ตอนที่ 4
เฉวียนใบ้
1,652 คำ~9 นาที
“เฉวียน มานี่หน่อย” ถังหนี่เรียกเวินซินเฉวียน
“อือ... อา...”
“ใบ้เหรอ?” เซิ่นซิ่นเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าดูไม่สบอารมณ์นัก เขาคิดว่าเจ้าอ้วนถังหนี่นี่เอาของห่วยๆ มาหลอกขายเขาอีกแล้ว
ทว่าเขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ในทันทีว่าถังหนี่คงไม่กล้าทำแบบนั้น อีกทั้งในหัวเขายังนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา
ทั้งมีความเกี่ยวข้องกับตำรวจยอดฝีมืออย่างเฉินเจียจวี่ แถมยังเป็นใบ้... เซิ่นซิ่นนึกถึงผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดที่เกือบจะปลิดชีพเฉินเจียจวี่ได้ในคราวนั้น
“แกต่อยเก่งมากงั้นรึ?” เซิ่นซิ่นถาม
“อือ... อา!” เฉวียนใบ้ตบหน้าอกตัวเองแล้วชูนิ้วโป้งขึ้น
“แล้วแกทำระเบิดเป็นไหม?” เซิ่นซิ่นถามต่อ
เฉวียนใบ้อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างซื่อๆ “อือ...”
ใช่เขาแน่ๆ เซิ่นซิ่นมั่นใจแล้ว
“เอาล่ะ เดี๋ยวให้คนลองฝีมือแกดูหน่อย ถ้าไม่มีปัญหา ต่อไปก็มาทำงานกับฉัน เป็นไง?”
“อือ... อา...” เฉวียนใบ้รีบพยักหน้า
“อาเหลียง พวกนายสองคนสู้กันหน่อย”
อาเหลียงเป็นนักสู้มือหนึ่งในสังกัดของเซิ่นซิ่นตอนนี้ เขาเคยเป็นคนของแก๊งมาก่อน พอเซิ่นซิ่นเห็นว่าเขาสู้เก่งเลยจับมาเป็นนักสู้ประจำคลับ
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เข้าไปในกรงแปดเหลี่ยม เฉวียนใบ้เผยรอยยิ้มซื่อๆ ให้กับอาเหลียงที่อยู่ตรงข้าม
อาเหลียงจึงปล่อยหมัดใส่ทันที
สิบวินาทีผ่านไป อาเหลียงก็ลงไปกองกับพื้น
“นี่ค่าจ้างของแก ครั้งหน้าถ้ามีของดีๆ แบบนี้อีก ก็เอามาให้ฉันอีกนะ” เซิ่นซิ่นเห็นเฉวียนใบ้ที่ถังหนี่พามานั้นฝีมือจัดจ้านถึงเพียงนี้ จึงควักเงิน 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกงยื่นให้ถังหนี่
“ขอบคุณครับพี่เซิ่น” ถังหนี่รับเงินไปยิ้มร่า
ทำงานให้เซิ่นซิ่นดีอย่างนี้แหละ จ่ายเงินไว แถมมีแต่จะเพิ่มให้ไม่มีขาด
ตกดึก บรรยากาศภายในคลับกวงโซ่วคึกคักเป็นพิเศษ นักสู้สองคนที่เปลือยท่อนบนกำลังแลกหมัดกันอย่างบ้าคลั่งภายในกรงแปดเหลี่ยม
ด้านนอกกรง ลูกค้าหลายร้อยคนทั้งที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองต่างตะโกนเชียร์อย่างบ้าคลั่ง สาวสวยเซ็กซี่เดินวนเวียนไปมาเพื่อขายบุหรี่และเครื่องดื่ม
“พี่เซิ่นครับ มีคนอ้างว่าเป็นคนของอาเฮียต้าผูเฮยมาหาพี่ครับ” ลูกน้องเดินมาหาเซิ่นซิ่นที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาชั้นสองพลางมองดูการต่อสู้ด้านล่าง
เมื่อได้ยินดังนั้น เซิ่นซิ่นก็รู้ว่าคงเป็นเรื่องที่ต้าดีบอกเขาไว้เมื่อตอนกลางวัน
“ให้เขาเข้ามา”
ครู่ต่อมา ชายหนุ่มที่สวมเสื้อกล้ามผ้าโพลีเอสเตอร์สีแดงเข้มก็เดินมาหาเซิ่นซิ่น
“สวัสดีครับพี่เซิ่น ผมตงกวนไจ่ ลูกพี่ผมให้ผมเอาของมาส่งให้พี่เซิ่นครับ”
อ้อ... ตงกวนไจ่จอมข้ามเลนคนนี้นี่เอง
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เซิ่นซิ่นก็มองตงกวนไจ่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ขายยาในที่ของฉันได้ แต่ฉันไม่ยุ่งเกี่ยว ให้พวกคนของแกขายกันเอง อีกอย่าง... ฉันไม่ต้องการให้พวกแกเอาอะไรอย่างอื่นปนมาขายด้วยเด็ดขาด”
“พี่เซิ่นวางใจได้เลยครับ กฎข้อนี้ผมรู้ดี” ตงกวนไจ่รู้ว่าสิ่งที่เซิ่นซิ่นหมายถึงคืออะไร
ไอ้ของจำพวกนั้น แม้ต้าผูเฮยจะทำอยู่ แต่ปกติก็เป็นการขายผ่านมือ ไม่มีการเอามาขายปลีก
ขณะนั้นเมื่อเห็นการต่อสู้ในกรงแปดเหลี่ยมจบลง เซิ่นซิ่นก็ส่ายหัว
“นี่ อาเทียน ไอ้เด็กนั่นเป็นใคร? ชนะติดต่อกันมาสองวันแล้วนะ”
“พี่เซิ่นครับ นั่นเป็นคนของเฉินซินครับ” เยิ่นเทียน ผู้จัดการที่เซิ่นซิ่นจ้างมา รีบกล่าวตอบ
“พี่เซิ่นครับ ดูเหมือนคนของพี่จะใช้ไม่ได้เลยนะ”
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ทันทีที่พูดจบ ชายที่สวมหมวกคาวบอยและชุดสูทระยิบระยับก็เดินเข้ามาหาเซิ่นซิ่น
“เสี่ยเฉิน มาที่นี่เพื่อหาเรื่องกันรึ?” เซิ่นซิ่นเหลือบมองเล็กน้อย โดยไม่คิดจะขยับก้นลุกขึ้น
เฉินซิน คือเจ้าพ่อมวยเถื่อนชื่อดังในย่านเกาลูนตะวันออก เชี่ยวชาญการจัดและร่วมแข่งขันมวยเถื่อน ซึ่งเขาก็สร้างฐานะขึ้นมาจากมวยเถื่อนใต้ดินนั่นเอง
ปกติแล้วเขาไม่ได้ข้องเกี่ยวกับแก๊งมาเฟียมากนัก แต่จะคบหากับพวกเศรษฐีที่ชอบดูมวยเถื่อนใต้ดินเสียมากกว่า
แต่เพราะช่วงนี้คลับกวงโซ่วกำลังโด่งดัง เขาเลยถือโอกาสแวะมาเที่ยวชม
“เปล่าครับ ผมจะกล้าหาเรื่องแก๊งเหอเหลียนเซิ่งของพี่ได้อย่างไร แค่พบดาวรุ่งฝีมือดี เลยมาลองเชิงดูหน่อยน่ะครับ” เฉินซินไม่กล้าพูดเรื่องท้าทาย แก๊งเหอเหลียนเซิ่งจัดเป็นแก๊งท็อปสามของฮ่องกง แม้เซิ่นซิ่นจะเป็นเพียงหงกุ่น แต่เขาก็ไม่กล้าตอแยด้วย
เฉินซินนั่งลงข้างเซิ่นซิ่นแล้วถามต่อ “พี่เซิ่น สนใจร่วมมือทำเกมสักรอบไหมครับ รอให้คนของผมชนะไปสักพัก แล้วพี่ส่งคนมาปราบเขา หากพี่เซิ่นลงมือเอง รับรองว่าต้องสร้างชื่อเสียงได้อย่างแน่นอน”
นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเฉินซิน ในสายตาเขา การจัดฉากล้มมวยร่วมกันจะทำให้เซิ่นซิ่นทั้งได้เงินทั้งได้กล่อง ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
หงกุ่นระดับแก๊งจะสนใจอะไรมากที่สุด ก็ต้องเป็นความเก่งกาจและชื่อเสียงอยู่แล้ว
เซิ่นซิ่นไม่ได้ตอบเรื่องการร่วมมือที่เฉินซินเสนอ แต่กลับถามว่า:
“สนใจพนันสักตาไหมล่ะ?”
“ถ้าพี่เซิ่นสนใจ ผมก็จัดให้ได้ไม่มีปัญหา” เฉินซินที่เป็นคนกระเป๋าหนักตกลงทันที
“เอาแบบเบาๆ ก่อน ฉันส่งคนหนึ่งไป เดิมพันสามแสน”
“ไม่มีปัญหา”
สามแสนฟังดูไม่มาก แต่จริงๆ แล้วก็นับว่าไม่น้อย ต้องรู้ไว้ว่าต้าดีให้เงินติดสินบนพวกอาวุโสเพื่อลงสมัครเลือกตั้งคนหนึ่งยังใช้แค่สองแสนเท่านั้น รวมๆ แล้วทั้งหมดก็แค่สองสามล้าน
แน่นอนว่าจะบอกว่าเยอะก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้เศรษฐกิจฮ่องกงกำลังพุ่งทะยาน รายได้เฉลี่ยของหลายๆ คนอยู่ที่ประมาณหนึ่งหมื่นดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนข้าราชการยิ่งสูงกว่านั้น
เซิ่นซิ่นลุกขึ้นเดินไปหาเฉวียนใบ้ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ไม่ไกล แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่เขา
“เห็นไอ้หนุ่มข้างล่างนั่นไหม? ไปอัดมันให้ร่วงได้ไหม?”
“อือ... อา!” เฉวียนใบ้ตบหน้าอกตัวเอง เป็นเชิงว่าเรื่องแค่นี้วางใจได้เลย
“ยกต่อไป เฉวียนใบ้ ปะทะ สิงห์เถื่อนวิชาหมัดซิงอี้ วางเดิมพันได้แล้ว ตอนนี้อัตราต่อรองอยู่ที่ 1 ต่อ 3”
“เฉวียนใบ้นี่ใครกัน?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ แต่นักสู้ซิงอี้เก่งขนาดนี้ ฉันว่าไอ้ใบ้ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้เนี่ย สงสัยรอดยาก”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ชม หลายคนต่างควักเงินออกมาวางเดิมพัน
“เหลือเวลาวางเดิมพันอีกสิบนาทีครับ” พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟน
สิบนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก เฉวียนใบ้เดินเข้าสู่กรงแปดเหลี่ยม พลางเผยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัยให้กับชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาที่อยู่ตรงข้าม
“อือ... อา!”
“โธ่เว้ย! เป็นใบ้จริงๆ ด้วย รู้งี้ไม่น่าแทงฝั่งมันเลย”
เมื่อเห็นว่าเฉวียนใบ้เป็นใบ้จริงๆ คนที่วางเดิมพันฝั่งเขาก็เริ่มรู้สึกเสียดาย
“ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองเตรียมตัว... การต่อสู้... เริ่มได้!”
สิ้นเสียงผู้ตัดสิน ไอ้หนุ่มหน้าตาเย็นชาฝั่งตรงข้ามก็พุ่งตัวออกไปประหนึ่งเสือชีตาห์
ส่วนเฉวียนใบ้ค่อนข้างระมัดระวังกว่า เพราะกว่าจะหางานนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงเห็นค่าของมันยิ่ง
รูปแบบการต่อสู้ของทั้งสองต่างกันชัดเจน เฉวียนใบ้เน้นไปทางซานต่า ส่วนสิงห์เถื่อนซิงอี้ใช้หมัดซิงอี้ขนานแท้
ทั้งสองแลกหมัดกันไปมาจนจบยกแรก
ทว่าพอเริ่มยกที่สอง ชายหนุ่มสิงห์เถื่อนซิงอี้ก็เกิดขาอ่อนขึ้นมา
เฉวียนใบ้เห็นโอกาส จึงกระโดดเตะต่อเนื่องสามครั้ง เข้าที่หน้าอกของคู่ต่อสู้อย่างจัง
สิงห์เถื่อนซิงอี้กระเด็นออกไปกองกับพื้น อ้วกเป็นเลือดออกมาคำโต
เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ทรุดฮวบลงไปกุมหน้าอกอีกครั้ง
“แม่งเอ๊ย! ไอ้ไอ้เด็กเวรนี่ มันไม่ได้เรื่องเลย”
เมื่อเห็นคนของตัวเองพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย เฉินซินก็สบถออกมา
ในขณะเดียวกัน ทั้งไนท์คลับก็เต็มไปด้วยเสียงก่นด่า
คนส่วนใหญ่ซื้อฝั่งสิงห์เถื่อนซิงอี้ เพราะเห็นว่าสองวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มคนนี้เปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้าย ออกหมัดได้ดุดันเด็ดขาด แทบจะขยี้คู่ต่อสู้จนชนะราบคาบ
ไม่นึกเลยว่า พอมาเจอไอ้ใบ้นี่เข้า ทุกอย่างก็จบเห่
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน