ตอนที่ 2
ภารกิจระดับทอง
1,541 คำ~8 นาที
กัวเฮ่านิ่งอึ้งมองหน้าจอดิจิทัลตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่
ไม่นึกเลยว่านอกจากจะย้อนเวลากลับมาแล้ว เขายังมีระบบติดตัวมาด้วยจริงๆ
ความจริงแล้ว ต่อให้ไม่มีระบบ การที่เขาได้โอกาสเกิดใหม่แบบนี้ ต่อให้จะอยากใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก
“ระบบเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ตรวจพบว่าโฮสต์ยังไม่มีระดับความรู้ที่ทัดเทียมกับคนวัยเดียวกันในโลกใบนี้ ปัจจุบันขอประกาศภารกิจรางวัลระดับทอง”
“ภารกิจระดับทอง: ทำคะแนนสอบรวมให้ได้มากกว่าร้อยละแปดสิบห้าในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกหนึ่งร้อยสามวันข้างหน้า รางวัลภารกิจ: เพิ่มจำนวนครั้งในการเสริมประสิทธิภาพสมอง +1, สุ่มรางวัล +3!”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวทำให้กัวเฮ่าชะงักไปครู่หนึ่ง
มันเป็นระบบจริงๆ ด้วย!
รางวัลพวกนี้ทำเอาเขารู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
การเสริมประสิทธิภาพสมองเชียวนะ! ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนหรือเวลาใด สมองถือเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ หากสามารถเพิ่มขีดความสามารถของมันได้ ต่อให้คนรวยล้นฟ้าต้องทุ่มเงินหลายร้อยล้านหรือพันล้าน เขาก็คงยอมจ่ายเพื่อให้ได้มันมา!
แม้จะไม่รู้ว่าการสุ่มรางวัลที่ว่าคืออะไร แต่สิ่งที่ระบบมอบให้ก็น่าจะไม่ธรรมดาแน่นอน
เพียงแต่ว่า...
แววตาของกัวเฮ่าเริ่มเผยความลังเล
เวลาหนึ่งร้อยวัน กับคะแนนรวมที่ต้องได้เกินร้อยละแปดสิบห้า? คำนวณคร่าวๆ ก็หมายความว่าเขาต้องทำคะแนนให้ได้มากกว่า 637.5 คะแนน ถึงจะถือว่าผ่านภารกิจ!
ผลการเรียนชาติก่อนของเขาห่วยแตกจะตาย! ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้กัวเฮ่าก็ลืมไปหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นความรู้มัธยมปลายในหัวเขาตอนนี้ ยังเทียบไม่ได้กับเด็กมัธยมต้นด้วยซ้ำ
จะให้เขาทำคะแนน 640 ในเวลาสั้นๆ แบบนี้? นี่มันไม่ใช่ฝันกลางวันหรือยังไง?
แววตาของกัวเฮ่าเต็มไปด้วยความจนใจ
ช่างเถอะ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว แถมยังมีระบบ เรื่องจะรวยน่ะไม่ต้องรีบร้อนพึ่งพาแค่ร้อยวันพวกนี้หรอก เอาไว้เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วค่อยว่ากันก็ยังไม่สาย
ในยุคสมัยนี้ การมีวุฒิการศึกษาดีๆ จะช่วยให้ทำอะไรหลายอย่างง่ายขึ้นเยอะ
คิดได้ดังนั้น กัวเฮ่าก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เก็บความคิดฟุ้งซ่านในหัวเอาไว้ชั่วคราว
เขาเบนสายตาไปที่หนังสือคณิตศาสตร์ตรงหน้า ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ก็ต้องตั้งสติให้มั่นและตั้งใจเรียนก่อน!
พอมีระบบแบบนี้ เขาสามารถมองเห็นค่าประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนคณิตศาสตร์ รวมถึงความคืบหน้าในการเรียน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย
กัวเฮ่าพลิกหน้ากระดาษไปที่บท 'เซตของจำนวนที่พบบ่อย' เริ่มทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับจำนวนจริงและกลุ่มตัวเลขต่างๆ...
บทนี้ส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องเซต สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมปลาย เซตถือเป็นหัวข้อที่สำคัญมาก แน่นอนว่าเนื้อหาไม่ได้ยากเกินไป ส่วนใหญ่เป็นแค่เรื่องนิยาม แต่เพราะศัพท์เทคนิคเยอะหน่อยเท่านั้น
เนื้อหาพวกนี้จัดเป็นพื้นฐาน ต่อให้กัวเฮ่าจะไม่ได้แตะต้องมันมานานกว่าสิบปี แต่พอมาเริ่มอ่านใหม่อีกครั้งเขาก็เริ่มกลับมาเข้าใจได้รวดเร็ว
บนเวทีหน้าชั้น ครูหวังกำลังอธิบายเฉลยข้อสอบ ในขณะที่กัวเฮ่าก็นั่งอ่านหนังสือตามจังหวะของตัวเอง เนื่องจากเขาตั้งใจแน่วแน่และเนื้อหาช่วงต้นของมัธยมปลายก็ไม่ซับซ้อนนัก การเรียนรู้จึงไม่ได้ยากเย็นอะไร
ไม่นานนัก คาบเรียนก็จบลง
“ได้รับค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์ +15”
“ติ๊ง! โฮสต์เข้าสู่สถานะเรียนรู้เชิงลึกเป็นครั้งแรกเป็นเวลา 30 นาที ได้รับค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์จำนวนมาก ค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์ +50!”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นทำให้กัวเฮ่าต้องแปลกใจ เพียงแค่คาบเรียนเดียว เขาก็ได้รับประสบการณ์มากจนใกล้จะเลื่อนระดับวิชาคณิตศาสตร์ได้แล้ว!
น่าสนใจจริงๆ ไม่รู้ว่าถ้าวิชาคณิตศาสตร์อัปเลเวลเป็น lv1 แล้ว เขาจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
“เลิกคลาส!”
ขณะที่กัวเฮ่ากำลังครุ่นคิด ครูหวังที่อธิบายโจทย์ข้อสุดท้ายเสร็จก็พูดขึ้นแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งเวลาล่วงเลยไปเกินห้านาทีแล้ว!
ครูมัธยมปลายส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะมีใครปล่อยตรงเวลาหรอก
พอครูหวังเดินออกไป นักเรียนคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจโล่งอก คนที่อยากเข้าห้องน้ำก็รีบวิ่งออกไปทันที
“เอาเรื่องนี่หว่า!”
หวังซีเดินเข้ามาหากัวเฮ่าแล้วชกไหล่เขาหนึ่งที
“เบาๆ หน่อยดิ!”
กัวเฮ่าทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่หวังซี หวังซีคนนั้นกลับยิ้มร่า ก่อนจะลากเก้าอี้ข้างๆ มานั่งด้วยแววตาตื่นเต้น
“ไอ้กัว! มึงกล้าเถียงกับยายแม่มดนั่นได้ไงวะ? สุดยอด! สอบได้แค่ 37 คะแนนแท้ๆ แต่ยังหน้าไม่อายกล้าพูดอวดซะดิบดี มึงกลายเป็นคนหน้าด้านแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” หวังซีมองกัวเฮ่าด้วยความสงสัย
เมื่อได้ยินแบบนั้น กัวเฮ่าถึงกับพูดไม่ออก เขาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทหนึ่งที
“มึงนั่นแหละที่หน้าด้าน! ใครบอกมึงว่ากูพูดอวด?”
“?”
หวังซีทำหน้าประหลาดใจ “ไอ้กัว มึงเอาจริงเหรอว่าจะตั้งใจเรียนเนี่ย? หลอกครูยังพอว่า แต่อย่ามาหลอกเพื่อนกันเองดิ!”
“หวังซี” กัวเฮ่าจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง
“อีกสามเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว มึงคิดหรือยังว่าจะทำอะไรหลังสอบเสร็จ?”
เมื่อได้ยินคำถาม หวังซีก็แสดงแววตาเลื่อนลอยออกมาครู่หนึ่ง
“แล้วไงล่ะ?” หวังซีไหวไหล่พลางมองหน้าเพื่อน “มึงสอบคณิตได้ 37 กูได้ 68 ก็พอๆ กันนั่นแหละ! เหลืออีกแค่สามเดือน คะแนนแค่นี้ก็คงได้ไปต่อแค่ระดับอนุปริญญาแหละมั้ง จะให้ทำยังไงได้อีก? มึงคงไม่ได้คิดหรอกนะว่าสามเดือนสุดท้ายเราจะพลิกชีวิตไปเรียนปริญญาตรีได้?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” กัวเฮ่าถามกลับด้วยสายตามุ่งมั่น
“ไม่ใช่แล้วเพื่อน มึงเอาจริงดิ???” หวังซีมองกัวเฮ่าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ถ้ามึงอยากจะเรียนจริงๆ มันก็ต้องเริ่มตั้งนานแล้วไหมวะ! มึงโดนลูกบาสกระแทกหัวจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า!” พูดจบ หวังซีก็เอามือแตะหน้าผากกัวเฮ่าสลับกับหน้าผากตัวเอง “ตัวก็ไม่ร้อนนี่หว่า”
“ไปไกลๆ เลยมึง!” กัวเฮ่าปัดมือหวังซีทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะจ้องหน้าเพื่อนอีกครั้ง
“หวังซี กูเอาจริงนะ ถึงตอนนี้เราจะอยู่รั้งท้ายของห้อง แต่เหลือเวลาอีกร้อยวัน นี่คือโอกาสสุดท้ายของพวกเราแล้ว พยายามเข้าเถอะ! แค่ร้อยวันเองนะ!”
หวังซีเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความจริงจังของกัวเฮ่า
“เออ! งั้นกูจะคอยดูละกันว่ามึงจะทนได้กี่วัน” หวังซีมองกัวเฮ่าอย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง
กัวเฮ่าเริ่มเรียนต่อด้วยความตั้งใจจริง สำหรับกัวเฮ่าแล้ว เขาผ่านความทุกข์ยากในสังคมมานับไม่ถ้วน จิตใจของเขาเข้มแข็งและโตเกินวัยไปมาก ตลอดหลายปีที่ทำธุรกิจเล็กๆ มา มีความลำบากไหนบ้างที่เขาไม่เคยเจอ?
การเรียนอาจจะเหนื่อย แต่นั่นไม่ได้หนักหนาสาหัสสำหรับกัวเฮ่าเลย เพราะการอ่านหนังสืออย่างน้อยก็ต้องการแค่สมาธิและความตั้งใจ
แต่ในสังคมจริงมันไม่ใช่แค่เรื่องเรียน หากอยากจะยืนหยัดในสังคมได้ มึงต้องรู้จักก้มหัวให้เป็น ต้องลดทิฐิลง หากจำเป็น ต่อให้ใครตบหน้าข้างหนึ่ง มึงก็ต้องยิ้มสู้แล้วยื่นหน้าอีกข้างให้เขาตบ
เงินน่ะหาโคตรยาก ความลำบากน่ะโคตรเยอะ
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ต้องแลกมาด้วยการมีระบบ หากไม่มีระบบ การจะให้คนอย่างกัวเฮ่ามานั่งตั้งใจเรียนแบบนี้... คงจะยากจริงๆ ความอดทนไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถรวบรวมสมาธิได้ดีเสมอไป
ถ้าไม่มีระบบ การที่จะให้โฟกัสกับเรื่องที่ยังมองไม่เห็นผลลัพธ์และพัฒนาการก็นับว่าเป็นเรื่องที่ทรมานไม่น้อย
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน