ตอนที่ 3
พบต้าดีที่ร้านหยู่วกูฉี่
1,589 คำ~8 นาที
ภัตตาคารหยู่วกูฉี่
เซิ่นซิ่นเดินมาที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง เห็นพี่ใหญ่อย่างต้าดี ภรรยาของเขา และฉางเหมานั่งอยู่รอบโต๊ะ
“พี่เซิ่น”
“พี่เซิ่น”
เหล่าอันธพาลที่ติดตามต้าดีต่างพากันกล่าวทักทายเมื่อเห็นเซิ่นซิ่นเดินเข้ามา ต่างจากต้าดีที่มีนิสัยก้าวร้าวและเย่อหยิ่ง เซิ่นซิ่นเป็นคนสุภาพอ่อนน้อมและมีสัมมาคารวะ อีกทั้งทุกครั้งที่ลูกน้องได้ทำงานให้เซิ่นซิ่น พวกเขาก็มักจะได้รับค่าตอบแทนเสมอ ดังนั้นเซิ่นซิ่นจึงได้ใจคนเหล่านี้ไปเต็มๆ
“อาเซิ่นมาแล้วหรือ” ฉางเหมากล่าวทักเมื่อเห็นเซิ่นซิ่น ก่อนจะหันไปบอกต้าดีและคุณนายต้าดี
“ลูกพี่ ผมมาแล้วครับ” เซิ่นซิ่นยกเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ
“มาสายตลอด ไม่รู้ใครเป็นหัวหน้ากันแน่” ต้าดีพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เซิ่นซิ่นฉีกยิ้ม “เพิ่งแวะไปที่สถานสงเคราะห์มาครับ คราวหน้าจะรีบมาให้เร็วขึ้น”
ฉางเหมาที่อยู่ข้างๆ ได้ยินจนชินชา ส่วนต้าดีทำมุมปากกระตุก
“ข้าว่านะ เอ็งไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กเถอะ ถ้าไปทำทางนั้นรุ่งกว่าเห็นๆ ไม่ต้องมาเป็นอันธพาลหรอก”
“เอาเถอะ กินข้าวกันได้แล้ว อาเซิ่นเขาเป็นคนจิตใจดี เป็นการสะสมบุญ” คุณนายต้าดีพูดแก้ต่างให้เซิ่นซิ่น พร้อมกับส่งตะเกียบให้
“สะสมบุญ? เรามันคนทำอาชีพสีเทานะ จะมาสะสมบุญอะไรกัน เพ้อเจ้อ” ต้าดีหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหม้อไฟที่อยู่ตรงหน้า
เซิ่นซิ่นหยิบตะเกียบขึ้นมากินเช่นกัน เขาสังเกตเห็นว่าวันนี้ต้าดีดูอารมณ์ดีมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่รอให้เขามาถึงแล้วค่อยเริ่มกินแน่นอน ต้าดีเป็นคนพูดจาโผงผาง แต่สำหรับเซิ่นซิ่นแล้วถือว่าใจกว้างพอสมควร อย่างน้อยก็ให้เงินเขาเยอะ
“มา ดื่มหน่อย ไวน์ลาฟิต ปี 80 เชียวนะ” กินไปได้ไม่กี่คำ ต้าดีก็เปิดไวน์แดงที่วางอยู่ข้างมือ
“วันนี้ลูกพี่มีเรื่องดีๆ อะไรหรือครับ?” เซิ่นซิ่นรับขวดไวน์มา รินใส่แก้วให้ต้าดีและคุณนายต้าดี ก่อนจะรินให้ฉางเหมาด้วย
“ชุยจีใกล้จะลงจากตำแหน่งแล้ว คราวก่อนที่เลือกหัวหน้าใหญ่ ลุงเติ้งบอกให้ข้ารอคราวหน้า คราวนี้ถึงตาข้าแล้วล่ะ” ต้าดีไม่ได้ปิดบังอะไร เขาบอกเรื่องที่ทำให้ตนเองมีความสุขออกมา
เมื่อมีเรื่องดีก็ต้องแบ่งปัน เซิ่นซิ่นที่กำลังรินไวน์ถึงกับชะงักมือไปชั่วครู่ ดูท่าว่าการชิงตำแหน่งระหว่างต้าดีกับเล่อเส้าแห่งจอร์แดนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็วๆ นี้
เซิ่นซิ่นไม่ได้คิดจะราดน้ำเย็นใส่ความตื่นเต้นของต้าดีในเวลานี้ ตอนนี้ซึนวานของต้าดีเป็นเขตอิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดของเหอเหลียนเซิ่ง ทั้งคนเยอะ กำลังแข็งแกร่ง และมีเงินทอง
ใครก็ตามที่เข้าใจหลักการสมดุลอำนาจ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ต้าดีได้ขึ้นเป็นหัวหน้าใหญ่แน่นอน ครั้งที่แล้วที่ไม่ให้ต้าดีขึ้นตำแหน่ง ก็เพราะต้าดีแข็งแกร่งเกินไป ครั้งนี้ต้าดีมีอำนาจยิ่งกว่าเดิม จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขาได้ตำแหน่ง
“ขอให้พี่ต้าดีได้เป็นหัวหน้าใหญ่เร็วๆ นะครับ” ฉางเหมาประจบสอพลอ
“ฮ่าๆๆ ถ้าข้าได้เป็นหัวหน้าใหญ่ ข้าจะแบ่งเขตให้เอ็งคุมสักที่” ต้าดีหัวเราะลั่น
“ขอบคุณครับพี่ต้าดี”
เซิ่นซิ่นไม่ได้ตามน้ำไปกับฉางเหมา เขาไม่ถนัดเรื่องการประจบสอพลอ อีกอย่างเขารู้ดีว่าต้าดีดีใจเร็วเกินไป
หากจะพูดไปแล้ว ฉางเหมามองว่าเซิ่นซิ่นเป็นคู่แข่งมาโดยตลอด เพราะเซิ่นซิ่นเติบโตเร็วเกินไป ใช้เวลาไม่ถึงสามปีก็กลายเป็นหงกุ่นภายใต้สังกัดต้าดี หรือก็คือตำแหน่ง 426
หงกุ่นคือคนที่สู้เก่งที่สุด ส่วนฉางเหมาเป็นเฉ่าเซีย หรือตำแหน่ง 432 มีหน้าที่จัดการธุระจุกจิกให้ต้าดี แต่คนที่มองข้ามไม่ได้เลยในสังกัดของต้าดีคือคุณนายต้าดี เธอรับหน้าที่ดูแลฝ่ายสนับสนุนและธุรกิจ ทรัพย์สินที่มั่งคั่งของต้าดีขาดเธอไปไม่ได้เลย
ในเหอเหลียนเซิ่ง ตำแหน่งสูงสุดคือหัวหน้าใหญ่ (ซั่วก่วน) ซึ่งเบื้องหลังจะมีกลุ่มอาวุโสคอยคุมอยู่ คนเหล่านี้กินเงินจากผลประโยชน์ขององค์กร
ต่ำลงมาคือหัวหน้าเขต (ถังจู่) ซึ่งถือเป็นระดับบริหาร
ถัดมาคือ ไป๋จื่อซ่าน, หงกุ่น, เฉ่าเซีย ซึ่งถือเป็นระดับบริหารกลาง หากต้องการเป็นหัวหน้าเขต ต้องผ่านการเป็นไป๋จื่อซ่าน, เฉ่าเซีย หรือหงกุ่นมาก่อน ไม่อย่างนั้นไม่มีสิทธิ์
ส่วนสมาชิกทั่วไปเรียกกันว่าสี่เก้า (รหัส 36) และต่ำกว่านั้นคือโคมไฟสีฟ้า
หากมองดูแก๊งต่างๆ ในฮ่องกง เหอเหลียนเซิ่งเป็นแก๊งที่รักษากฎระเบียบที่สุด พวกเขายังคงยึดถือธรรมเนียมเก่าแก่ของหงเหมินอยู่
“อาเซิ่น ฉางเหมาบอกว่ากรงแปดเหลี่ยมที่เอ็งจัดน่ะฮิตมาก จนแย่งลูกค้าจากคลับเต้นระบำแถวนี้ไปเยอะเลยนะ” ต้าดีถามขึ้นเมื่อเห็นเซิ่นซิ่นก้มหน้าก้มตากิน
เซิ่นซิ่นเหลือบมองฉางเหมาแล้วยิ้มตอบ “ก็ไม่เลวครับ แต่จะบอกว่าแย่งลูกค้าก็ไม่ถูก พวกเขาก็แค่เบื่อที่เดิมๆ พอมาเห็นอะไรใหม่ๆ ก็ไป ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง จริงๆ แล้วมันช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าพื้นที่มากกว่าด้วยซ้ำครับ”
“ลูกพี่เขาแค่ถามเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” คุณนายต้าดีที่มีไหวพริบดี กลัวเซิ่นซิ่นจะคิดมาก จึงรีบพูดปลอบ
“ผมทราบครับ คุณนาย”
“เมื่อก่อนเอ็งมันบ้าบิ่นเหมือนวัว คุณนายเอ็งยังบอกเลยว่าเอ็งเหมือนข้า ไม่นึกว่าจะมีหัวการค้าขนาดนี้ เมื่อวานต้าผูเฮยมาหาข้า บอกว่ายาของเขาเอ็งไม่ยอมให้เอาเข้ามาขายในถิ่นเอ็ง ข้าตอบตกลงไปแล้ว ให้ยาของเขาเข้ามาได้” ต้าดีพูดขณะคีบกุ้งเข้าปาก
เหอเหลียนเซิ่งมีคนร่วมมือกับเขาเยอะ พูดให้ถูกคือคนที่อาศัยเขากินมีเยอะมาก ต้าผูเฮยก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ได้ครับ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ผมจะให้สินค้าเขาเข้ามา” เซิ่นซิ่นลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง แม้เขาจะรังเกียจเรื่องยาเสพติด แต่ตอนนี้เขายังต้องพึ่งพาต้าดีอยู่
หลังจบมื้ออาหาร เซิ่นซิ่นพาลูกน้องกลับไปยังถนนหย่งซุ่น ซึนวาน
ที่นี่คือเขตที่ต้าดีมอบให้เซิ่นซิ่นดูแล มีทั้งคาราโอเกะและคลับเต้นระบำ เซิ่นซิ่นรับหน้าที่คุมสถานที่เหล่านี้ คลับกวงโซ่วที่เขาสร้างก็อยู่ที่ถนนเส้นนี้
เมื่อเซิ่นซิ่นมาถึงหน้าคลับ พอก้าวลงจากรถก็เห็นหมังฮุนั่งรออยู่พร้อมกับหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว
“ลูกพี่” หญิงสาวรีบดึงแขนหมังฮุแล้วร้องเรียกอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นเซิ่นซิ่น
“เรียกพี่เซิ่นเถอะ คำว่าลูกพี่มันดูธรรมดาไป ต่อไปนี้เธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่ ถ้าทำดีเดี๋ยวค่อยปรับไปตำแหน่งที่ดีกว่า”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่เซิ่น” เมื่อเทียบกับหมังฮุแล้ว แฟนสาวของเขาดูจะหัวไวและคล่องแคล่วกว่าเยอะ
เซิ่นซิ่นพาทั้งคู่เดินเข้าคลับ เตรียมจะให้ผู้จัดการที่จ้างมาดูแลร้านจัดการเรื่องงานให้ ทันใดนั้นก็เห็นชายร่างอ้วนเตี้ยวิ่งเหยาะๆ เข้ามา ชายคนนี้ชื่อถังหนี่ ทำหน้าที่หาตัวนักสู้ให้เซิ่นซิ่น
“พี่เซิ่น ผมเจอคนเก่งมาฝากครับ”
“ถังหนี่ คราวนี้คงไม่ใช่อ่อนหัดแบบคราวก่อนหรอกนะ”
คราวก่อนถังหนี่ไปหาคนที่อ้างว่าเป็นยอดฝีมือมวยไทย พอขึ้นสังเวียนไป ก็โดนคนอื่นอัดร่วงภายในสองหมัด
ถังหนี่ชี้ไปที่ชายตัวเล็กใส่แว่นที่ยืนอยู่ไม่ไกล ซึ่งส่วนสูงพอๆ กับเขา
“คราวนี้ไม่พลาดแน่นอนครับ เขาคือเวินซินเฉวียน เพื่อนบ้านเก่าผมเอง หกปีก่อนโดนยอดตำรวจเฉินเจียจวี่จับเข้าคุก เพิ่งออกมาจากเรือนจำสแตนลีย์ได้ครึ่งเดือน เพราะเคยติดคุกเลยหางานทำไม่ได้ ไม่มีใครกล้าจ้าง ผมเลยพาตัวมา เขาชกเก่งมากครับ”
เซิ่นซิ่นพิจารณาชายตัวเล็กที่อยู่ไม่ไกล
“พาเขามานี่”
โลกที่เขาอยู่นี้เป็นโลกภาพยนตร์ฮ่องกง แต่ใบหน้าของหลายคนเปลี่ยนแปลงไป แม้จะไม่มาก แต่ก็ไม่มีทางที่จะเห็นหลิวเต๋อหัวหลายคนหรืออู๋เอี้ยนจู่หลายคนอย่างแน่นอน
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน