ตอนที่ 3
แฟนสาว
2,087 คำ~11 นาที
วันต่อมา อวี๋เซิงผลักประตูห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเข้าไปตรงเวลา
เขาพยายามรักษาความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าไว้อย่างสุดความสามารถ ถึงขั้นจงใจแสดงท่าทีผ่อนคลายให้มากกว่าปกติด้วยซ้ำ การปรึกษาในช่วงเช้าดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาใช้ทักษะการเรียนรู้ที่ได้รับการเสริมพลังทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพจนน่าทึ่ง ส่วนความกระวนกระวายในใจนั้นถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเป็นมืออาชีพอย่างแน่นหนา
เดิมทีเขาคาดหวังว่าเบาะแสบ้านั่นจะประกาศออกมาให้ช้ากว่านี้สักหน่อย เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาพักหายใจได้สักวัน
ทว่าสวรรค์ไม่เป็นใจ
เวลาเที่ยงตรงพอดี โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ
ตัวเลขถอยหลังส่วนตัวที่มุมสายตาของเขาพลันส่องแสงวาบขึ้น
【98:11:59:59】
ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์คุ้นเคยที่ถูกบังคับสลับหน้าจอก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง! หน้าจอคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่แหล่งเสียงที่แว่วมาจากภายนอก... ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก!
พื้นหลังสีลึกลับ ตัวเลขถอยหลังสีทองหม่น และข้อความบรรทัดใหม่ที่ปรากฏขึ้นด้านล่าง มันดูราวกับเหล็กเผาไฟที่ประทับลงมาจนแสบตา:
【เบาะแสที่หนึ่ง: เหยื่ออยู่ในเมืองจิ้งอัน】
เสียงประกาศอันเย็นชาดังไปทั่วโลกราวกับเสียงระฆังส่งวิญญาณที่กังวานอยู่ในหัวของทุกคน:
“เหยื่ออยู่ในเมืองจิ้งอัน”
เมืองจิ้งอัน!
มันคือเมืองที่เขากำลังเหยียบอยู่นี่เอง!
อวี๋เซิงรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ เลือดในกายแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง มันไม่ใช่ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวางอย่างที่เขาคาดไว้ แต่มันเจาะจงลงมาถึงเมืองที่เขาอาศัยและทำงานอยู่!
นี่เพิ่งจะเป็นวันที่สองเท่านั้น! ขอบเขตการค้นหาลดฮวบลงจากคนหลายพันล้านเหลือเพียงหลักสิบล้านคน!
หลังจากโลกภายนอกหน้าต่างเงียบสงัดไปชั่วอึดใจ ความวุ่นวายที่รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อวานก็ระเบิดตามมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงอุทาน และเสียงกังขาในสิ่งที่ไม่อยากเชื่อ ผสมปนเปไปกับความตื่นเต้นและความโลภที่ถูกจุดประกายขึ้นมาจนอธิบายไม่ถูก มันลุกลามไปในอากาศราวกับโรคระบาด
“อยู่ในเมืองเรา! อยู่ในเมืองเราจริงๆ ด้วย!”
“พระเจ้า... นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว!”
“ใครกันที่จะโชคดีขนาดนั้น?”
“ถ้าหาเขาเจอ... ก็หมายความว่า...”
อวี๋เซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อย แต่เขาฝืนบังคับตัวเองให้หายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดความฟุ้งซ่านที่ตีรวนขึ้นมา
ในขณะนั้นเอง กระแสความอบอุ่นที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับเจตจำนงอันแจ่มชัดได้ไหลย้อนกลับมาจากตัวเลขถอยหลัง:
【ตรวจพบการประกาศเบาะแสครั้งแรก ปลดล็อกสิทธิอำนาจพื้นฐานแบบก้าวหน้า】
【เสริมกำลังกาย, เสริมสติปัญญา, เสริมประสาทสัมผัส — เปิดใช้งานแล้ว】
ตูม!
ราวกับพันธนาการภายในบางอย่างถูกทำลายลง
ความคิดของเขาแจ่มชัดและทะลุปรุโปร่ง ลำดับตรรกะที่เคยต้องพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่าถูกเชื่อมโยงถึงกันในชั่วพริบตา ข้อมูลการเอาตัวรอดที่เขาดูไปเมื่อช่วงเช้าไม่ใชเพียงแค่ความจำอีกต่อไป แต่มันถูกแตกแขนงออกเป็นแผนการประยุกต์ใช้และแผนรับมือเหตุฉุกเฉินนับไม่ถ้วนในสมองโดยอัตโนมัติ
ภายในร่างกายเต็มไปด้วยพละกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน กล้ามเนื้อดูเหมือนจะเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ กลายเป็นแข็งแกร่งและสอดประสานกันมากขึ้น มีพลังและความอดทนเหนือกว่าช่วงที่เขาร่างกายพีคที่สุดเสียอีก
เขานึกดีใจอยู่ลึกๆ ที่วันนี้เลือกสวมเชิ้ตตัวหลวม ทำให้รูปร่างของกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนไปถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี
ที่มหัศจรรย์ที่สุดคือประสาทสัมผัส
ในความรู้สึกของเขา โลกกลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนและมีเสียงดังขึ้นอย่างมาก เขาสามารถจับเสียงลมหายใจที่ถี่กระชั้นเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้นของเสี่ยวหลิวที่อยู่ห้องข้างๆ ได้อย่างง่ายดาย สามารถแยกแยะความอยากรู้อยากเห็นและความมุ่งร้ายต่อ ‘เหยื่อ’ ในคำพูดของคนเดินถนนที่อยู่ข้างล่างตึกได้ แม้กระทั่งบรรยากาศแห่งการล่าที่ค่อยๆ ระอุขึ้นในอากาศ เขาก็ยังสัมผัสได้ลางๆ
พลังที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งความอุ่นใจเพียงชั่วครู่ แต่มันถูกตามมาด้วยความรู้สึกวิกฤตที่โถมเข้ามาประดุจคลื่นยักษ์
เมืองจิ้งอันได้กลายเป็นลานล่าสัตว์ไปแล้ว และเขา... ก็คือเหยื่อที่ซ่อนตัวอยู่!
ช่วงบ่าย หลังจากจบการให้คำปรึกษาเคสสุดท้าย เขาก็แทบจะทิ้งตัวลงนอนพักบนโซฟา
อวี๋เซิงกำลังระดมสมองอย่างหนัก
หนีไปงั้นเหรอ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะถูกปัดตกไป หากเขารีบหนีตอนนี้ย่อมดึงดูดสายตาทุกคู่ทันที ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน่วยงานหรือขุมอำนาจบางอย่างคงกำลังจับตามองคนที่เดินทางออกจากเมืองจิ้งอันในช่วงไม่กี่วันนี้แน่ๆ ทั้งความสัมพันธ์ทางสังคมและร่องรอยการทำงานของเขาอยู่ที่นี่หมด การหายตัวไปอย่างกะทันหันคือการฆ่าตัวตายที่โง่เขลาที่สุด
เขาต้องซ่อนตัวต่อไป แต่ต้องการการพรางตัวที่เหนือชั้นและแนบเนียนกว่าเดิม
แผนการที่ห้าวหาญแผนหนึ่งก่อตัวขึ้นในหัวของอวี๋เซิงอย่างรวดเร็ว ด้วยสติปัญญาที่ได้รับการเสริมพลัง รายละเอียดต่างๆ จึงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ในพริบตา เขาจะสร้างเกราะกำบังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นั่นคือการสร้าง ‘คู่ชีวิต’ ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมา
มันก็เหมือนกับเกมล่าหมาป่า
อวี๋เซิงคือหมาป่า เขาจำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่ใช่ซ่อนตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว การแฝงตัวเป็นฝ่ายผู้หยั่งรู้มักจะทำให้รอดไปได้หลายรอบ แม้จะเสี่ยงถูกจับได้ในภายหลังก็ตาม
การทำแบบนี้มีข้อดีหลายอย่าง
อย่างแรก มันช่วยให้เขามีเหตุผลรองรับ ‘พฤติกรรมผิดปกติ’ บางอย่างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสมเหตุสมผล
อย่างที่สอง มันสามารถชี้นำการรับรู้ของคนรอบข้างได้อย่างแนบเนียน เพื่อไม่ให้พวกเขาโยงคำว่า ‘อวี๋เซิง จิตแพทย์ที่อยู่ตัวคนเดียว’ เข้ากับ ‘เหยื่อที่ต้องซ่อนตัว’ ได้ง่ายๆ เหยื่อส่วนใหญ่มักจะพยายามไม่ให้ใครพบเห็น แต่อวี๋เซิงจะทำในสิ่งตรงกันข้าม
คิดแล้วก็ลงมือทำทันที
หลังเลิกงาน อวี๋เซิงไม่ได้กลับบ้านโดยตรง แต่แวะไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ก่อน เขาซื้อวัตถุดิบทำอาหารมากกว่าปกติ รวมถึงขนมและผลไม้ที่มีรสชาติไปทางที่ผู้หญิงน่าจะชอบ
จากนั้นเขาก็ไปที่ห้างสรรพสินค้า เลือกซื้อรองเท้าแตะดีไซน์ทันสมัยที่มีขนาดพอดีกับขนาดเท้าเฉลี่ยของผู้หญิง รวมถึงผ้าขนหนู แปรงสีฟัน และแก้วน้ำที่มีสไตล์แบบผู้หญิง
เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ เขาก็เริ่มลงมือทันที
เขาวางรองเท้าแตะผู้หญิงคู่นั้นไว้ข้างตู้รองเท้าตรงโถงทางเข้าอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเจ้าของเพิ่งจะถอดมันทิ้งไว้
ในห้องน้ำ เขาวางชุดแปรงสีฟันและแก้วน้ำที่ซื้อมาใหม่ซึ่งมีสไตล์ต่างจากของเขาอย่างสิ้นเชิง และจงใจทิ้งคราบครีมทามือที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไว้ที่ขอบอ่างล้างหน้าเล็กน้อยแบบไม่ให้สะดุดตาเกินไป
ในมุมตู้เสื้อผ้าห้องนอน เขาแขวนเสื้อผ้าที่มีความเป็นผู้หญิง (เช่น ชุดนอนผ้าไหม เสื้อคลุมคาร์ดิแกนไหมพรม) ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างระมัดระวัง
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ เขามองดูพื้นที่ที่จู่ๆ ก็มีร่องรอยการใช้ชีวิตของ ‘เธอ’ เพิ่มเข้ามา ความรู้สึกประหลาดพิกลก็ก่อตัวขึ้นในใจ
แต่ความประหลาดนี้แหละที่จะกลายเป็นยันต์คุ้มภัยให้เขา
วันต่อมา อวี๋เซิงเริ่มการแสดงของเขา
ตอนเที่ยง เขาไม่ได้สั่งอาหารเดลิเวอรี แต่หยิบกล่องข้าวที่มีสไตล์อบอุ่นซึ่งเขาตระเตรียมไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านในช่วงเช้าออกมา ภายในบรรจุอาหารที่เขาตั้งใจปรุงเอง
เขาถือกล่องข้าวเดินไปที่ไมโครเวฟในพื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง และประจวบเหมาะกับที่ได้เจอเสี่ยวหลิว ผู้ช่วยสาวที่กำลังชงกาแฟอยู่พอดี
“คุณหมออวี๋ วันนี้ห่อข้าวมาทานเองเหรอคะ?”
เสี่ยวหลิวมองกล่องข้าวในมือเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะมันไม่ใช่กล่องบรรจุภัณฑ์อาหารเดลิเวอรีอย่างแน่นอน
อวี๋เซิงเผยรอยยิ้มที่ดูพอเหมาะพอเจาะ ทั้งขัดเขินเล็กน้อยและอวดนิดๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติว่า “อืม แฟนผมเขาดื้อน่ะครับ บอกว่าอยากลองโชว์ฝีมือ ทำให้ผมมาจนได้ ห้ามยังไงก็ไม่ฟังเลย”
“ว้าว! คุณหมออวี๋มีความรักเหรอคะเนี่ย? เก็บเงียบเชียวนะคะ!” เป็นไปตามคาด ดวงตาของเสี่ยวหลิวเป็นประกายขึ้นมาทันที วิญญาณนักสืบสายเผือกเข้าสิงทันใด
“เพิ่งเริ่มได้ไม่นานครับ ไว้มีโอกาสจะแนะนำให้รู้จักนะ”
อวี๋เซิงยิ้มแล้วไม่พูดอะไรต่อ ทิ้งช่องว่างให้คนฟังจินตนาการเอาเองอย่างพอเหมาะพอเจาะ
ในวันต่อๆ มา บางครั้งที่เขาคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงาน เขาก็มักจะหลุดพูดออกมาแบบไม่ตั้งใจว่าแฟนซื้อนั่นซื้อนี่ให้บ้าง หรือบ่นถึงแฟนสาวบ้าง
ถึงขนาดที่มีครั้งหนึ่งตอนโทรศัพท์ดังขึ้น เขาก็จงใจเดินเลี่ยงไปอีกทาง แล้วใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติคุยเบาๆ สองสามประโยคก่อนจะวางสาย
ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาโทรหาคอลเซ็นเตอร์เครือข่ายมือถือต่างหาก
เขาใช้ประสาทสัมผัสที่ได้รับการเสริมพลัง สังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงานอย่างละเอียด
คนส่วนใหญ่แค่รู้สึกยินดีและอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่มีใครสงสัยลึกซึ้งไปกว่านั้น
นี่คือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ — ทำให้แนวคิดที่ว่า ‘อวี๋เซิงมีแฟนสาวที่ความสัมพันธ์มั่นคง’ ฝังลึกลงไปในความรับรู้ของพวกเขาอย่างแนบเนียน
ในขณะเดียวกัน เขาใช้เวลาหลังเลิกงาน อาศัยกำลังกายและประสาทสัมผัสที่เหนือชั้น เคลื่อนที่ไปตามย่านต่างๆ ของเมืองจิ้งอันราวกับวิญญาณ
เขาไม่ได้ทำเพียงเพื่อความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมอีกต่อไป แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการสำรวจย่านที่พักอาศัยเก่าๆ ที่การจัดการหย่อนยาน มีคนเข้าออกพลุกพล่าน และย่านชานเมืองที่เป็นห้องเช่าราคาถูก เขาทำเครื่องหมายจุดที่ปลอดภัยที่อาจต้องใช้ในอนาคตไว้ในหัวเงียบๆ
เขายังคงไปยิมเหมือนเดิม แต่เนื้อหาการฝึกซ้อมเปลี่ยนไปเป็นความลับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นที่พลังระเบิด ความมั่นคงของแกนกลางลำตัว และการวิ่งสปรินต์ในระยะสั้น ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไล่ล่าที่อาจเกิดขึ้นในเมือง
ตัวเลขถอยหลังที่มุมสายตาเปรียบเสมือนจังหวะกลองเร่งความตาย
【93:06:42:18】
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ คนส่วนใหญ่เริ่มเชื่อแล้วว่าประกาศนั้นเป็นเรื่องจริง
รวมถึงเพื่อนร่วมงานในคลินิกของเขาด้วย
เขาสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมงานเกือบทุกคนเริ่มลอบสังเกตคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
เขารู้ดีว่า... เขาก็คือหนึ่งในคนที่กำลังถูกจับตามองเหล่านั้น
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน