ใครจะคิดว่าเจียงเจ๋อกลับเริ่มเอาจริงเอาจังกับการพิสูจน์ว่าการเดินทางข้ามเวลามีจริงหรือไม่ ฉากนี้ทำให้ผู้ชมที่กำลังจะกดปิดเปลี่ยนใจอยู่ดูต่อเพื่อรอจับผิดเขา “พิธีกรคนนี้มาแปลกแฮะ ไม่เหมือนคนอื่นเลย” “ใช่ คนอื่นมักจะหมกมุ่นอยู่กับการที่ปฏิทรรศน์นี้อธิบายไม่ได้ แต่เขากลับไปจริงจังเรื่องที่ว่าการข้ามเวลาทำได้จริงหรือเปล่า” “พิธีกรคนอื่นมักจะข้ามเรื่อง ‘การเดินทางข้ามเวลา’ ไปเลย แต่นายนี่กลับเอามาเป็นประเด็นหลักเฉย” “แค่ประเด็นนี้ก็น่าดูแล้วล่ะ เพราะฉันอยากเห็นจริงๆ ว่านายจะแถจนสีข้างถลอกยังไง!” “...” มีคนค้าน ย่อมมีคนหนุน ภาพที่ปรากฏทำให้คนในห้องประชุมผู้บริหารเริ่มมีสีหน้าย่ำแย่ลง การข้ามเวลามันอธิบายไม่ได้ และไม่มีทางเป็นไปได้! เอาแล้วไง รายการจะพังพินาศก็คราวนี้แหละ! ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้สมัครงานที่ยืนอยู่มุมสตูดิโอกลับเผยรอยยิ้มเยาะสะใจออกมา ทว่า ในตอนนั้นเอง เสียงอธิบายของเจียงเจ๋อก็ดังขึ้นจากบนเวที “ผมทราบครับว่าหลายคนคงกำลังหัวเราะเยาะที่ผมดูไม่เป็นมืออาชีพ” “แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การเดินทางข้ามเวลานั้นมีอยู่จริงครับ” “ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เราสามารถทำให้เวลาของตัวเองช้าลงได้ (ผ่านการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง) เพื่อ ‘ข้าม’ ไปยังอนาคต” “นอกเหนือจากนั้น เรายังสามารถทำให้กระแสเวลาของตัวเองไหลเวียนต่างจากคนอื่นเพื่อบรรลุการเดินทางข้ามเวลาได้เช่นกัน” “แล้วจะทำให้เวลาของตัวเองช้าลงได้อย่างไร?” “ง่ายมากครับ แค่เพิ่มแรงโน้มถ่วงรอบตัวให้มากขึ้น ขอย้ำนะครับว่าเป็นแรงโน้มถ่วง ไม่ใช่แรงดึงดูดจากน้ำหนัก” “เราไปอยู่ใกล้ๆ กับวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล เช่น ดวงอาทิตย์ หรือใกล้กับหลุมดำที่ใจกลางทางช้างเผือก” “เมื่อมีคนเดินทางไปแถวหลุมดำเพียงไม่กี่วินาทีหรือกี่สิบวินาทีแล้วกลับมา เขาจะพบเรื่องน่าตกใจว่า... โลกผ่านไปแล้วหลายร้อยหรือหลายพันปี ในขณะที่ตัวเขายังคงมีใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเดิม” เมื่อเจียงเจ๋อเริ่มลงรายละเอียด ผู้ชมก็เริ่มตั้งใจฟังอย่างจริงจัง คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าการข้ามเวลาเป็นเรื่องที่มีอยู่แค่ในหนังไซไฟเท่านั้น มีเพียงผู้เชี่ยวชาญส่วนน้อยที่รู้เรื่องพวกนี้ นั่นทำให้ประชาชนทั่วไปเริ่มเกิดความสนใจและเฝ้าดูต่อไป “แต่การทำแบบนั้นจะข้ามไปได้แค่อนาคตเท่านั้น ไม่สามารถย้อนกลับไปยังอดีตได้” “ดังนั้นคำถามสำคัญคือ เราสามารถเดินทางย้อนกลับไปยังอดีตได้หรือไม่?” “ซึ่งนี่ก็คือหัวใจสำคัญของปฏิทรรศน์คุณปู่: เราสามารถย้อนกลับไปฆ่าคุณปู่ได้จริงหรือ?” พูดถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อก็อมยิ้มเล็กน้อยก่อนอธิบายต่อ “หัวใจจริงๆ ของปฏิทรรศน์คุณปู่ก็คือ ‘การฆ่าคุณปู่ทำได้จริงหรือไม่’” “การฆ่าคุณปู่ จำเป็นต้องเป็นการที่ผมลงมือฆ่าด้วยตัวเองต่อหน้าหรือเปล่า?” “คำตอบคือ... ไม่จำเป็นครับ” “โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือการทำให้คุณปู่ตาย เพื่อให้การมีตัวตนของผมกลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จนเกิดเป็นปฏิทรรศน์ขึ้นมา” “ในเมื่อเป็นการฆ่าคุณปู่ ถ้าอย่างนั้นเราสามารถทำให้หลานในเวลาปัจจุบัน ใช้วิธีการพิเศษบางอย่างชักจูงให้คุณปู่ในอดีตฆ่าตัวตายได้ไหมครับ?” “ถ้าทำได้ ผลลัพธ์ก็ยังคงติดอยู่ในหัวใจของปฏิทรรศน์อยู่ดี นั่นคือ: ณ วินาทีนี้ ผมยังมีตัวตนอยู่หรือไม่?” สิ้นคำถามนี้ ผู้ชมทุกคนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับมีบางอย่างในสมองถูกเปิดออก มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย! ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนมุมมอง แต่สิ่งที่เจียงเจ๋อพูดก็ยังคงตอบโจทย์เรื่องการฆ่าคุณปู่ และทำให้ตัวตนของตัวเองไม่แน่นอน มันยังคงอยู่ในขอบเขตของปฏิทรรศน์คุณปู่ทุกประการ! “เดี๋ยวๆ มันชักจะแปลกๆ แล้วนะ!” “ชักจูงให้คุณปู่ฆ่าตัวตาย โดยที่ตัวบงการต้องเป็นหลานเอง... มันก็น่าจะทำได้นี่นา!” “ไม่สิๆ นี่เรากำลังไขปฏิทรรศน์คุณปู่อยู่นะ ไหงกลายเป็นการสอนวิธีฆ่าคุณปู่ในอดีตไปได้ล่ะเนี่ย?” “...” ผู้ชมส่วนใหญ่เกิดความสงสัยขึ้นในใจ การชักจูงให้คุณปู่ฆ่าตัวตาย จะไขปฏิทรรศน์คุณปู่ได้จริงๆ หรือ? อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องไขปฏิทรรศน์เลย ประเด็นคือจะชักจูงให้ฆ่าตัวตายได้ยังไง แถมยังเป็นการฆ่าตัวตายในอดีตด้วยนะ? “ดูเหมือนเขาจะเลือกเส้นทางพิธีกรที่ไม่มีใครในโลกนี้เคยเดินมาก่อนเลย!” ในห้องประชุม ดวงตาของหวัง กั๋วเซิ่งเป็นประกาย แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาสัมผัสได้ว่าเจียงเจ๋อกำลังใช้วิธีที่พลิกแพลงเพื่อแก้ปัญหานี้ และมันเริ่มน่าติดตามอย่างบอกไม่ถูก “ผมเริ่มจะเข้าใจเขาแล้วล่ะ” ผอ.เจ้าหรี่ตาลง ความคิดที่มองว่าเจียงเจ๋อเป็นแค่พิธีกรมือใหม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าเจียงเจ๋อเอาแต่พูดตามตำราเรื่องจักรวาลคู่ขนานเพื่อแก้ปฏิทรรศน์คุณปู่ล่ะก็... รายการนี้จะไม่มีความน่าสนใจเลยสักนิด! และไม่มีทางรั้งผู้ชมชาวเมืองซูไว้ได้แบบนี้ด้วย! ในวินาทีนั้นเอง โทรศัพท์ของผอ.เจ้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่กดรับ เสียงอันตื่นเต้นของเหล่าโอวก็ดังลอดออกมา “ข่าวดีระดับสวรรค์ประทานครับท่าน! จำนวนคนดูออนไลน์พุ่งทะลุแปดหมื่นคนแล้ว และตอนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดเลย!” “เจียงเจ๋อพูดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมคนดูถึงพุ่งพรวดพราดขนาดนี้?” เหล่าโอวไม่ได้มีปัญหาอะไรกับยอดผู้ชม แต่เขาแค่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีใครทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจรายการให้ความรู้ และรักในวิทยาศาสตร์ได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น! ส่วนเซียวสืออีและวังหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเริ่มสงสัยในชีวิต ยอดคนดูรายการของพวกเขารวมกันยังไม่แน่ว่าจะถึงแปดหมื่นคนเลยด้วยซ้ำ ทั้งคู่ไม่ได้โกรธเคืองใคร เพราะสิ่งที่เจียงเจ๋อกำลังพูดนั้นมัน ‘มีของ’ จริงๆ ผอ.เจ้าตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์ “ยอดคนดูขึ้นน่ะมันดีอยู่หรอก แต่ไอ้ที่ว่าจะชักจูงให้คุณปู่ฆ่าตัวตายในอดีตเนี่ย มันจะเป็นไปได้ยังไง?” “ถ้าแก้ปมนี้ไม่ได้ ยอดคนดูได้ดิ่งเหวแน่!” นั่นคือสิ่งที่เขากังวล ใครๆ ก็พูดจาโอ้อวดได้... แต่ประเด็นสำคัญคือเจียงเจ๋อจะสามารถตรึงผู้ชมไว้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่? ขณะนั้นเอง เจียงเจ๋อก็เขียนข้อความลงบนกระดานไวท์บอร์ดบนโต๊ะว่า: 【พัวพันควอนตัม】 จากนั้นเขาก็ชูมันขึ้นต่อหน้ากล้อง “การจะฆ่าคุณปู่ในอดีตนั้น ง่ายมากครับ!” “เราใช้วิธีการพัวพันควอนตัม” “ขออธิบายสั้นๆ นะครับว่า ‘พัวพันควอนตัม’ (Quantum Entanglement) คืออะไร” “มันคือปรากฏการณ์ที่อนุภาคสองตัวหรือมากกว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันในระดับลึก” “แม้พวกมันจะถูกแยกออกจากกัน แต่พวกมันจะส่งอิทธิพลต่อกันด้วยวิธีการที่ลึกลับ” “ความเร็วของอิทธิพลนี้เหนือกว่าความเร็วแสง ดังนั้นเราจึงเรียกมันว่าความสัมพันธ์แบบ ‘พัวพัน’” “พัวพันควอนตัมเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับฟิสิกส์ในโลกมหภาค ดังนั้นมันจึงจัดอยู่ใน ‘กลศาสตร์ควอนตัม’ หรือฟิสิกส์ของโลกจุลภาคครับ” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชมของสถานีไม่ใช่มีแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยแบบโลกก่อน การอธิบายแบบนี้อาจจะเข้าใจยากเกินไปสำหรับคนสูงอายุและเด็กๆ เขาจึงยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนกว่าเดิม “ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่อง ‘ฝาแฝด’ ครับ” “สมมติว่ามีฝาแฝดคู่หนึ่งชื่อ เอ และ บี เอเป็นพี่สาว ทำงานและมีครอบครัวอยู่ที่เทียนจิน” “ส่วนบีเป็นน้องสาว ไปอาศัยอยู่ในแอฟริกาเป็นเวลานาน” “ทั้งคู่อยู่ห่างกันมากกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร” “วันหนึ่ง น้องสาวบีเข้าไปในทุ่งหญ้าสะวันนาและถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนเสียชีวิต” “ในเวลาเดียวกัน เอที่อยู่บ้านกำลังนั่งดูละครทีวีอยู่เพลินๆ” “จู่ๆ เอที่กำลังดูละครรักน้ำเน่าก็อาจจะรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ออกมา—” “เช่น ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที หนังไก่ลุกชัน รูม่านตาขยายกว้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะและรู้สึกกระวนกระวาย หรือมีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาโดยไม่มีสาเหตุ” “ในตอนแรก เออาจจะคิดว่าอากาศเย็นไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจ จนกระทั่ง...” “เมื่อมีคนจากแอฟริกาแจ้งข่าวมาว่าน้องสาวเสียชีวิตภายใต้คมเขี้ยวของสัตว์ป่าแล้ว เอถึงได้ตระหนักว่าอาการผิดปกติทางร่างกายก่อนหน้านี้...” “ทั้งหมดนั้น... มาจากการที่น้องสาวที่อยู่ห่างออกไปหมื่นกว่ากิโลเมตรกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายนั่นเอง” “นี่แหละครับคือสิ่งที่ ‘พัวพันควอนตัม’ อธิบายได้ และมันพิสูจน์ให้เห็นว่าความพัวพันควอนตัมนั้นไร้ซึ่งข้อจำกัดของระยะทางและกาลเวลา” เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ทั้งเหล่าผู้สมัครงาน ผู้ชม และบรรดาผู้บริหารต่างพากันอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ไปตามๆ กัน เพราะทุกคนต่างเริ่มตระหนักได้ว่า... สิ่งที่เจียงเจ๋อพูดมาทั้งหมดนั้น สามารถพบตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงได้เป็นแสนๆ กรณีในโลกใบนี้!!!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV