ตอนที่ 4

เผ่าพันธุ์มนุษย์

1,728 คำ~9 นาที
“เฮ้อ...” เจียงฟานผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ โชคยังดีที่แต้มสร้างโลกยังคงเหลือพอจนกระทั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ถือกำเนิดขึ้น ทุกอย่างนับว่าคุ้มค่า แม้ตอนนี้แต้มสร้างโลกจะเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม ของสิ่งนี้มัน 'เผาผลาญทรัพยากร' จริงๆ! นี่ขนาดว่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญายังไม่ถือกำเนิดขึ้นนะ หากต้องการเร่งเวลาหลังจากนี้ เจียงฟานคงไม่มีปัญญาจ่ายไหวแน่! เย่หยูเงียบงันอยู่ในใจ ก่อนหน้านี้เขาพยายามจะมอบภารกิจระบบให้เจียงฟาน เพื่อให้เจียงฟานสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา แต่ทว่ากฎเกณฑ์กลับไม่ยอมรับ ส่งผลให้แผนการที่เย่หยูจะมอบสิทธิพิเศษให้เจียงฟานต้องพังทลายลง ดูเหมือนว่าการประกาศภารกิจของระบบจะมีข้อจำกัดสินะ ช่างน่ารำคาญจริงๆ! โลกใบก่อนๆ ที่เขาเคยผ่านมาระบบภารกิจอยากจะประกาศตอนไหนก็ประกาศได้! อยากจะมอบรางวัลอะไรก็มอบได้ตามใจชอบ! ผลกลับกลายเป็นว่ามาที่นี่ กลับถูกจำกัดนั่นจำกัดนี่เต็มไปหมด! อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าใครเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เหล่านี้ ไม่เช่นนั้น... ได้เห็นดีกันแน่! หลังจากลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเย่หยูก็พบภารกิจหนึ่งที่สามารถประกาศออกไปได้ 【ติ๊ง! ระบบประกาศภารกิจ!】 【ภารกิจ: ช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้เกิดการตื่นรู้โดยเร็ว และสร้างระบบอารยธรรมขั้นต้น!】 【รางวัล: แต้มระบบหนึ่งหมื่นแต้ม และโอกาสสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง】 เจียงฟานชะงักไปครู่หนึ่ง ภารกิจระบบงั้นหรือ? ในเมื่อเขาก็เตรียมจะทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เกิดการตื่นรู้โดยเร็วอยู่พอดี ภารกิจนี้จึงถือว่ามาได้จังหวะเวลาที่เหมาะเจาะยิ่งนัก “ระบบ แต้มระบบพวกนี้มีประโยชน์อย่างไร? สามารถนำไปซื้อของอะไรได้บ้างหรือ?” เจียงฟานที่เคยอ่านนิยายระบบมาไม่น้อย ย่อมเข้าใจความลับเรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้ว 【ติ๊ง! ใช่แล้วโฮสต์ แต้มระบบคือระบบเงินตราแลกเปลี่ยนระหว่างเรา หากต้องการซื้อไอเทมหรือใช้งานฟังก์ชันพิเศษ จำเป็นต้องใช้แต้มระบบในการแลกเปลี่ยน】 เย่หยูตอบกลับ การประเมินผลครั้งนี้ล้วนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ เขาไม่สามารถแก้ไขรางวัลภารกิจตามอำเภอใจได้ โชคยังดีที่รางวัลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้เขาเป็นคนจ่าย แต่เป็นผู้ที่กำหนดกฎเกณฑ์อยู่เบื้องหลังเป็นคนจ่ายให้ ส่วนไอเทมที่ซื้อได้นั้น ก็เป็นสิ่งที่คนผู้นั้นจัดหามาให้ วิธีการเย่หยูพอจะรู้บ้าง ก็ไม่พ้นการนำมาจากโลกอื่นหรือแลกเปลี่ยนกันนั่นแหละ “เข้าใจแล้ว ผมจะรีบทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด” เจียงฟานพยักหน้า ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องเข้าไปในดาวดินแล้ว ในฐานะเจ้าแห่งดาราเขาสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ธรรมดาเพื่อเข้าไปได้ แต่มีข้อจำกัดอยู่ นั่นคือห้ามใช้พลังพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการวิวัฒนาการของโลก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเจ้าแห่งดาราจะควบคุมมันอย่างไร “ขอกำหนดช่วงเวลาอีกหนึ่งร้อยปี ระยะเวลาหนึ่งร้อยปีน่าจะเพียงพอให้ข้าชี้นำเผ่าพันธุ์มนุษย์พวกนี้ให้ตื่นรู้ได้...” เจียงฟานพึมพำกับตัวเอง จากนั้นใช้แต้มสร้างโลกอีกเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเร็วของเวลาบนดาวดิน ก่อนจะก้าวเข้าสู่ดาวดินเพียงลำพัง ...... “ปริมาณออกซิเจนในอากาศเข้มข้นมาก นับเป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ สำหรับการถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิต” เจียงฟานในชุดแต่งกายเรียบง่ายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขามองไปยังพืชพรรณเขียวขจีที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ครุ่นคิดเพียงครู่หนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตำแหน่งที่เขาปรากฏตัวอยู่ไม่ไกลจากพวกมันนัก ดังนั้นเพียงไม่นานเขาก็เห็นเงาร่างของพวกมันอยู่ในระยะสายตา 【ติ๊ง! เตือนโฮสต์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ในขณะนี้ยังอยู่ในยุคสัญชาตญาณสัตว์ป่า การบุ่มบ่ามเข้าไปใกล้จะถูกโจมตีได้】 เจียงฟานได้สติกลับมา เขาอยู่ที่อารยธรรมก่อนหน้านี้นานเกินไปจนเกือบจะลืมไปว่าอารยธรรมของเขาได้เริ่มต้นใหม่แล้ว การหมุนเวียนครั้งใหม่นี้คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ มนุษย์ในยุคนี้ เขายังไม่ได้ชี้นำให้เกิดการตื่นรู้ สัญชาตญาณสัตว์ป่ายังมีมากกว่าเหตุผล หรือจะกล่าวว่าไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้ การเข้าไปหาโต้งๆ แบบนี้คาดว่าจะต้องถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วร่างกายนี้ของเขาเป็นเพียงคนธรรมดา หากเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ร่างกายกำยำแข็งแรงย่อมไม่มีทางเอาชนะได้ “ดูท่าต้องใช้วิธีเดิมๆ อีกแล้วสินะ...” ในตอนนี้ยังไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ นอกเสียจากการรอคอย เพียงแค่ใช้ชีวิตอยู่แถวๆ ที่พวกมันอาศัยอยู่ ไม่บุ่มบ่ามเข้าไปในเขตแดนของพวกมัน เมื่อคุ้นเคยกันจนพวกมันเห็นว่าเขาไม่มีภัยคุกคาม ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน ไม่สิ ไม่ใช่ว่าไม่มีภัยคุกคาม แต่ต้องทำให้พวกมันรู้สึกว่าเขาจะไม่ลงมือทำร้ายพวกมัน หากไม่มีภัยคุกคามก็ไร้ซึ่งความเกรงขาม มนุษย์กลุ่มที่ยังไม่ตื่นรู้นี้จะต้องลงมือกับเขาอย่างแน่นอน จำได้ว่าไม่รู้กี่ครั้งที่เคยชี้นำมา ครั้งหนึ่งเขาเคยแสดงออกว่าดูเป็นมิตรและไม่เป็นอันตรายเกินไปจนถูกพวกมันมองว่าเป็นเหยื่อ ตอนนั้นเขายังขาดประสบการณ์ อีกทั้งฝ่ายนั้นยังมีพวกมาก ส่วนเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดา ในฐานะเทพเจ้าของพวกมัน เขากลับถูกจัดการเสียจนจบสิ้น ทำเอาเขาโกรธจนถึงขั้นพอกลับออกมาก็ทำลายอารยธรรมนั้นทิ้งแล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น กลับเข้าเรื่อง ในเวลานี้เผ่าพันธุ์มนุษย์สังเกตเห็นเจียงฟานที่แต่งกาย 'แปลกประหลาด' แล้ว พวกมันต่างจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง มนุษย์หลายคนถึงกับส่งเสียงขู่คำรามใส่เขาไม่หยุด ดูท่าพวกมันต้องการจะใช้เสียงขู่เพื่อขับไล่เจียงฟานออกไป เจียงฟานไม่ได้สนใจ เขากระทำการสร้างเปลญวนอย่างง่ายอยู่รอบๆ จะสร้างบ้านก็คงยากเกินกำลังของเขาเพียงคนเดียว แต่ถ้าเป็นเปลญวนก็ไม่มีอะไรยาก เขาไม่อยากนอนราบไปกับพื้นดิน การนอนบนต้นไม้น่าจะปลอดภัยกว่า ส่วนเรื่องอาหาร สำหรับเจ้าแห่งดาราอย่างเขา มีข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวคือไม่มีวันอดตาย ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเลยสักนิด ทางด้านเผ่าพันธุ์มนุษย์เห็นเจียงฟานง่วนอยู่กับการทำนั่นทำนี่ก็งุนงงไม่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะโจมตีพวกมัน จึงปล่อยให้เขาทำไป ทว่าพวกมันก็ยังส่งคนบางส่วนมาคอยจ้องมองเจียงฟานอย่างไม่ละสายตา ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ เจียงฟานก็สร้างเปลญวนอย่างง่ายเสร็จก่อน 'ดวงอาทิตย์' จะลับขอบฟ้า ในช่วงเวลานี้ มีเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกหลายกลุ่มกลับมาที่นี่ ดูท่าพวกนั้นจะเป็นกลุ่มที่ออกไปล่าสัตว์ “ฉี่... ฮึ่ย~” พร้อมกับเปลวไฟที่โชติช่วงขึ้นในทันที เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่คอยจ้องมองเจียงฟานอยู่ก็เบิกตากว้าง “โฮก! โฮก!” เผ่าพันธุ์มนุษย์ตัวนั้นกระโดดโลดเต้นพร้อมกับส่งเสียงขู่คำรามใส่เจียงฟานไม่หยุด เสียงคำรามของมันยังดึงดูดให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ตัวอื่นๆ เข้ามามุงดูสถานการณ์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่กำลังส่งเสียงขู่ใช้นิ้วชี้มาที่เจียงฟานพร้อมกับทำท่าทางประกอบ ปากก็ส่งเสียงคำรามไม่หยุด ราวกับกำลังบอกเล่าอะไรบางอย่าง ความเคลื่อนไหวทางนั้นดึงดูดความสนใจของเจียงฟานเช่นกัน “เอ่อ... น่าจะตกใจไฟสินะ... ก็สมควรหรอก มนุษย์ยุคนี้ยังไม่มีวิธีจุดไฟด้วยการเสียดสีไม้ และกินอาหารแบบดิบๆ...” เจียงฟานพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย วิธีนี้เขายังไม่เคยลองมาก่อนเลย เขาลุกขึ้นยืน หยิบเครื่องมือบางอย่างติดมือมา พร้อมกับคบเพลิงก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มเผ่าพันธุ์มนุษย์ เย่หยูที่สังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ย่อมเข้าใจแผนการของเจียงฟาน และเขาก็รอลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเจียงฟานจะทำสำเร็จหรือไม่ ...... ทางด้านเผ่าพันธุ์มนุษย์เมื่อเห็นเจียงฟานถือคบเพลิงเดินเข้ามา ต่างพากันหวาดกลัวและถอยกรูดไปด้านหลัง พวกมันมีความกลัวไฟอยู่ตามสัญชาตญาณ ดูท่าก่อนหน้านี้คงเคยเห็นไฟป่าและรู้ถึงความร้ายกาจของมัน “โฮก!” เผ่าพันธุ์มนุษย์ตัวหนึ่งที่สูงใหญ่กว่าตัวอื่นๆ ก้าวออกมาข้างหน้า ดูท่าเจ้าหมอนี่จะเป็น 'ผู้นำ' ของกลุ่มนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ตัวอื่นเมื่อเห็นดังนั้นก็พากันหลบอยู่ข้างหลังมัน พร้อมกับส่งเสียงขู่คำรามเตือนเจียงฟานไม่ให้เข้ามาใกล้ เจียงฟานเข้าใจดี เขาพยายามรักษาระยะห่างไว้ หากล้ำเข้าไปในระยะที่ทำให้พวกมันรู้สึกไม่ปลอดภัย จะต้องถูกพวกมันโจมตีอย่างแน่นอน เมื่อถึงระยะประมาณสิบเมตร เจียงฟานก็หยุดลง เขาวางคบเพลิงไว้ข้างๆ จากนั้นก็วางอุปกรณ์จุดไฟให้เป็นระเบียบ แล้วส่งสัญญาณบอกให้พวกมันดู แม้จะไม่รู้ว่าพวกมันจะเข้าใจสัญญาณที่เขาจะสื่อหรือไม่ก็เถอะ...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV