ตอนที่ 4

บ้านที่อบอุ่น

1,545 คำ~8 นาที
แน่นอนว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น กัวเฮ่าที่นั่งเรียนต่อเนื่องมาเป็นเวลานานก็ยังรู้สึกเวียนหัวตาลาย เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว หลังจากเรียนต่อเนื่องไปสี่คาบ กัวเฮ่าก็หยุดพักสักที โดยความคืบหน้าในการเรียนบทฟังก์ชันนั้นสูงถึงร้อยละแปดสิบแล้ว ผลลัพธ์ไม่เลว! เขาพักสายตาครู่หนึ่งพลางมองดูความคืบหน้าการเรียนของตัวเอง ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจ แต่เขาก็พบปัญหาชัดเจนว่าเรื่องเซตนั้นยังพอไหว แต่พอเข้าสู่ขอบเขตของฟังก์ชัน ต่อให้เป็นแค่ฟังก์ชันพื้นฐาน เขาก็เริ่มรู้สึกว่ามันค่อนข้างยาก บางทีเขาอาจต้องหาครูมาช่วยติวให้เป็นการส่วนตัว โดยเฉพาะคนที่ช่วยปูพื้นฐานตั้งแต่จุดเริ่มต้นได้ แม้ว่าครูที่โรงเรียนจะยินดีตอบคำถาม แต่ถ้าไปถามเรื่องที่เป็นพื้นฐานเกินไป นอกจากจะไม่ได้ความเห็นใจแล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะโดนดุเอา ส่วนเพื่อนร่วมโต๊ะน่ะเหรอ... ถ้าไปรบกวนเวลาคนอื่นก็คงไม่ดี หากทำให้อีกฝ่ายคะแนนสอบตกลงไป กัวเฮ่าคงรู้สึกผิดแย่ ความคิดเหล่านี้แวบผ่านเข้ามาในหัวของกัวเฮ่า เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้ว เขาก็เริ่มเรียนเรื่องฟังก์ชันต่อ ทั้งการทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของฟังก์ชัน ฟังก์ชันกำลังสอง และฟังก์ชันเลขยกกำลังแบบง่าย... ท่องจำสูตร แล้วตะลุยทำโจทย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อย้ำเตือนแนวคิดให้แม่นยำ จนกระทั่งก่อนจบการเรียนรอบค่ำ “ติ๊ง! สำเร็จภารกิจการเรียนบทที่สองเรื่องฟังก์ชันในหลักสูตรบังคับ ม.ปลาย ได้รับค่าประสบการณ์คณิตศาสตร์ +80!” หลังจากเลเวลคณิตศาสตร์ถึง Lv1 แล้ว ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการอัปเลเวลก็เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 จุด ไม่ได้อัปเลเวลง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป “กริ๊งๆๆ!” เสียงกริ่งเลิกเรียนรอบค่ำดังขึ้น “ติ๊ง! ผู้ใช้สำเร็จการตั้งใจเรียนครบหนึ่งวันเป็นครั้งแรก ได้รับรางวัล: ยาเพิ่มพลังสมาธิ *10!” ทันทีที่เสียงกริ่งดังขึ้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นข้างหูของเขา จริงด้วยสิ! ตามนิสัยของระบบแล้ว การตั้งใจเรียนครบหนึ่งวันก็น่าจะมีรางวัลให้ กัวเฮ่าเปิดดูคำอธิบายของยาเพิ่มพลังสมาธิ ยาเพิ่มพลังสมาธิ: ช่วยเพิ่มความจำและสมาธิได้เต็มร้อยละหนึ่งร้อยภายในเวลาสองชั่วโมง หลังจากหมดฤทธิ์จะเข้าสู่ภาวะสับสน ทำให้ประสิทธิภาพการเรียนลดลงร้อยละห้าสิบ จนกว่าจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จากคำอธิบาย ดูคล้ายๆ กับพวกยาโด๊ปไม่น้อย ในขณะที่กัวเฮ่ากำลังอ่านคำอธิบายยาเพิ่มพลังสมาธิ “เฮ่าจื่อ พรุ่งนี้วันหยุด มีแผนไปไหนหรือเปล่า?” หวังซีเดินเข้ามาใกล้กัวเฮ่าพร้อมกับตบไหล่เขา ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ไปร้านเกมเทียนสิงไหม? ไปลุย ‘ลีกออฟเลเจนด์’ กัน! กูจะบอกให้นะ ช่วงนี้เทียนสิงจัดกิจกรรมอยู่ เหมือนจะมีแจกสกินกับรูนด้วยนะ! ไปเปล่า? พรุ่งนี้เช้าเราไปกันเลย! ตกเย็นก็ต่อยาวจนเช้าไปเลย!” หวังซีพูดกับกัวเฮ่าอย่างตื่นเต้น “ไม่ไปหรอก กูจะอ่านหนังสือ” เมื่อได้ยินคำพูดของกัวเฮ่า สีหน้าของหวังซีก็เจื่อนลงทันที “ไม่ใช่แล้วเฮ่าจื่อ มึงถูกลูกบาสกระแทกหัวจนเพี้ยนไปแล้วจริงดิ? นั่นมัน ‘ลีกออฟเลเจนด์’ เลยนะเว้ย! เกมโปรดของมึงเลยนะ! จำไม่ได้เหรอว่าเราเคยโต้รุ่งเล่นเกมนี้กันมาตั้งกี่ครั้ง? มึงใกล้จะถึงแรงก์โกลด์แล้วนะ! ไม่คิดจะพยายามต่ออีกหน่อยเหรอ!?” คำพูดของหวังซีปลุกความทรงจำอันห่างไกลบางอย่างของกัวเฮ่าขึ้นมา จริงอยู่ที่ว่าชาติก่อน หลังจากเกมนี้เปิดตัวออกมา เขาก็คลั่งไคล้มันอย่างหนัก ตลอดช่วงปีสุดท้ายของมัธยมปลาย กัวเฮ่าเกือบจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการบ้าเล่นเกมนี้ และหวังซี ในฐานะเพื่อนสนิท ก็เป็นคอเกมเดียวกัน “เกมเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ยแหละ ที่จะเป็นตัวกำหนดชีวิตในอนาคตของเรา!” กัวเฮ่าพูดกับหวังซีอย่างจริงจัง “เชอะ ไม่เห็นจะน่าสนุกเลย มึงนี่พูดจาเหมือนพวกครูเข้าไปทุกทีแล้วนะ!” หวังซีกลอกตาใส่กัวเฮ่า กัวเฮ่ายิ้มบางๆ “เออๆ ไม่ต้องบ่นแล้ว กลับบ้านกันเถอะ!” กัวเฮ่าเก็บของแล้วบอกหวังซี ทั้งสองคนเดินคุยกันลงไปที่ชั้นล่างเพื่อไปเอาจักรยาน อาศัยประสบการณ์ทางสังคมที่เคยฝ่าฟันมาตลอดหลายสิบปีในชาติก่อน เพียงแค่ถามไม่กี่คำ เขาก็ล้วงความลับทั้งหมดออกมาจากปากของหวังซีจนหมดเปลือก อีกทั้งยังทำให้กัวเฮ่าหวนนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ในอดีตมากมาย “กลับละนะ!” เมื่อถึงหน้าบ้านกัวเฮ่า หวังซีก็บอกลาแล้วปั่นจักรยานจากไป กัวเฮ้ามองแผ่นหลังของหวังซีแล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังกลับ เมื่อเดินเข้าหมู่บ้านไปมองดูตึกแถวหลังเก่าที่แสนคุ้นเคย กัวเฮ่าก็มีความรู้สึกหวนคืนถิ่นที่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ชีวิตชาติก่อนและชาตินี้เริ่มหลอมรวมเข้าหากัน ในใจที่เลื่อนลอย กัวเฮ่านำจักรยานไปจอดไว้ที่โรงจอดรถใต้ตึก ขณะเดินขึ้นบันไดท่ามกลางแสงไฟสลัว ทุกอย่างรอบตัวล้วนคุ้นเคย ยิ่งใกล้ถึงบ้านเท่าไหร่ กัวเฮ่าก็ยิ่งรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด ในชาติก่อน พ่อแม่ต้องเสียสละเพื่อเขาไปมากเหลือเกิน ตอนที่เขาทำธุรกิจล้มละลายจนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว พ่อแม่ยอมถอนเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต แถมยังขายบ้านหลังเดียวที่เหลืออยู่เพื่อมาใช้หนี้ให้เขา เมื่อนึกถึงภาพพ่อแม่ที่ผมหงอกขาวโพลนในตอนนั้นที่ช่วยเขารใช้หนี้ กัวเฮ่าก็รู้สึกผิดจับใจ ไม่นานนัก กัวเฮ่าก็มาถึงชั้นสาม ไฟอัตโนมัติในทางเดินติดสว่างขึ้นเมื่อเห็นเขากลับมา ประตูบ้านที่คุ้นเคย กัวเฮ่าสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋า เขาเปิดประตูเข้าไป “กลับมาแล้วเหรอ? หิวไหม? อยากกินอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวแม่ทำให้” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน แม่ของเขาก็เดินเข้ามาหา เมื่อเห็นแม่ในวัยสาวเหมือนที่เคยอยู่ในความทรงจำลึกๆ กัวเฮ่าก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว เขาพยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ “แม่ครับ” กัวเฮ่าเรียกแม่ของเขา “เอ้อ เข้ามาเร็วๆ สิ ยืนเกะกะอยู่ที่หน้าประตูทำไมล่ะ? เดี๋ยวแม่ต้มบะหมี่ให้กินนะ!” แม่ของกัวเฮ่ายิ้มแล้วบอก ตอนนี้กัวเฮ่าค่อยๆ เก็บความรู้สึกที่เอ่อล้นในใจเอาไว้ แล้วทำตามความทรงจำที่คุ้นเคย เปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ในห้องรับแขก พ่อของเขากำลังง่วนอยู่กับการเขียนงาน ในความทรงจำ พ่อเป็นคนยุ่งตลอดเวลา ท่านเป็นหัวหน้างานระดับเล็กๆ ของการไฟฟ้าและยังเป็นวิศวกรเทคนิคอีกด้วย เกือบทุกวันท่านออกจากบ้านเร็วกว่าเขาเสียอีก ส่วนตอนกลางคืนตอนที่กัวเฮ่าเลิกเรียนพิเศษ พ่อของเขาก็ยังคงจัดการเอกสารต่างๆ อยู่เสมอ ชีวิตท่านยุ่งอยู่กับการทำงานแบบนี้มาตลอด แม่ของเขาก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจเช่นกัน เพราะทั้งสองคนยุ่งมากมาโดยตลอด จึงละเลยการอบรมสั่งสอนกัวเฮ่าไปตั้งแต่เล็กๆ นั่นทำให้กัวเฮ่าปล่อยตัวปล่อยใจจนกลายเป็นเด็กติดเกมที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ยังเด็ก เขานั่งลงข้างๆ พ่อ พ่อเพิ่งจัดการเอกสารเสร็จพอดีจึงหันมามองกัวเฮ่า “เหลือเวลาอีกสามเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไรต่อไป?” พ่อของกัวเฮ่าถอดใจเรื่องคะแนนของลูกไปนานแล้ว แต่ท่านเองก็ไม่มีสิทธิ์จะไปตำหนิกัวเฮ่าเท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมาท่านยุ่งเกินไปจนขาดการดูแลเอาใจใส่ลูก ในใจของพ่อเองก็มีความรู้สึกผิดต่อกัวเฮ่าอยู่ไม่น้อยเช่นกัน “ยังครับ” กัวเฮ่าส่ายหน้า “ลองคิดดูให้ดีเถอะ” เมื่อพ่อพูดจบก็เตรียมจะจัดการเอกสารต่อ แต่ในตอนนั้นเอง กัวเฮ่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พูดกับพ่อขึ้นมาทันที “พ่อครับ ผมอยากตั้งใจเรียน!”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV