ตอนที่ 3

ห้องสมบัติ

2,826 คำ~15 นาที
“แค่ก แคก!” เมื่อคิมโดจุนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่ริมลำธารตื้นๆ ท่อนล่างของเขาจมอยู่ในน้ำ ขณะที่ท่อนบนพาดอยู่บนตลิ่ง เขาพ่นทรายที่เข้าเต็มปากออกมาพลางยันตัวขึ้นคลานอย่างยากลำบาก ซ่า— คิมโดจุนครางออกมาด้วยความเจ็บปวด “อึก...” เขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีส่วนไหนที่ไม่เจ็บ “แฮ่ก... แฮ่ก...” แม้จะหอบหายใจจนตัวโยน แต่เขาก็ยังฝืนคลานขึ้นมาบนฝั่งจนได้ และหยิบยาเพิ่มพลังชีวิตออกมาจากช่องเก็บของ ครั้งนี้เขาเปิดฝาได้สำเร็จและดื่มของเหลวข้างในลงไปทันที [คุณได้ดื่ม ‘ยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูง’] [ได้รับผลของ ‘การฟื้นฟูระดับสูง’ เป็นเวลา 15 วินาที] “ฮ่าย...” คิมโดจุนถอนหายใจออกมา การได้ดื่มยาทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก ตุบ เขาพลิกตัวนอนหงายมองท้องฟ้าที่มืดมิด ทั้งที่เมื่อกี้ยังสว่างอยู่เลยแท้ๆ แต่ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปนานมากหลังจากการต่อสู้จนดึกดื่นเสียแล้ว ‘จะกลับไปได้ยังไงกัน...’ ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือการหาทางกลับ พวกเขามีเวลาเก็บเกี่ยวทรัพยากรถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว แต่มันอาจจะเลยเที่ยงคืนไปแล้วก็ได้ เมื่อพิจารณาจากความรวดเร็วในการจัดการของสมาคม พวกเขาคงจะกำจัดบอสและปิดดันเจี้ยนภายในสองวันข้างหน้า ถึงอย่างนั้น หากมีคนเก็บเกี่ยวสักคนหายไปและมีการแจ้งความคนหาย การกำจัดบอสก็อาจจะถูกเลื่อนออกไป ทว่านั่นก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘ดันเจี้ยนแตก’ (Dungeon Break) ‘ดันเจี้ยนจะคงอยู่ได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนจะแตกออก...’ เมื่อดันเจี้ยนแตก มอนสเตอร์ทั้งหมดข้างในจะทะลักออกมาสู่โลกมนุษย์ ทั้งสมาคมและกิลด์ต่างพยายามกำจัดบอสเพื่อปิดดันเจี้ยนให้ได้ก่อนกำหนดเวลาเพื่อไม่ให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ‘เราต้องกลับไปก่อนหน้านั้น’ ถ้าดันเจี้ยนที่คิมโดจุนอยู่นี้เกิดแตกขึ้นมา ทุกอย่างเป็นอันจบสิ้นสำหรับเขา มอนสเตอร์จะถูกผลักออกไปยังโลกภายนอก แต่คนที่ติดอยู่ข้างในจะไม่ได้โชคดีแบบนั้น พวกเขาจะถูกตีค่าว่าเป็น ‘ผู้อพยพดันเจี้ยน’ (Dungeon Refugee) ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่าเสียชีวิตแล้ว การให้เวลาคนเก็บเกี่ยวเพียงวันเดียว หมายความว่าดันเจี้ยนนี้จะแตกในอีกสามถึงสี่วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นผู้อพยพดันเจี้ยน เขาต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนหน้านั้น “อึก...” หลังจากดื่มยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูงอีกขวด ในที่สุดคิมโดจุนก็ลุกขึ้นยืนและสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว วันนี้เขาคงไปไหนได้ไม่ไกลนัก เขาต้องการเวลาพักฟื้นอีกหน่อย แถมตอนนี้ยังมืดเกินไป ยิ่งถ้ามีอสูรกายคล้ายสุนัขป่าตัวอื่นป้วนเปี้ยนอยู่อีก เขาคงไม่กล้าเดินดุ่ยๆ เข้าไปในป่าแน่ ‘คืนนี้เน้นพักฟื้นก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มออกเดินทาง’ การที่ไม่รู้ว่ากระแสน้ำพัดเขามาไกลแค่ไหนทำให้เขากังวลจนอยากจะรีบหาทางกลับไปเดี๋ยวนี้ แต่เขารู้ดีว่าในเวลาแบบนี้ต้องตั้งสติให้มั่น การตัดสินใจที่ไร้เหตุผลในตอนนี้จะยิ่งลดโอกาสรอดชีวิตให้น้อยลงไปอีก ในขณะที่สำรวจบริเวณใกล้เคียง คิมโดจุนก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ‘ถ้ำงั้นเหรอ?’ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาก็พบว่าตัวเองดูไม่ผิด ปากถ้ำไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่ภายในกลับกว้างขวางทีเดียว คิมโดจุนสำรวจรอบๆ อย่างระมัดระวังแต่ไม่พบร่องรอยของมอนสเตอร์ เขาจึงตัดสินใจพักอยู่ในถ้ำนี้ไปก่อน เขาไม่รอช้า รีบหยิบฟืนและไฟแช็กออกมาจากช่องเก็บของเพื่อก่อกองไฟ จากนั้นเขาก็ถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกซึ่งกำลังพรากความร้อนจากร่างกายออก แล้วนำไปตากไว้ใกล้ๆ กองไฟ เขายังหยิบอาหารกระป๋องออกมาจากกล่องอาหารและฝืนกินมันลงไป “ฮ่า...” หลังจากได้กินอะไรลงท้อง เขาก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง แม้จะยังปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่การดื่มยาเพิ่มพลังชีวิตเป็นระยะก็ทำให้อาการของเขาดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เมื่อไม่รู้สึกเหมือนศพเดินได้แล้ว คิมโดจุนจึงเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา ‘หน้าต่างสถานะ’ [ระบบอิกดราซิล (Yggdrasil System)] ชื่อ: คิมโดจุน อายุ: 35 ปี ค่าความเข้ากันได้: 7% รูนสถานะ: พละกำลัง เลเวล 7, ความว่องไว เลเวล 7, พลังกาย เลเวล 7, มานา เลเวล 7, การรับรู้ เลเวล 7 รูนทักษะ: การปรุงยา “หือ?” คิมโดจุนขมวดคิ้วด้วยความฉงน ค่าความเข้ากันได้ของเขาเพิ่มจาก 1 เปอร์เซ็นต์เป็น 7 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้รูนสถานะทั้งหมด ทั้งพละกำลังและความว่องไว เลเวลอัปตามไปด้วย ค่าความเข้ากันได้คือตัวบ่งบอกถึงความเข้าถึงระดับ ‘ละอองเกสรแห่งต้นไม้โลก’ มันเปรียบเสมือนเลเวลของตัวละครในเกม การกำจัดมอนสเตอร์จะช่วยเพิ่มค่านี้ทีละน้อย และทุกๆ 1 เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น รูนสถานะก็จะเลเวลอัปตามไปด้วยหนึ่งระดับ เนื่องจากระบบใช้หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ จึงมีการคาดการณ์กันว่าค่าสูงสุดน่าจะอยู่ที่ 100 ทว่าในเมื่อยังไม่มีใครไปถึงจุดนั้น มันจึงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น แม้แต่ผู้ถูกปลุกพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก็ยังมีค่าความเข้ากันได้เพียง 83 เปอร์เซ็นต์ ‘หรือว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นจะตายจากการตกหน้าผา? แล้วระบบนับว่าเราเป็นคนสังหารงั้นเหรอ?’ นั่นเป็นคำอธิบายเดียวที่คิมโดจุนพอนึกออก สีหน้าของเขาดูสดใสขึ้นเล็กน้อย ในฐานะนักปรุงยา ค่าความเข้ากันได้ของเขามักจะหยุดนิ่งอยู่ที่ 1 เปอร์เซ็นต์เสมอ แต่ตอนนี้มันกลับเพิ่มขึ้นเพราะอุบัติเหตุ (ที่เกือบตาย) ครั้งนี้ แม้นั่นจะเกือบเอาชีวิตเขาไป แต่มันก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเขา เมื่อคิมโดจุนลองกำหมัด เขาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อของเขาขยายตัวมากกว่าปกติ ร่างกายรู้สึกแข็งแรงขึ้นอย่างประหลาด แถมยังดูเหมือนจะมีพลังพลุ่งพล่านเต็มเปี่ยม เพื่อทดสอบพละกำลังที่เพิ่งได้รับมา เขาจึงหยิบหินแถวนั้นมาและลองออกแรงบีบ เปรี้ยะ! ก้อนหินแตกกระจายเหมือนลูกวอลนัท “โฮ้... แค่ 7 เปอร์เซ็นต์ก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วเหรอ?” คิมโดจุนพึมพำด้วยความทึ่ง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกฮันเตอร์ถึงคลั่งไคล้การเพิ่มค่าความเข้ากันได้นัก เมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนแบบนี้ ใครล่ะจะไม่ลุ่มหลง ขนาดคนที่มีค่าความเข้ากันได้แค่ 7 เปอร์เซ็นต์ยังมีพลังขนาดนี้ แล้วคนที่มี 83 เปอร์เซ็นต์จะกลายเป็นอสุรกายขนาดไหนกัน? อึดใจต่อมา คิมโดจุนซึ่งสวมเสื้อผ้าที่แห้งแล้วก็ซุกตัวใต้ผ้าห่มและหลับตาลงนอน แม้จะไม่มีเตียงดีๆ และมีเพียงกองไฟให้ความอบอุ่น แต่มันก็ไม่เป็นไร เขาไม่ได้กะจะหลับลึก แค่อยากงีบหลับสั้นๆ โดยยังคงเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้างไว้ ฟิ้ว! เมื่อได้ยินเสียงลมพัดแรงกะทันหัน คิมโดจุนก็เบิกตาโพลน เขารีบมองไปรอบๆ ด้วยอาการตื่นตระหนก แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ถูกโจมตี เขาค่อยๆ ลุกขึ้นและหยิบไฟฉายออกมาเปิดสวิตช์ คลิก ขณะที่ฟังเสียงลม เขาก็พยายามส่องไฟไปตามทิศทางที่ลมพัดมา ‘เดี๋ยวนะ... ลมไม่ได้พัดมาจากข้างนอกนี่?’ ดูเหมือนลมจะพัดออกมาจากพื้นถ้ำด้านใน ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ ‘หืม ไม่ทันสังเกตเลยว่าตรงนี้มีรูอยู่ด้วย’ ภายใต้หินก้อนใหญ่มีรอยแตกเล็กๆ ซึ่งคิมโดจุนได้ยินเสียงลมลอดออกมา เขาคาบไฟฉายไว้ในปากและใช้มือทั้งสองข้างจับหินก้อนนั้นไว้ ก่อนจะออกแรงดันมันช้าๆ พร้อมกับเสียงครางในลำคอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่มีทางขยับหินที่หนักขนาดนี้ได้เลย แต่ด้วยรูนพละกำลังเลเวล 7 หินก้อนนั้นจึงค่อยๆ เคลื่อนที่ไปทีละนิด คิมโดจุนปล่อยมือเมื่อรูนั้นถูกเปิดออกจนหมด เผยให้เห็นประตูล้อมรอบด้วยมวลสารสีดำฉวัดเฉวียน [คุณได้ค้นพบห้องสมบัติ] ‘ห้องสมบัติงั้นเหรอ?’ ดวงตาของคิมโดจุนเป็นประกาย ห้องสมบัติเปรียบเสมือนด่านโบนัส ซึ่งเป็นพื้นที่ลับที่พบได้นานครั้งภายในดันเจี้ยน พวกมันมีชื่อเสียงเรื่องการไร้มอนสเตอร์แต่กลับมีไอเทมรางวัลมากมาย เนื่องจากมันปรากฏขึ้นและหายไปแบบสุ่ม จึงหาเจอได้ยากยิ่ง หนึ่งในห้องสมบัติที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ‘คลังสรรพาวุธจักรวรรดิ’ ที่พบในดันเจี้ยนของอังกฤษ ซึ่งข้างในนั้นมีไอเทมระดับยูนีค (Unique) อยู่หลายสิบชิ้น แม้ว่ากรณีแบบนั้นจะหาได้ยากเป็นพิเศษ และห้องสมบัติส่วนใหญ่มักจะมอบไอเทมดีๆ ให้เพียงชิ้นเดียวก็ตาม ‘แต่นั่นมันก็ดีพอสำหรับเราแล้ว’ คิมโดจุนยังคงตั้งสติได้ดี ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองคาดหวังจนเกินไปจนต้องมาเสียใจภายหลัง ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่นอน แค่ได้ไอเทมดีๆ สักชิ้นก็ช่วยเขาได้มากในการสำรวจดันเจี้ยนแล้ว เมื่อเขาสัมผัสที่ประตูมวลสารที่หมุนวน ข้อมูลของห้องสมบัติก็ปรากฏขึ้น คิมโดจุนถึงกับชะงัก [ห้องสมบัติ: ซากปรักหักพังแห่งเขาชิลกอ (Chilgeo Mountain)] ระดับ: ??? เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินชื่อระดับแบบนี้มาก่อนเลย ทว่าเขาจะมาหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้ เขาลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่าและก้าวเข้าไปในห้องสมบัติ ‘...นั่นมันรูปปั้นงั้นเหรอ?’ ท่ามกลางพื้นที่กว้างขวางที่เต็มไปด้วยหินเทอะทะ เขาเห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยม มันเป็นรูปใบหน้าของชายผู้นิรนามที่ดูดุดัน บนท่อนบนที่เปลือยเปล่ามีตัวอักษรที่อ่านไม่ออกสลักอยู่ และในมือข้างหนึ่งถือค้อนด้ามยาว ที่ด้านหน้าของรูปปั้นมีหีบใบเล็กวางอยู่ ดวงตาของคิมโดจุนลุกวาว ‘นั่นคือไอเทมงั้นเหรอ?’ เขามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังขณะเดินเข้าไปใกล้หีบ จากนั้นก็เปิดมันออก และพบเข้ากับกุญแจที่มีขนาดเกือบเท่าแขนของเขา มันดูแข็งแกร่งจนแทบจะใช้เป็นกระบองได้เลยทีเดียว [กุญแจสุสานเทียร์ 1 (Tier 1 Catacomb Key)] ระดับความหายาก: ทั่วไป ประเภท: กุญแจ ผลลัพธ์: มอบสิทธิ์ในการเข้าสู่เขาวงกต ‘สุสาน’ (Catacomb) ในขณะที่เขากำลังหยิบมันขึ้นมามองอย่างเหม่อลอย แสงสว่างจ้าก็พลันวาบขึ้นมาตรงหน้า [คุณได้เข้าสู่สุสาน] [คุณจะได้รับการสลัก ‘???’] [กำลังดำเนินการสลัก...] เมื่อคิมโดจุนได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนเองอยู่ในสถานที่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ถ้ำที่เขาเคยใช้กำบังอีกต่อไป [การสลักเสร็จสมบูรณ์] [ตอนนี้คุณสามารถ ‘คัดลอก-วาง’ ผลลัพธ์ของไอเทมลงในเป้าหมายอื่นได้แล้ว] [เป้าหมาย: ไม่จำกัด] ‘อะไรนะ...?’ เสียงพูดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างกะทันหันทำให้คิมโดจุนสะดุ้งและสับสน สิ่งที่กำลังสื่อสารกับเขาไม่ใช่ระบบอิกดราซิล เพราะเสียงของระบบอิกดราซิลไม่ได้ชัดเจนและทรงพลังขนาดนี้ [เควสต์ลับถูกสร้างขึ้น] [เควสต์ลับ] - บุกตะลุยผ่านเขาวงกตแห่งแรกโดยใช้ความสามารถใหม่ของคุณ คุณจะได้รับรางวัลที่เหมาะสมเมื่อกลับสู่โลกมนุษย์ *คำใบ้: ภายในเขาวงกตมี ‘ห้องปลอดภัย’ (Safe Room) อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีไอเทมต่างๆ วางอยู่ การจะเลือกใช้งานอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ ความสับสนและตื่นตะลึงฉายชัดบนใบหน้าของคิมโดจุน *** “คุณจาง! เห็นคุณโดจุนบ้างไหมคะ?” ลีจีอาถามอย่างเร่งร้อน “ยังไม่เห็นเลยตั้งแต่ตอนเข้าดันเจี้ยนไป นี่เขายังไม่ออกมาอีกเหรอ?” คุณจางตอบ “ยังค่ะ” ลีจีอาตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นอกจากคิมโดจุนแล้ว คนเก็บเกี่ยวคนอื่นๆ ต่างก็ออกมากันหมดแล้ว ‘ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อนเลยนี่นา...’ ลีจีอากังวลว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น “เขาอาจจะแค่มืดรอยสักหน่อยก็ได้มั้ง เขาเป็นระดับโปรนะ เดี๋ยวก็คงออกมาเองแหละ จริงไหม?” คุณจางกล่าวปลอบ “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ...” ลีจีอาตอบ หลังจากนั้นไม่นานคุณจางก็ขอตัวกลับบ้าน โดยบอกว่าภรรยาและลูกชายกำลังรออยู่ คนเก็บเกี่ยวคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยเก็บข้าวของและจากไปทีละคน ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว และท่ามกลางผู้คนที่บางตาลง ลีจีอายังคงยืนรออย่างกระวนกระวายเพียงลำพัง จนกระทั่งรุ่งเช้ามาเยือน แต่คิมโดจุนก็ยังไร้วี่แววที่จะออกมา ‘เป็นไปได้ยังไงกัน...’ ทางสมาคมประกาศภาวะฉุกเฉินและส่งทีมค้นหาเข้าไปทันที ในขณะที่ลีจีอารอคอยผลการค้นหาอย่างกระสับกระส่าย เธอจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองรอมานานกี่ชั่วโมง จนกระทั่งทีมค้นหากลับออกมาพร้อมกับแบกอะไรบางอย่างมาด้วย ลีจีอารีบเข้าไปหาและถามด้วยความร้อนใจ “พบเขาไหมคะ?!” หนึ่งในสมาชิกในทีมส่ายหน้าแทนคำตอบ และชี้ให้เธอดูสิ่งที่พวกเขาหามออกมา มันคือซากของสัตว์ร้ายที่คล้ายกับสุนัขป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่พวกฮันเตอร์ยืนยันว่ากำจัดไปหมดแล้วตั้งแต่ช่วงแรกของการบุกดันเจี้ยน “อา...” ดวงตาของลีจีอาสั่นไหว ลางสังหรณ์ร้ายที่เธอมีก่อนหน้านี้เริ่มเด่นชัดขึ้น หัวหน้าทีมซึ่งเป็นเจ้านายของเธอแตะไหล่ของเธอเบาๆ “คุณจีอา เผื่อไว้ก่อนนะ... ผมอยากให้คุณเตรียมติดต่อครอบครัวของเขาเอาไว้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ระ... เรายังไม่แน่ใจเลยนะคะ...” ลีจีอาตอบเสียงสั่น “ถึงอย่างนั้น... เตรียมตัวไว้ก็ดีกว่า ในฐานะผู้ดูแล คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้” จีอาบอกได้เลยจากสายตาของเขาว่า เขาได้ข้อสรุปในใจไปแล้ว แม้หัวหน้าทีมจะยังไม่ยืนยันว่าคิมโดจุนตายแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าคิมโดจุนจะกลับมาได้ก่อนที่ดันเจี้ยนจะถูกปิดลง เพราะถ้าเขากลับมาได้ เขาคงกลับออกมานานแล้ว ริมฝีปากของลีจีอาสั่นระริก เธอรู้ดีว่าคิมโดจุนมีญาติเหลืออยู่เพียงคนเดียว และเธอก็เคยพบเด็กคนนั้นอยู่สองสามครั้ง แต่เธอจะบอกข่าวร้ายเรื่องการหายตัวไปของคิมโดจุนให้กับเด็กอายุหกขวบที่ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไรกัน?
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV