ตอนที่ 3
จ้าวพิษมรณะ
1,704 คำ~9 นาที
จากนั้น หัวกะโหลกยักษ์ก็พุ่งกระแทกลงบนพื้นดินอย่างแรงจนเกิดกลุ่มควันสีเขียวเข้มฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนที่กลุ่มควันทั้งหมดจะม้วนตัวพุ่งเข้าไปในวงเวทเปลี่ยนอาชีพในคราวเดียว
หลังจากนั้นไม่นาน ท้องฟ้าก็กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง
"นิมิต!"
"นิมิตแห่งการเปลี่ยนอาชีพ!!"
เหล่านักเวทในชุดคลุมสีขาวที่เริ่มตั้งสติได้เป็นกลุ่มแรกต่างพากันยืนตะลึงค้างอยู่กับที่
อาชีพแบบไหนกันถึงได้สร้างนิมิตการเปลี่ยนอาชีพที่น่าสยดสยองขนาดนี้ได้!!
ฝ่ายอาจารย์ใหญ่เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบจัดระเบียบทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ก่อนที่ใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจสุดขีด
"อาชีพลับหนึ่งเดียว: จ้าวพิษมรณะ!"
มันไม่ใช่ระดับหายาก และไม่ใช่ระดับตำนาน แต่มันคืออาชีพลับ!
แถมยังเป็นอาชีพลับที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ทั่วทั้งโลกจะมีเพียงแค่คนเดียว
อาชีพเช่นนี้ ในรอบร้อยปีอาจจะไม่มีปรากฏออกมาเลยแม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำ
"เฮ้อ! ตกใจแทบตาย ฉันก็นึกว่าผีร้ายมาเอาชีวิตซะอีก"
"นั่นดิ อาชีพของถังโม่นี่น่ากลัวชะมัด"
"เออ แต่ถังโม่นี่ดวงดีชะมัดที่ได้ปลุกอาชีพลับหนึ่งเดียวขึ้นมาได้"
"ดวงดีตรงไหนล่ะ? ไม่ได้ยินที่เขาบอกเหรอว่า 'จ้าวพิษ' บางทีพอถึงตอนนั้นถังโม่คนนั้นอาจจะกลายเป็นคนที่มีพิษไปทั้งตัว กลายเป็นมนุษย์พิษไปเลยก็ได้"
"คราวนี้แหละดีเลย จาก 'ถังโม่' ผู้เงียบขรึม กลายเป็น 'ถังยาพิษ' ไปซะแล้ว"
"ปกติเขาก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว เป็นคนพิษก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับใครอีก"
หลังจากกระบวนการเปลี่ยนอาชีพเสร็จสิ้น ถังโม่ก็เดินออกมาจากวงเวท
ในใจของเขาย่อมมีความตื่นเต้นยินดีอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถปลุกอาชีพลับหนึ่งเดียวขึ้นมาได้
ทว่า เมื่อเขาได้เห็นสายตาที่รังเกียจ การตีตัวออกห่าง และความอิจฉาริษยาจากเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบๆ ถังโม่ก็ถึงกับพูดไม่ออก
ขณะที่เขากำลังจะเดินลงจากเวที ก็ถูกเจ้าหน้าที่ในชุดคลุมสีขาวคนหนึ่งเรียกเอาไว้
"นักเรียน เดี๋ยวรอก่อน เราต้องทำการบันทึกข้อมูลอาชีพลับของเธอไว้ เธอคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"
เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดพลางยื่นใบกรอกข้อมูลที่เป็นกระดาษมาให้ ในนั้นมีช่องให้กรอกคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ใช้พลังงานอย่างชัดเจน
สำหรับคำร้องขอของเจ้าหน้าที่ ถังโม่ย่อมไม่ปฏิเสธ
"รุ่นพี่โปรดรอสักครู่ครับ"
เนื่องจากเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาหมาดๆ ถังโม่เองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับค่าสถานะอาชีพของตัวเอง ก่อนจะกรอกข้อมูล เขาจึงต้องตรวจสอบสถานะของตัวเองเสียก่อน
[ชื่อ: ถังโม่]
[อาชีพ: จ้าวพิษมรณะ (อาชีพลับหนึ่งเดียว)]
[เลเวล: 1 (0%)]
[พลังกาย: 8]
[ความคล่องแคล่ว: 9]
[พลังวิญญาณ: 19]
[ความทนทาน: 10 (เทียบเท่ากับพลังชีวิต)]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[ทักษะ: ศรพิษมรณะ (Lv1), ม่านพิษ (Lv1)]
[ศรพิษมรณะ (Lv1): ยิงศรที่ควบแน่นจากยาพิษออกไปด้านหน้าสามสาย สร้างความเสียหายธาตุพิษอย่างต่อเนื่อง สามารถซ้อนทับกันได้ ความเสียหายขึ้นอยู่กับค่าพลังวิญญาณและเลเวลของทักษะ]
[ม่านพิษ (Lv1): สร้างไอพิษขึ้นรอบตัวในรัศมี 10 เมตร สร้างความเสียหายธาตุพิษอย่างต่อเนื่องแก่ศัตรูที่อยู่ในพื้นที่ สามารถซ้อนทับได้ ขอบเขต ระยะเวลา และความเสียหายของม่านพิษขึ้นอยู่กับค่าพลังวิญญาณและเลเวลของทักษะ]
เมื่อดูจากค่าสถานะแล้ว ไม่ยากเลยที่จะเห็นว่าอาชีพจ้าวพิษมรณะนี้ค่อนไปทางสายจอมเวท
ทักษะทั้งหมดล้วนสร้างความเสียหายธาตุพิษ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับจอมเวทธาตุเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ความเสียหายธาตุพิษนั้นจะเกิดผลต่อเนื่อง ตราบใดที่เป้าหมายติดพิษ พลังชีวิตจะลดลงเรื่อยๆ จนกว่าจะตาย
ยิ่งไปกว่านั้น พิษยังสามารถสะสมซ้อนทับกันได้ ซึ่งจุดนี้ในคำอธิบายทักษะระบุไว้อย่างชัดเจน
ตราบใดที่สามารถซ้อนทับพิษได้สำเร็จ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจะรุนแรงและน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
เดิมทีเจ้าหน้าที่ยังต้องการให้ถังโม่ทดลองใช้ทักษะให้ดู แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจข้ามไป
เกิดเขาปล่อยพิษออกมาแล้วทำให้เพื่อนนักเรียนแถวนี้ติดพิษกันหมด ใครจะรับผิดชอบล่ะ?
ถังโม่กรอกข้อมูลลงในเอกสารอย่างเป็นระเบียบและครบถ้วน จากนั้นจึงส่งคืนให้เจ้าหน้าที่แล้วเดินกลับไปที่ตำแหน่งของตัวเอง
ทันทีที่เขาเดินลงมายังลานกว้าง นักเรียนรอบๆ ต่างพากันหลีกทางให้เขาราวกับนัดกันไว้
ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ถังโม่ที่ปลุกอาชีพจ้าวพิษมรณะเลยแม้แต่คนเดียว เพราะต่างก็กลัวว่าตัวเองจะบังเอิญไปติดพิษเข้า
ถังโม่เองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าไปคลุกคลีกับพวกเขาอยู่แล้ว
มีเพียงหวังข่ายเหวินคนเดียวเท่านั้นที่กล้าเดินเข้ามาทักทายเขา
"เชี่ยเอ๊ย เมื่อกี้ฉันตกใจแทบแย่ นึกว่ามีสัตว์อสูรบุกมาซะอีก"
"โหย แกไม่เห็นเหรอ พวกเจ้าหน้าที่ในชุดขาวนั่นตกใจหน้าตั้ง ร่ายเวทป้องกันกันยกใหญ่เหมือนพ่นน้ำเล่นเลย"
"ที่ฮาสุดก็อาจารย์ใหญ่นั่นแหละ หน้าขาวซีดเหมือนซาลาเปาเลย วิกผมเกือบหลุดแหน่ะ ตลกชะมัด"
"แล้วแกล่ะ? แกไม่ได้วิ่งหนีไปกับเขาเหรอ?"
ถังโม่เอ่ยถามออกไปนิ่งๆ
หวังข่ายเหวินรีบทำท่าทางวางมาดทันที "โธ่เอ๊ย แกเห็นว่าฉันเป็นใคร? ฉันเป็นถึงนักรบนะ นักรบที่ไหนเขาจะหนีหน้าสิ่วหน้าขวานกันเล่า!"
ถังโม่รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ห่วงหน้าตาแค่ไหน จึงขี้เกียจที่จะแฉความจริง
เมื่อเห็นหวังข่ายเหวินเข้าไปพูดคุยกับถังโม่ ใครบางคนที่อยู่ใกล้ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเสนอหน้าเข้ามาพูด
"แกยังกล้าเข้าไปยุ่งกับไอ้คนพิษนั่นอีกเหรอ ไม่กลัวจะติดพิษไปด้วยหรือไง?"
หวังข่ายเหวินตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ถังโม่เป็นเพื่อนซี้ฉัน ใครบอกว่าเขาเป็นคนพิษวะ เขาแข็งแรงกว่าพวกแกอีก ฉันว่าพวกแกนั่นแหละที่มีพิษในปาก"
หวังข่ายเหวินที่ตกที่นั่งลำบากเหมือนกันย่อมเข้าใจถังโม่ดี เขาจึงแสดงท่าทางดูแคลนพวกที่ทำเป็นหวังดีแต่ปากพวกนี้
เมื่อเห็นว่าหวังข่ายเหวินไม่ฟังคำเตือน นักเรียนที่เรียกตัวเองว่าคนหวังดีคนนั้นก็เดินจากไปอย่างเสียหน้า
"โม่ เพื่อนรัก อย่าไปฟังพวกนั้นเลย ไว้เดี๋ยวเราสองคนค่อยจัดทีมไปลุยดันเจี้ยนด้วยกัน"
ถังโม่ยิ้มและพยักหน้าตอบรับ "ได้สิ แต่เราต้องไปเพิ่มระดับอาชีพกันก่อน"
ในขณะนั้นเอง อาจารย์ใหญ่ก็เดินออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง
เมื่อเขาได้ยินว่าถังโม่ปลุกอาชีพลับหนึ่งเดียวได้สำเร็จ เขาก็ถึงกับอยู่ไม่นิ่ง และรีบพุ่งมาหาถังโม่ทันที
เขาจับมือของถังโม่ไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก
หลินฮั่นเหวินจับมือเขาอยู่นานจนเพิ่งรู้ตัวว่าเสียมารยาท แต่เขาก็ตื่นเต้นเกินกว่าจะสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนั้น
หากไม่ติดว่าพิธีเปลี่ยนอาชีพกำลังจะสิ้นสุดลง หลินฮั่นเหวินคงจะลากตัวถังโม่เข้าไปคุยกันยาวๆ ในห้องทำงานแล้ว
ส่วนถูเสี่ยวเซี่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินจากเพื่อนคนอื่นๆ ว่าถังโม่เปลี่ยนอาชีพเป็นอาชีพลับหนึ่งเดียว เธอจึงมองมาที่ถังโม่ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรหนักกว่าเดิม
เธอที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งมาตลอด ย่อมไม่ยอมรับได้ง่ายๆ ที่จะถูกไอ้คนลามกตัวน้อยที่ไร้ชื่อเสียงคนนี้ข้ามหน้าข้ามตาไป
ถูเสี่ยวเซี่ยเดินดุ่มๆ เข้ามาหาถังโม่ด้วยความฉุนเฉียว
"ไอ้คนลามก! อย่าคิดว่าแกได้อาชีพลับหนึ่งเดียวแล้วจะมาทำตัวเหนือกว่าคนอื่นนะ สักวันฉันจะทำให้แกต้องพ่ายแพ้หมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าฉันให้ได้!"
ถังโม่เพียงแค่มองเธออย่างสงบนิ่งโดยไม่พูดอะไร เขารู้ดีว่าต่อให้เขาอธิบายอะไรไป อีกฝ่ายก็คงไม่มีวันฟัง
ความจริงเขาอยากจะบอกว่า วันนั้นเขาไม่ได้เห็นอะไรเลยจริงๆ แม้แต่ข้างหน้าข้างหลังเขายังแยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
ด้านอาจารย์ใหญ่หลินฮั่นเหวินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะเขาก็พอจะได้ยินเรื่องราวระหว่างทั้งสองคนมาบ้าง
กับการที่ถูเสี่ยวเซี่ยตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก เขาก็จนปัญญาที่จะห้าม ใครใช้ให้ถังโม่ดันเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนอื่นเขาล่ะ
ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ถังโม่ก็เป็นฝ่ายผิด
หลินฮั่นเหวินทำได้เพียงภาวนาในใจว่าขอให้เจ้าเด็กสองคนนี้อย่ามาตีกันในโรงเรียนเลย อย่างน้อยก็ช่วยรักษาหน้าตาของโรงเรียนเอาไว้บ้างเถอะ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน