ตอนที่ 2

ปรากฏการณ์อาเพศ

1,674 คำ~9 นาที
หลินฮั่นเหวินจัดแจงให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนยกน้ำชาร้อนๆ มาส่งให้กลุ่มพนักงานในชุดคลุมเวทสีขาว พร้อมกับยิ้มแย้มเข้าไปพูดยืนคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง “ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของโรงเรียนอื่นในปีนี้เป็นยังไงบ้างนะครับ” เมื่อรู้ว่าหลินฮั่นเหวินพยายามจะล้วงข้อมูลจากพวกตน เจ้าหน้าที่ในชุดคลุมสีขาวหลายคนจึงตอบกลับตรงๆ อย่างไม่ปิดบัง “พวกเราก็ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ เรื่องนี้ต้องรอให้การเปลี่ยนอาชีพของทุกโรงเรียนในปีนี้เสร็จสิ้นและสรุปผลออกมาก่อนถึงจะรู้” เจ้าหน้าที่อีกคนกล่าวเสริมว่า “แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมา สถานการณ์การเปลี่ยนอาชีพของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งในปีนี้ดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นะครับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลินฮั่นเหวินก็ยิ่งดูทรุดลงไปอีก “แต่ก็นะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ใครจะปลุกอาชีพอะไรขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่สิ่งที่อาจารย์ใหญ่หลินอย่างคุณจะตัดสินได้” “นั่นสิครับ อาจารย์ใหญ่หลินทำใจให้สบายเถอะ อีกอย่าง สถิติการเปลี่ยนอาชีพของโรงเรียนคุณในปีที่ผ่านๆ มามันก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรอยู่แล้วนี่นา” คำพูดนี้ทำเอาหลินฮั่นเหวินถึงกับไปไม่เป็น เขาทำได้เพียงนึกก่นด่าคนในครอบครัวของเจ้าหน้าที่คนนี้อยู่ในใจ พูดออกมาได้ยังไงกัน! ปากที่มีอุณหภูมิปกติของคนเราแบบนี้ ทำไมถึงพ่นคำพูดที่เย็นเยียบไร้น้ำใจออกมาได้ขนาดนี้นะ! หลังจากพักเบรกเพียงชั่วครู่ พิธีการเปลี่ยนอาชีพก็ดำเนินต่อทันที “ถูเสี่ยวเซี่ย!” ทันทีที่ขานชื่อนี้ ใบหน้าของหลินฮั่นเหวินก็พลันปรากฏแววแห่งความคาดหวังขึ้นมา ชื่อของถูเสี่ยวเซี่ยนั้นโด่งดังมากในโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง ไม่เพียงเพราะผลการเรียนของเธอครองอันดับหนึ่งมาโดยตลอด แต่ยังเป็นเพราะเธอเป็นคนเกลียดความอยุติธรรมเข้าไส้ ตราบใดที่เป็นเรื่องที่เธอเห็นว่าไม่ถูกต้อง เธอจะไม่มีทางยอมอยู่เฉยๆ ด้วยเหตุนี้ นักเรียนชายในโรงเรียนหลายคนจึงเคยถูกเธอสั่งสอนอย่างหนักมาแล้ว ‘บางทีเด็กสาวที่โดดเด่นคนนี้อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้เราก็ได้นะ?’ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ความคิดนี้จึงผุดขึ้นมาในหัวของหลินฮั่นเหวินทันที ถูเสี่ยวเซี่ยก้าวออกมาตามเสียงเรียก เธอเป็นเด็กสาวที่ตัวไม่สูงนัก รูปร่างค่อนข้างบอบบาง ผูกผมทรงทวิลเทล ใบหน้าสะอาดสะอ้านขาวผ่อง ราวกับน้องสาวข้างบ้านที่น่ารัก แต่นั่นเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอก หากใครคิดว่าเธอจะอ่อนหวานเรียบร้อยเหมือนน้องสาวข้างบ้านล่ะก็ ถือว่าคิดผิดถนัด ในเรื่องนี้ ถังโม่มีประสบการณ์ตรงและซาบซึ้งเป็นอย่างดี ทุกอย่างต้องย้อนกลับไปตอนที่มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง และตั้งแต่นั้นมา ถูเสี่ยวเซี่ยก็กลายเป็นคู่ปรับที่คอยจ้องจะเล่นงานถังโม่เสมอ ขณะเดินขึ้นไปยังแท่นเปลี่ยนอาชีพ ถูเสี่ยวเซี่ยพลันหันกลับมามองถังโม่ที่อยู่บนลานกว้าง ดวงตาของเธอแฝงแววท้าทายอย่างชัดเจน จากนั้นเธอก็ก้าวเดินอย่างมั่นใจเข้าไปในวงเวทเปลี่ยนอาชีพ “เด็กสาวคนนี้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวดีมาก เผชิญหน้ากับพิธีสำคัญขนาดนี้แต่กลับไม่มีความประหม่าเลยสักนิด น่าลุ้นจริงๆ” เจ้าหน้าที่ที่ดูแลวงเวทคนหนึ่งพยักหน้าชมเชย เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย แค่สภาพจิตใจของถูเสี่ยวเซี่ยเพียงอย่างเดียว ก็นับว่าเหนือกว่านักเรียนที่ผ่านๆ มาอย่างเห็นได้ชัด หลินฮั่นเหวินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออก ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของเขาจะถูกต้อง ทันทีที่วงเวทเปลี่ยนอาชีพเริ่มทำงาน แสงสว่างจ้าบาดตาก็พุ่งทะยานออกมาจากวงเวททันที ท่ามกลางแสงเจิดจ้านั้น ปรากฏรูปเงาตราชูขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างเป็นไม้กางเขนขึ้นมาอย่างชัดเจน ลานกว้างเงียบกริบลงทันตา ในตอนนี้ต่อให้เข็มหล่นสักเล่มก็คงจะได้ยินเสียงอย่างชัดเจน หลินฮั่นเหวินอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยคล้ำเหมือนตับหมูกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น เขาดูเหมือนคนที่ถูกอะไรบางอย่างอุดคอไว้จนส่งเสียงไม่ออก นั่นเป็นเพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับถูเสี่ยวเซี่ยคือ 'นิมิตแห่งการเปลี่ยนอาชีพ' ซึ่งหมายความว่าเธอจะต้องได้รับอาชีพที่อยู่ในระดับหายากขึ้นไปอย่างแน่นอน “อาชีพสายต่อสู้ ระดับตำนาน: ตุลาการ!” เมื่อผลลัพธ์ปรากฏออกมา หลินฮั่นเหวินก็ดีใจสุดขีดจนดูเหมือนเด็กโข่งตัวโต เขาตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองปลุกอาชีพได้เสียอีก “สายต่อสู้! ระดับตำนาน! ฮ่าๆๆๆ!!” อาชีพสายต่อสู้และสายสนับสนุนสามารถแบ่งระดับได้เป็น ระดับทั่วไป ระดับหายาก และระดับตำนาน แค่การปลุกอาชีพสายต่อสู้ระดับทั่วไปก็นับว่ายากมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับหายากหรือระดับตำนานที่อยู่เหนือขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นตัวตนที่หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อย่าว่าแต่ในเมืองเจียงโข่วเลย ต่อให้เป็นทั้งมณฑลจี๋อัน ในปีหนึ่งๆ ก็ยังไม่แน่ว่าจะปรากฏอาชีพสายต่อสู้ระดับตำนานออกมาสักคนหรือไม่ การที่ถูเสี่ยวเซี่ยเปลี่ยนอาชีพเป็นสายต่อสู้ระดับตำนาน ทำให้ทั้งโรงเรียนพลอยได้รับชื่อเสียงไปด้วย และหลินฮั่นเหวินเองก็ได้ยืดอกภาคภูมิใจอย่างเต็มที่ “ว้าว! ถูเสี่ยวเซี่ยสุดยอดไปเลย! ถึงกับได้อาชีพสายต่อสู้ระดับตำนานเชียวเหรอ!” “ตุลาการ?! ถึงจะไม่รู้ว่าเก่งแค่ไหน แต่ขึ้นชื่อว่าอาชีพสายต่อสู้ระดับตำนานก็น่าจะแข็งแกร่งสุดยอดไปเลยล่ะ!” “พูดเป็นเล่น! ในประวัติศาสตร์ คนที่ได้อาชีพระดับตำนานน่ะ ต่อมาต่างก็กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองดินแดนกันทั้งนั้น นายว่าเก่งมั้ยล่ะ?!” ถังโม่ยืนมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แอบบ่นพึมพำในใจว่า ‘ตุลาการเหรอ... เข้ากับยัยนั่นดีนะ’ ถูเสี่ยวเซี่ยกระโดดโลดเต้นออกมาจากวงเวทด้วยความดีใจ อาจารย์ใหญ่รีบจูงมือเธอตรงไปยังห้องทำงานของเขาทันที ส่วนพิธีการที่เหลือก็โยนให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการเป็นผู้ดำเนินการแทน นักเรียนบนลานกว้างต่างมองถูเสี่ยวเซี่ยด้วยสายตาอิจฉา หัวหน้าฝ่ายวิชาการรู้สึกเหมือนได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ ใบหน้าของเขาฉีกยิ้มกว้างจนดูเหมือนดอกเบญจมาศบาน จากนั้นเขาก็ขานชื่อต่อไป “คนต่อไป หวังข่ายเหวิน!” เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเอง หวังข่ายเหวินที่อยู่ข้างหลังถังโม่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเชิดหน้าชูตาเดินขึ้นไปบนแท่น วงเวทเริ่มทำงานอีกครั้ง แสงสว่างพุ่งออกมาจากข้างใน ถึงแม้แสงจะไม่เจิดจ้าเท่ากับตอนของถูเสี่ยวเซี่ย แต่มันก็ยังนับว่าสว่างมากพอสมควร “สายต่อสู้อีกแล้วเหรอ?!” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แสงลักษณะนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าต้องเป็นอาชีพสายต่อสู้แน่นอน หัวหน้าฝ่ายวิชาการยิ้มจนแก้มปริ เขาเพิ่งจะมารับช่วงต่อพิธีก็ได้อาชีพสายต่อสู้มาทันที แบบนี้มันช่างเป็นลางดีเสียจริง “อาชีพสายต่อสู้: นักรบ!” “เจ๋งว่ะ! แม้แต่หวังข่ายเหวินยังได้เป็นสายต่อสู้เลย” “อิจฉาจัง! ฉันก็อยากได้อาชีพสายต่อสู้เหมือนกัน” เสียงฮือฮาด้วยความอิจฉาดังมาจากข้างล่างอีกครั้ง หวังข่ายเหวินเดินออกจากวงเวทด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พอกลับมาถึงที่เดิม เพื่อนๆ รอบข้างต่างก็รุมเข้ามาซักถามกันใหญ่ หวังข่ายเหวินพูดด้วยท่าทางโอ้อวดว่า “นักรบกับนักดาบก็ห่างกันแค่คำเดียวแหละน่า พอถูไถไปได้” “คนต่อไป ถังโม่!” ในที่สุดก็ถึงคิวของเขา ถังโม่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังวงเวททันที เมื่อวงเวทเริ่มทำงานอีกครั้ง จู่ๆ ก็มีแสงสีดำสนิทแผ่กระจายออกมา ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันมืดครึ้มลงทันตา เมฆดำสีเขียวเข้มปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าดูประหลาดและน่าขนลุก จากนั้นเมฆสีเขียวเข้มเหล่านั้นก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปหัวกะโหลกขนาดยักษ์ที่ดูสยดสยอง หัวกะโหลกยักษ์นั้นดูราวกับวิญญาณร้ายที่คลานออกมาจากขุมนรก มันแยกเขี้ยวคำรามและพุ่งดิ่งลงมายังพื้นดิน ทำให้นักเรียนบนลานกว้างพากันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เจ้าหน้าที่ในชุดคลุมสีขาวที่ดูแลวงเวทต่างพากันเตรียมพร้อมรับมือศัตรูตัวฉกาจ พวกเขารีบร่ายทักษะป้องกันออกมาทันที “การคุ้มครองศักดิ์สิทธิ์!” “อาณาเขตพิทักษ์!” “อาณาเขตแห่งแสง!” ทว่ามันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิด หัวกะโหลกยักษ์นั้นพุ่งผ่านม่านพลังป้องกันทั้งหมดไปอย่างง่ายดายราวกับมันไม่มีตัวตน และพุ่งตรงลงมายังพื้นดิน นักเรียนบนลานกว้างบางคนตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออก บางคนก็วิ่งหนีเตลิดไปทั่ว เหตุการณ์ในตอนนี้วุ่นวายโกลาหลไปหมดแล้ว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV