ตอนที่ 3
รักการเรียน แล้วการเรียนจะรักเรา
1,521 คำ~8 นาที
ถ้าไม่มีระบบ ใครจะไปอยากเรียนกันล่ะ? ไปหาวิธีหาเงินไม่ดีกว่ามานั่งอ่านตำราพวกนี้หรือไง? แม่งเอ๊ย สมัยนี้เงินสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ต่อให้สอบได้คะแนนดีแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นได้แค่ลูกจ้างคนอื่น เรื่องที่คนส่วนใหญ่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพื่อหาเงินหรอกหรือ?
แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อมีระบบแล้ว บางทีเขาอาจจะเลือกเดินในเส้นทางที่มีความหมายและทำเงินได้มากกว่านี้ เพราะในสังคมของอาณาจักรเทียนหลง หากมีแค่เงินอย่างเดียว บางทีเราก็อาจเป็นได้แค่แกะอ้วนที่รอให้คนอื่นมาเชือดเท่านั้น
กัวเฮ่ามองตำราตรงหน้าอย่างจริงจัง แม้ความรู้หลายอย่างเขาจะหลงลืมไปบ้างแล้ว แต่มันก็ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำส่วนลึกของเขา เมื่อกัวเฮ่ากลับมาตั้งใจทบทวนอีกครั้ง ความเร็วในการเรียนรู้จึงรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งสูตรคณิตศาสตร์ กราฟรูปทรงต่างๆ
การเรียนของกัวเฮ่าเปรียบเสมือนการรื้อฟื้นความทรงจำ เขาค่อยๆ ไล่สายตาอ่านตำราอย่างละเอียด และดึงความรู้ที่เคยเลือนหายกลับคืนมาทีละน้อย
ไม่นานนัก เสียงกริ่งบอกเวลาเข้าเรียนก็ดังขึ้น เพื่อนร่วมชั้นต่างรีบกลับเข้าที่นั่งของตน
คาบนี้เป็นวิชาภาษาจีน กัวเฮ่าเลือกที่จะไม่ฟัง เพราะในช่วงเวลาคับขันแบบนี้ การมานั่งฟังวิชาภาษาจีนนั้นแทบไม่มีความหมายอะไรเลย ภาษาจีนเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการสั่งสมและความรู้รอบตัว การแค่มานั่งฟังในห้องเรียนแทบไม่ได้ช่วยให้คะแนนดีขึ้นแต่อย่างใด
ในตอนนี้ กัวเฮ่าจึงเน้นไปที่การติววิชาคณิตศาสตร์เป็นหลัก ด้วยระบบที่เขามี นอกจากจะทำให้เขามองเห็นค่าประสบการณ์วิชาคณิตศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว เขายังสามารถมองเห็นความคืบหน้าของบทเรียนในตำราคณิตศาสตร์ได้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งสิ่งนี้ช่วยกัวเฮ่าได้มากโข
หลายครั้งที่คนเราไม่ชอบพยายาม สาเหตุใหญ่ที่สุดก็เพราะส่วนใหญ่แล้ว เรามองไม่เห็นผลตอบแทนที่เกิดจากความพยายามของตัวเอง เมื่อทุ่มเทไปแล้วแต่กลับมองไม่เห็นความคืบหน้า มันก็ง่ายที่จะเกิดความคิดท้อแท้และล้มเลิกไปในที่สุด แม้แต่เรื่องความรักก็เช่นกัน
ถ้าหากมอบแถบสถานะความคืบหน้าให้คนส่วนใหญ่ได้เห็น ขอแค่ลงมือทำแล้วแถบนั้นขยับเพิ่มขึ้น เชื่อเถอะว่าใครๆ ก็พร้อมจะพยายามกันทั้งนั้น กัวเฮ่าเองก็เช่นกัน
และแล้ว สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในห้องเรียน กัวเฮ่าเด็กหลังห้องที่ปกติไม่เอาไหน กลับเริ่มตั้งใจเรียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจเขานัก เพราะคะแนนของกัวเฮ่านั้นรั้งท้ายห้องและปกติเขาก็มักจะเก็บตัวอยู่คนเดียว จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สังเกตเห็น
“ฟู่ว!”
กัวเฮ่าถอนหายใจยาว หลังจากจดจ่อกับการทำโจทย์และอ่านบทเรื่องเซตและฟังก์ชันอย่างละเอียดมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในสายตาของเขา ค่าความคืบหน้าของบทเรียนนั้นก็พุ่งแตะระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ในที่สุด
“ติ๊ง! โฮสต์ทำภารกิจการเรียนบทที่ 1 เรื่องเซตสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์ +50!!”
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวทำให้กัวเฮ่ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ! การเรียนบทเซตจบตามวิสัยของระบบ ย่อมต้องมีรางวัลดีๆ ตอบแทนมาให้บ้าง
“ค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์เต็มระดับ อัปเลเวลเป็น Lv.1! ได้รับค่าสติปัญญาถาวร +1”
กัวเฮ่ารู้สึกได้ถึงอาการหึ่งในสมองเบาๆ พร้อมกับการเลเวลอัปของวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ใช่แค่สติปัญญาเพิ่มขึ้น 1 เท่านั้น แต่เมื่อเขามองไปที่ตำราคณิตศาสตร์ข้างๆ ความรู้ที่เคยดูยากเย็นกลับดูเข้าใจง่ายขึ้นถนัดตา โจทย์ที่เคยดูน่าหงุดหงิดกลับให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรขึ้นมาเสียอย่างนั้น แน่นอนว่ากัวเฮ่ารู้ดีว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น ทว่าเลเวลคณิตศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ของเขาพัฒนาขึ้นจริง
เมื่อเข้าใจแนวคิดเรื่องเซตและวิธีคำนวณเรียบร้อย กัวเฮ่าก็เปิดไปยังบทที่สอง เรื่องฟังก์ชันพื้นฐาน ฟังก์ชันของระดับชั้น ม.ปลาย ไม่ได้ยากเกินไปนัก เพราะนี่เพิ่งเป็นเนื้อหาต้นเทอมของ ม.4 ซึ่งล้วนเป็นแนวคิดพื้นฐานทั้งสิ้น กัวเฮ่าปรับใจให้กว้าง เขาเลือกที่จะเริ่มจากก้าวเล็กๆ อย่างมั่นคงและเก็บตกเนื้อหาพื้นฐานที่สุดก่อน
ด้วยตัวช่วยลับจากระบบ กัวเฮ่าอ่านอย่างตั้งใจและเรียนรู้อย่างมุ่งมั่น เขาสามารถมองเห็นความคืบหน้าและระดับความเข้าใจในแต่ละบทได้ตลอดเวลา ส่วนครูที่สอนอยู่หน้าห้องนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก เพราะในเวลานี้เขาตามเนื้อหาของชั้น ม.6 ไม่ทันอยู่แล้ว
“เลิกเรียนได้!”
เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น ครูผู้สอนก็พูดขึ้นสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทันใดนั้นในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงโต๊ะเก้าอี้ที่เลื่อนขยับ นักเรียนหลายคนเริ่มลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ บางคนก็เริ่มลุกจากที่นั่งเพื่อพูดคุยกัน ส่วนกัวเฮ่ายังคงก้มหน้าก้มตาศึกษาเรื่องฟังก์ชันพื้นฐานต่อไป
“เชี่ย! เฮ่า มึงเอาจริงดิ??”
หวังซีเดินมาหาเขา แต่เมื่อเห็นเนื้อหาที่กัวเฮ่ากำลังดูอยู่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นประหลาดอย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้คุณชาย อย่าบอกนะว่ามึงยังนั่งดูฟังก์ชันพื้นฐานอยู่? มึงรู้ตัวไหมว่าเราใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ... แต่มึงเล่นใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงกับเรื่องพวกนี้ นี่มัน...”
“มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า?”
กัวเฮ่ายักไหล่
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาหรอก”
หวังซีพยายามกลั้นขำ
“ก็ด้วยความเร็วระดับมึงเนี่ย อีกร้อยวันข้างหน้าจะอ่านตำราคณิตศาสตร์จบสักเล่มหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แล้วภาษาอังกฤษล่ะ? วิทยาศาสตร์รวมอีก จะทำยังไง?”
“ก็ค่อยๆ เรียนไปทีละก้าว ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ยังดีกว่าใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไร้จุดหมายแบบเดิม” กัวเฮ่าตอบกลับด้วยสายตาจริงจัง
“ก็จริงของมัน!”
เพื่อนร่วมโต๊ะหญิงด้านข้างหันมามองกัวเฮ่าด้วยความชื่นชม ก่อนจะหันไปค้อนใส่หวังซี
“ดูกัวเฮ่าสิ ถึงจะตาสว่างช้าไปหน่อย แต่อย่างน้อยเขาก็เริ่มตั้งใจเรียน จะเริ่มตอนไหนมันก็ไม่สายหรอกนะ!”
เพื่อนร่วมโต๊ะของกัวเฮ่าชื่อ หวังลี่จวน ผลการเรียนของเธออยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี อยู่ลำดับที่สิบกว่าของห้อง เป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาก หน้าตาใช้ได้ และเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อยคนหนึ่ง กัวเฮ่ายังจำได้ว่าเด็กคนนี้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนดีมาก ทำผลงานได้เกินคาดจนได้คะแนนห้าร้อยห้าสิบกว่าคะแนน รั้งอันดับที่แปดของห้อง และได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง
“ชิ”
หวังซีทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่สบอารมณ์
“กูไม่ทำเรื่องเหนื่อยเปล่าแบบนั้นหรอก เหลือเวลาอีกแค่ร้อยวัน กูขอใช้ชีวิตให้สนุกดีกว่า เดี๋ยวสอบเสร็จกูก็ไปหางานทำหรือไม่ก็เข้าวิทยาลัยอาชีวะไปวันๆ สบายกว่าเยอะ”
หวังซีทำท่าทางไม่สนใจ คะแนนของเขาไม่ได้ต่างจากกัวเฮ่ามากนัก ถ้ากัวเฮ่าอยู่สามอันดับท้ายห้อง หวังซีก็อยู่ประมาณสิบอันดับท้ายนั่นแหละ
อย่างไรเสียก็เป็นพวกที่ไม่มีหวังจะสอบติดระดับปริญญาตรีอยู่แล้ว ในสายตาของหวังซี กัวเฮ่าตอนนี้คงถูกลูกบาสกระแทกหัวจนเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้คิดจะมาตั้งใจเรียนในตอนที่เหลือเวลาอีกแค่ร้อยวันก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย? ต่อให้พยายามแทบตาย สุดท้ายก็สอบไม่ติดอยู่ดีนั่นแหละ!
“กริ๊งๆๆ!”
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง หวังซีเดินกลับที่นั่งของตัวเอง กัวเฮ่าจึงก้มหน้าก้มตาศึกษาเรื่องฟังก์ชันต่อไป ในวิชาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ฟังก์ชันถือเป็นเนื้อหาที่สำคัญมากและแทรกซึมอยู่แทบทุกบท แน่นอนว่าบทที่สองเรื่องฟังก์ชันพื้นฐานนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการสร้างความคุ้นเคยเบื้องต้นและการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน