ตอนที่ 5

เซลล์ไมโครคิเมริซึมกับการแบ่งปันข้อมูล

2,438 คำ~13 นาที
ในขณะนี้ ณ เมืองซู ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างพากันหยุดยืนอยู่หน้าโทรทัศน์ หรือไม่ก็จ้องมองหน้าจอในห้องไลฟ์สดออนไลน์ ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ได้สติจากความตกตะลึงเมื่อครู่ แล้วพากันรัวนิ้วส่งคอมเมนต์เข้ามาไม่หยุด “เช็ดเข้...” “สิ่งที่เขาพูดมันจริงว่ะ เพราะระหว่างฝาแฝดมันมีแรงดึงดูดลึกลับบางอย่างที่คนนอกไม่รู้จริงๆ!” “ตอนแรกข้าก็นึกว่าไอ้หนุ่มนี่พูดจาเพ้อเจ้อ ไอ้ฟิสิกส์มหภาคจุลภาคอะไรนั่นฟังไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย จนกระทั่งเขามายกตัวอย่างเรื่องฝาแฝดนี่แหละ ตาแก่อย่างข้าถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง” “พิธีกรคนนี้มีของว่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รู้ว่าปฏิกิริยาของฝาแฝดมันไปเกี่ยวโยงกับกลศาสตร์ควอนตัมได้ อันนี้เถียงไม่ออกจริงๆ ขนาดผมที่เป็นเด็กมหา'ลัยแท้ๆ ยังอึ้งเลย!” “...” การอธิบายของเจียงเจ๋อนั้นเข้าใจง่ายจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ ผู้ชาย หรือผู้หญิง ต่างก็สามารถเข้าใจถึงเหตุและผลที่เขาต้องการสื่อได้ สิ่งนี้ทำให้ความสามารถของเจียงเจ๋อฉายแววโดดเด่นออกมาอีกครั้ง เหล่าผู้สมัครงานที่ก่อนหน้านี้ยังจดๆ จ้องๆ และมีอคติกับเจียงเจ๋อ ในตอนนี้ต่างพากันเงียบกริบและหันกลับมาทบทวนตัวเอง หากพูดถึงวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ พวกเขาต่างก็เหนือกว่านักศึกษาสื่อสารมวลชนทั่วไปของเมืองซูอย่างเทียบไม่ติด บางคนถึงขั้นจบมาจากเมืองนอกด้วยซ้ำ ทิฐิที่เคยมีและอาการถือดีในความรู้ของพวกเขาค่อยๆ เลือนหายไป หลังจากที่เจียงเจ๋อได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาให้เห็น “หมอนี่... ทำเอาคนที่ไม่เคยยอมใครอย่างผมเริ่มจะยอมรับขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ” “นึกว่าจะมีแค่ผมคนเดียวซะอีกที่เริ่มจะคล้อยตามเขา ที่ไหนได้ ทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมดเหรอเนี่ย?” “หึ... เขาก็แค่หยิบยกเรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้มาพูดเท่านั้นแหละ ถ้าให้เวลาฉันหน่อย แล้วได้อ่านเรื่องกลศาสตร์ควอนตัมมาบ้าง ฉันก็คงจะโยงเรื่องสัมผัสพิเศษของฝาแฝดเข้ากับกลศาสตร์ควอนตัมได้เหมือนกัน” “เอาเถอะๆ ในจุดนี้เราแพ้เขาแล้วล่ะ อย่าไปพาลไม่ยอมรับความสามารถของคนอื่นเลย” “ไม่หรอก ปัญหาที่แท้จริงของเขาไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องที่ว่าเขาจะทำอย่างไรให้หลานชายในสถานะปัจจุบันไปฆ่าคุณปู่ในอดีตได้ต่างหาก นั่นแหละคือโจทย์ที่ยากที่สุด” “ผมสังหรณ์ใจว่าถ้าเขาแก้โจทย์นี้ได้ การไขปริศนาปฏิทรรศน์คุณปู่ก็อยู่ไม่ไกลแล้ว” “...” ภายในห้องประชุมผู้บริหาร ผอ.เจ้า เหล่าหวัง และบรรดาพิธีกรคนอื่นๆ ต่างก็นิ่งอึ้งและจมดิ่งไปกับเรื่องราวความเชื่อมโยงของฝาแฝด ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตพวกเขาก็เคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ใครจะไปนึกว่าวิธีคิดของเจียงเจ๋อจะแปลกใหม่ได้ขนาดนี้ แถมยังหาจุดที่จะโต้แย้งไม่ได้เลยสักนิด ผอ.เจ้า รู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก เขาหันไปมองหวัง กั๋วเซิ่ง ด้วยความตื่นเต้น “นายดูเหมือนจะขุดเจอขุมทรัพย์เข้าให้แล้วจริงๆ” หวัง กั๋วเซิ่ง ไม่ได้ตอบคำนั้น แต่เขากำลังขมวดคิ้วใช้ความคิด “ไม่หรอกครับ จะเป็นขุมทรัพย์หรือแค่ก้อนหินยังบอกไม่ได้ เพราะมันยังไม่มีทางใช้ความพัวพันควอนตัมมาอธิบายเรื่องการที่หลานชายในปัจจุบันจะไปชักจูงคุณปู่ในอดีตได้เลย” “นั่น... ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมานั่งเครียดกัน รอดูดีกว่าว่าเจียงเจ๋อจะจัดการยังไง” โดยไม่รู้ตัว ทั้งผู้บริหารและเหล่าพิธีกรต่างก็ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เหล่าโอว ผู้รับผิดชอบดูแลเรตติ้ง ก็ต้องตกตะลึงกับตัวเลขผู้ชมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมแปดหมื่นคน ตอนนี้มันกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจจนแตะระดับสองแสนคนไปแล้ว! เขารู้สึกคันไม้คันมืออยากจะรู้เรื่องด้วยเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าต้องเฝ้าตำแหน่งอยู่ตรงนี้ เขาคงจะพุ่งตัวเข้าไปในสตูดิโอเพื่อฟังเจียงเจ๋อดำเนินรายการด้วยตัวเองไปแล้ว “ไอ้หนุ่มนี่มันทำอะไรลงไปกันแน่ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับใช้ความสามารถของตัวเองคนเดียวดึงยอดผู้ชมออนไลน์ให้พุ่งไปอยู่ในระดับที่คนทั่วไปได้แต่แหงนมองแบบนี้?” ....... ขณะเดียวกัน ภายในสตูดิโอ เจียงเจ๋อยังคงบรรยายต่อไป “บางคนอาจจะยังเข้าไม่ถึงความรู้สึกเชื่อมโยงกันของฝาแฝด” “ผมยังมีตัวอย่างที่เห็นภาพชัดกว่านั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง นั่นก็คือ... ‘สายใยแม่ลูก’ ครับ” “เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกวางโจว” “ในวันนั้น มีพนักงานออฟฟิศสาวคนหนึ่งมาที่โรงพยาบาล เนื่องจากเธอเดินก้าวพลาดตกบันไดในระหว่างทางไปทำงาน” “การตกบันไดเพียงครั้งเดียวเกือบจะทำให้ก้านสมองส่วนหลังของเธอแตกสละ ซึ่งถ้าหากก้านสมองแตกละก็ คนคนนั้นก็ไม่มีทางรอด” “เพื่อนสาวที่เป็นคนส่งพนักงานคนนี้ไปโรงพยาบาล จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากมือถือของเพื่อนคนนั้น เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นแม่ของเธอที่โทรมา” “ทันทีที่รับสาย คุณแม่ที่อยู่ปลายทางไม่ได้ถามอะไรสักคำ แต่กลับยิงคำถามใส่เพื่อนสาวคนนั้นทันทีว่า ‘ลูกสาวเกิดอะไรขึ้น!’ คุณแม่บอกว่าจู่ๆ เธอก็ตาเขม่นอย่างรุนแรง ใจคอไม่ดี และรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวมากเป็นพิเศษ!” เมื่อเล่าถึงตรงนี้ สีหน้าของเจียงเจ๋อก็เริ่มจริงจังขึ้น “คำเรียกทั่วไปคือ ‘สายใยแม่ลูก’ หรือถ้าเรียกแบบวิชาการหน่อยก็คือ ‘สัมผัสทางจิต’ และถ้าจะให้ลึกซึ้งกว่านั้นในทางวิทยาศาสตร์... มันก็คือ ‘พัวพันควอนตัม’ ครับ” “ทำไมถึงเกิดสัมผัสทางจิตขึ้นได้?” “นั่นเป็นเพราะฝาแฝด แม่กับลูกสาว หรือแม่กับลูกชาย ข้อมูล DNA ในร่างกายของพวกเขามีความสอดคล้องกันในระดับที่สูงมาก จนในบางช่วงเวลาเกิดภาวะที่เข้าข่าย ‘พัวพันควอนตัม’ ขึ้นมา” “แล้วข้อมูลที่ว่านั้นคืออะไรล่ะ?” ในฐานะบุคคลระดับศาสตราจารย์ แม้เจียงเจ๋อจะไม่ได้สอนวิชาชีววิทยา แต่เขาก็มีความรู้ในด้านนี้ไม่น้อย “ต้นตอของสายใยแม่ลูกหรือสายใยของฝาแฝด โดยเนื้อแท้แล้วมันคือ... ‘เซลล์ไมโครคิเมริซึม’ (Microchimeric cells) ครับ” “ไมโครคิเมริซึมคืออะไร? มันคือปรากฏการณ์ที่เซลล์จำนวนเล็กน้อยจากคนคนหนึ่งเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในร่างกายของอีกคนหนึ่ง เช่น จากแม่สู่ลูก หรือจากแฝดพี่สู่แฝดน้อง” “แม่ลูกและฝาแฝด เดิมทีพวกเขาเคยอยู่ในร่างกายเดียวกันมาก่อน จึงมีเซลล์ที่ผสมผสานกันอยู่ระหว่างกัน” “เรื่องนี้อาจจะฟังดูซับซ้อนไปนิดนะครับท่านผู้ชม แต่ขอให้รู้ไว้เพียงว่า แม่ลูกหรือฝาแฝดนั้นโดยพื้นฐานแล้วเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนั่นคือสภาวะที่สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนจะเกิดปรากฏการณ์พัวพันควอนตัม!” “ถ้าจะให้อธิบายง่ายกว่านั้น แม่คืออนุภาคใหญ่ และลูกคืออนุภาคเล็ก แฝดพี่คืออนุภาคใหญ่ แฝดน้องคืออนุภาคเล็ก” “เมื่ออนุภาคเล็กตกอยู่ในอันตรายในชั่วขณะใดชั่วขณะหนึ่ง มันจะเกิดการหมุนหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อบ่งบอกว่าตัวเองกำลังเจออันตราย ทันใดนั้น แม่หรือพี่ที่อยู่ห่างไกลออกไปก็จะสัมผัสได้ในเวลาเดียวกันทันที” “ดังนั้น ตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นจริงในโลก ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของ ‘พัวพันควอนตัม’ ในโลกฟิสิกส์ระดับจุลภาค” “เพราะยังไงเสีย มนุษย์เราก็คือตัวตนที่ประกอบขึ้นจากอนุภาคนับไม่ถ้วน” หลังจากการอธิบายที่เข้าใจง่ายเช่นนี้ ผู้คนจำนวนมากต่างก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น เมื่อเข้าใจความหมายในสิ่งที่เจียงเจ๋อต้องการสื่อ ประชาชนทั่วไปจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มตระหนักถึงความงดงามของวิทยาศาสตร์! “เช็ดเข้! อึ้งแดกเลยกู เมื่อก่อนข้าไม่เคยเชื่อเรื่องพัวพันควอนตัมอะไรนี่เลย แต่เขากลับยกตัวอย่างได้เห็นภาพขนาดนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงอีก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วว่ะ!” “ไอ้หนุ่มนี่พูดจาเข้าหูดีว่ะ ข้าที่เป็นนักเลงคุมซอย พูดแบบไม่โม้เลยนะ ข้าจบแค่ประถม ตอนนี้ยังเข้าใจเลยว่าพัวพันควอนตัมคืออะไร” “ผมรู้สึกว่าดูรายการที่เพื่อนคนนี้จัด แม้แต่คนที่จบแค่มัธยมอย่างผมก็ได้ความรู้ที่หาไม่ได้ในชีวิตจริงเยอะเลย กดไลก์ให้เลยครับ!” “มีผมคนเดียวรึเปล่าที่สงสัยว่า แล้วพ่อกับลูกชาย หรือพ่อกับลูกสาวล่ะ ไม่มีสัมผัสทางจิตบ้างเหรอ?” “ไม่ต้องให้พิธีกรตอบหรอก ฉันที่เป็นนักศึกษาปูพื้นฐานชีววิทยาจะบอกให้เลยว่า... สัมผัสทางจิตระหว่างพ่อกับลูกนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นต่ำจนน่าใจหาย แต่ระหว่างแม่ลูกกับฝาแฝดน่ะมีโอกาสสูงจนน่ากลัว!” “ทำไมล่ะ ทำไมกัน?” “ไม่มีทำไมหรอก เพราะโดยธรรมชาติแล้วพ่อกับลูกไม่ได้เคยเป็นร่างเดียวกัน แต่แม่กับลูกน่ะคือร่างเดียวกันมาก่อน” “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ได้ความรู้เพิ่มเลย!” “...” เมื่อเจียงเจ๋อยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวเช่นนี้ ประชาชนจำนวนมากยิ่งหลั่งไหลเข้ามาชมทั้งทางโทรทัศน์และห้องไลฟ์สดออนไลน์ เหล่าโอวที่ดูแลระบบหลังบ้านมีสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีด เขามองดูตัวเลขผู้ชมในจอมอนิเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จนตอนนี้ทะลุสองแสนห้าหมื่นคนไปแล้ว! เขาเริ่มจะมึนงงไปหมด อยากจะเข้าไปฟังรายการจะแย่แต่ก็ทิ้งหน้าที่ไปไม่ได้! ในไม่ช้า คอมเมนต์บนโลกออนไลน์ก็ถูกเจ้าหน้าที่หลังบ้านรวบรวมส่งให้เจียงเจ๋อ เจียงเจ๋อได้ยินแล้วก็เพียงแค่ยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่จำเป็นต้องรอรายงานจากหลังบ้านด้วยซ้ำ เพราะเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นเบาๆ ในหูของเขาอย่างต่อเนื่อง คือเครื่องยืนยันว่ายอดผู้ชมกำลังพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด! ...... ขณะเดียวกัน ภายในห้องประชุม ผอ.เจ้า รู้สึกขนลุกซ่านไปทั้งตัว เขาหันมาคิดตาม หรือว่ามันจะเป็นความพัวพันควอนตัมที่เจียงเจ๋อพูดถึง? หรือว่า... ลูกชายของเขาจะเกิดเรื่อง? ว่าแล้วเขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกชายด้วยความตื่นตระหนก “ไอ้ลูกชาย ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน อยู่โรงพยาบาลรึเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม?” ปลายสายมีเสียงชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างงุนงง “พ่อ พูดอะไรของพ่อน่ะ ผมกำลังคุยสัญญากับลูกค้าอยู่!” “มืดค่ำป่านนี้แล้วยังคุยสัญญาอะไรอีก?” เสียงตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก “ก็... เศรษฐีนีเขาจะเซ็นออร์เดอร์ใหญ่ให้ผมน่ะครับ คืนนี้ผมเลยต้องมาคอยบริการ...” “ถุย! แกมันไร้ยางอายจริงๆ!” ผอ.เจ้า ทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วรีบวางสายทันที เขาพูดพึมพำอย่างหัวเสีย “ไม่เห็นจะแม่นเลย ไอ้ที่บอกว่าขนลุกแล้วลูกจะเกิดเรื่อง เจียงเจ๋อพูดเหลวไหลชัดๆ!” เมื่อเห็นดังนั้น หวัง กั๋วเซิ่ง หัวหน้าแผนกกระจายเสียง ถึงกับมุมปากกระตุก เขาชี้นิ้วไปที่เครื่องปรับอากาศข้างหลัง ผอ.เจ้า “มันเป็นไปได้ไหมครับว่า เมื่อกี้ท่านบ่นว่าร้อนเลยเปิดแอร์ทิ้งไว้แล้วลืมปิด ขนมันก็เลยลุกเพราะแอร์ ไม่ได้เกี่ยวกับเสี่ยวเจียงเขาเลยสักนิด?” ได้ยินแบบนั้น ผอ.เจ้า ก็ยิ่งหน้าดำคร่ำเครียดเข้าไปใหญ่ เซียวสืออี วังหลิน และบรรดาพิธีกรคนอื่นๆ ต่างพากันกลั้นขำแทบไม่อยู่ อันที่จริง เหตุการณ์ทำนองนี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเมืองซู แม้จะไม่ใช่เรื่องสายใยแม่ลูกไปเสียทั้งหมด แต่ความรู้ที่เจียงเจ๋อนำมาเผยแพร่ในช่วงค่ำคืนนี้ ก็ช่วยป้องกันเหตุร้ายที่ไม่คาดคิดไปได้หลายกรณี อย่างเช่น ลูกชายที่หมดหนทางจนคิดจะลงมือฆ่าเจ้านายที่ติดหนี้พนัน จู่ๆ ก็ได้สติจากการโทรมาของแม่ที่ห่วงใย จนยอมทิ้งมีดและเลือกใช้ทางกฎหมายทวงเงินแทน หรือลูกสาวที่ทุกข์ใจเรื่องความรักจนเกือบจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สะพาน แต่โทรศัพท์จากแม่ที่โทรมาปลอบว่าผู้ชายก็เหมือนกันหมดทั้งโลกนั่นแหละ ช่วยให้เธอล้มเลิกความตั้งใจและไม่ต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนา ตัวอย่างเหล่านี้มีให้เห็นเต็มไปหมด! ไม่นานนัก เสียงของเจียงเจ๋อก็ดังมาจากจอยักษ์อีกครั้ง “ในเมื่อความพัวพันควอนตัมสามารถมองข้ามระยะทางได้ ต่อไปเราจะมาพิสูจน์กันว่า ความพัวพันควอนตัมจะสามารถมองข้าม ‘เวลา’ ได้หรือไม่!” “การถอดรหัสปฏิทรรศน์คุณปู่ จะขาดสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ไม่ได้เลย!” “หากอนุภาคควอนตัมสามารถมองข้ามเวลาในอดีตได้ มันจะทำได้อย่างไร?” “และถ้ามันทำไม่ได้ล่ะ เราจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรเพื่อให้มันเป็นไปได้?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV