ตอนที่ 2

วิวัฒนาการสุดขั้ว!

1,907 คำ~10 นาที
เมื่อเห็นการทดลองได้ผล ฉินอี้จึงตัดสินใจที่จะสู้ต่อด้วยการปล่อยให้ตัวเองหิวต่อไป เขาหมอบลงบนโซฟาเหมือนสัตว์ที่กำลังจำศีล ความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบเปิดโหมดประหยัดพลังงานและประหยัดน้ำแบบติดตัวโดยอัตโนมัติ ในสภาวะนี้ ความต้องการอาหารและน้ำของเขาลดลงไปมากกว่าครึ่ง คนปกติธรรมดาต้องกินข้าวหนึ่งมื้อทุกสามวัน และดื่มน้ำหนึ่งครั้งต่อวัน แต่สำหรับเขา เวลานี้ถูกยืดออกไปเป็นสิบวันและห้าวันตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หลังจากทนหิวติดต่อกันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง โหมดประหยัดพลังงานและประหยัดน้ำกลับไม่ได้เลื่อนระดับเป็น LV2 ในทางตรงกันข้าม ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากโรคร้ายกลับซูบผอมลงอย่างหนัก ค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่เริ่มลดลงทีละน้อย “ดูเหมือนว่าวิวัฒนาการแบบปรับตัวจะมีขีดจำกัดนะ ถ้าฉันตายก่อนที่เซลล์จะวิวัฒนาการสำเร็จ ทุกอย่างก็จบกัน” “สภาพร่างกายตอนนี้เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว ฝืนต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ” ฉินอี้รู้จักยั้งมือเมื่อเห็นว่าได้พอสมควรแล้ว เขาพยุงตัวลุกขึ้นอย่างซวนเซ หยิบสารอาหารเข้มข้นสองหลอดสุดท้ายที่มีในตู้เย็นออกมากรอกใส่ปาก เนื่องจากเงินเก็บทั้งหมดถูกใช้ไปกับโรงพยาบาลจนหมดสิ้น ตอนนี้เขาจึงถังแตกจนไม่สามารถหาซื้ออาหารปกติมากินได้ ทำได้เพียงกินสารอาหารเข้มข้นราคาถูกที่สุดเท่านั้น สารอาหารเข้มข้นลักษณะคล้ายเยลลี่สีดำนี้มีรสชาติเหมือนพลาสติก เนื้อสัมผัสเหนียวหนืดจนบอกไม่ถูก แต่โชคดีที่สารอาหารครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการหนึ่งมื้อของผู้ใหญ่ปกติ สารอาหารเข้มข้นสองหลอดผ่านลำคอลงไป แม้จะไม่ได้รู้สึกอิ่มท้องเท่าไหร่ แต่ฉินอี้รู้สึกสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต่อมา เขาเปิดก๊อกน้ำโดยไม่สนว่าน้ำประปาจะสะอาดหรือไม่ แล้วกรอกเข้าปากจนอิ่มแปล่ “เฮ้อ... รอดตายแล้วจริงๆ” เมื่อสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่กลับคืนสู่ร่าง ฉินอี้ก็รู้สึกยินดีที่รอดพ้นจากหายนะมาได้ ในชาติก่อนมีคำกล่าวหนึ่งที่ว่าไว้ดีมาก — คนจนพึ่งพากลายพันธุ์ คนรวยพึ่งพาเทคโนโลยี ในโลกมหาบู๊ที่มีลมปราณฟื้นฟูเช่นนี้ หาก ‘คนรวย’ เป็นมะเร็ง พวกเขามียาเซียนวิเศษนับหมื่นชนิดจากมิติลับมาใช้รักษา ส่วนขยะชั้นต่ำที่ไม่มีพรสวรรค์ทางวรยุทธและไร้ปูมหลังอย่างเขา ก็ได้แต่นั่งรอความตายเงียบๆ และหลังจากตายไปก็คงไม่มีใครมาช่วยเก็บศพด้วยซ้ำ โชคดีที่เขากลายพันธุ์ แม้จะไม่รู้ว่าแผงสถานะส่วนตัวและพรสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นกะทันหันนี้คืออะไรกันแน่ แต่ฉินอี้ก็รู้ดีว่าเขามีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่รอดในโลกใบนี้ได้แล้ว และเป็นโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่อย่างดีด้วย หลังจากพักผ่อนได้ครู่หนึ่ง ฉินอี้ก็เปิดแผงสถานะขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อกวาดตามองดู ค่าสถานะต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลง พละกำลังและความว่องไวเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 จุด ร่างกายยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่จิตวิญญาณเพิ่มขึ้นเป็น 8 จุด! จากข้อมูลสั้นๆ ที่เขาได้รับตอนปลุกแผงสถานะ ค่าร่างกายหมายถึงความแข็งแกร่งและการฟื้นฟูของกายหยาบ พละกำลังหมายถึงพละกำลังและเลือดลม ความว่องไวหมายถึงความเร็วในการเคลื่อนที่และการตอบสนองของเส้นประสาท (สายตาที่ว่องไวต่อวัตถุเคลื่อนที่) ส่วนจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวข้องกับทางวิญญาณอันลึกลับ ซึ่งหากพัฒนาต่อไปอาจจะคล้ายกับ ‘ญาณทิพย์หรือกระแสจิต’ ในนิยายกำลังภายในในชาติก่อน ทักษะติดตัว ‘ประหยัดพลังงาน’ และ ‘ประหยัดน้ำ’ ที่ได้มาจากการอดข้าวอดน้ำเมื่อวานนี้ ช่วยเพิ่มค่าสถานะจิตวิญญาณของเขาเล็กน้อย “ดูท่าว่า ต่อให้ฉันจะไม่มีพรสวรรค์ทางวรยุทธ แต่ฉันก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตวิญญาณได้ผ่านวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด จนสามารถเทียบเคียงกับเหล่านักบู๊ผู้มีชื่อเสียงพวกนั้นได้เลย” “พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันจะมัวไปฝึกวรยุทธทำซากอะไร แค่ทำร้ายร่างกายตัวเองก็พอแล้ว!” “ขอแค่ไม่เล่นจนตัวเองตาย ฉันก็จะเก่งขึ้น!” ฉินอี้กวาดตามองไปรอบๆ สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่เตาแก๊สในห้องครัว คลิก! เขาเปิดเตาแก๊ส เปลวไฟสีน้ำเงินอ่อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับส่งกลิ่นความร้อน ฉินอี้จ้องเปลวไฟอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันหลับตาลง ยื่นมือออกไปอังไว้เหนือเปลวไฟเพื่อให้ความร้อนเผาไหม้ผิวเนื้อ เขาพลิกมือไปมาเหมือนกำลังย่างบาร์บีคิว ภายใต้ความร้อนสูงกว่าสองถึงสามร้อยองศา ผิวหน้าที่เคยขาวผ่องแดงก่ำขึ้นในทันตา ก่อนจะค่อยๆ ไหม้เกรียม กลิ่นเหม็นไหม้ของโปรตีนโชยคลุ้งไปทั่วห้องครัว ความเจ็บปวดในขั้นตอนนี้ใกล้เคียงกับความปวดจากมะเร็ง แต่ด้วยทักษะความทนทานต่อความเจ็บปวด LV3 ทำให้มันเบาลงมากพอจะทนไหว ย่างอยู่ประมาณแปดนาที มือขวาของฉินอี้ก็หมดความรู้สึก ผิวหนังทั่วแขนถูกปกคลุมด้วยชั้นขี้เถ้าที่ดูเหมือนจะปลิวหายไปได้ทันทีที่โดนลมพัด และในจังหวะนั้นเอง พลังชีวิตอันหนาแน่นก็ปะทุขึ้นมาจากในร่างกายของฉินอี้ มุ่งตรงไปยังมือขวาที่ไหม้เป็นจุณ ชั้นขี้ถ้านั้นแตกร้าวและหลุดลอกออกมาเหมือนเปลือกไข่ เผยให้เห็นผิวหนังใหม่ที่ขาวนวลสดใสอยู่ข้างใต้ 【เซลล์ของคุณปรับตัวเข้ากับการเผาไหม้ของเปลวไฟได้สำเร็จ วิวัฒนาการเป็นทักษะติดตัว —— ความต้านทานความร้อนสูง (ไฟ) LV1!】 หลังจากมีความต้านทานความร้อนสูง เปลวไฟจากเตาแก๊สก็ทำอันตรายฉินอี้ไม่ได้อีกต่อไป เมื่อเขาลองเอาร่างกายไปสัมผัสเปลวไฟ เขากลับรู้สึกอบอุ่นและสบายตัวมาก ฉินอี้ทดลองเอาแขนขาไปอังไฟจนครบทุกส่วน แล้วได้ข้อสรุปว่า —— เซลล์ที่ได้รับการประเมินเพื่อวิวัฒนาการจะถูกมองว่าเป็นหนึ่งเดียว ถึงแม้จะมีแค่เพียงมือขวาที่ถูกไฟลวกจนเกิดวิวัฒนาการ แต่ผลของวิวัฒนาการนั้นเซลล์ทุกส่วนในร่างกายจะได้รับสืบทอดไปพร้อมกัน เจ๋งเป้ง! ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตเขาก็จะมีทักษะติดตัวเป็นพันเป็นหมื่นอย่าง กันได้ทั้งกายภาพและอาคม สร้างร่างกายที่เป็นอมตะไร้เทียมทานเลยไม่ใช่เหรอ? ถึงแม้กระบวนการนี้จะคล้ายกับการ ‘ทรมานตัวเอง’ แต่เมื่อลองทบทวนประสบการณ์ที่โดนไฟคลอกเมื่อครู่ ฉินอี้กลับรู้สึกถึงความสะใจลึกๆ อย่างประหลาด นี่ฉันคงไม่ได้ตื่นรู้รสนิยมแปลกๆ ขึ้นมาหรอกนะ? ไม่สิ คงเป็นเพราะฉันรู้ว่าหลังความเจ็บปวดจะมีรางวัลและการพัฒนาที่แน่นอนรออยู่ บวกกับผลของความทนทานต่อความเจ็บปวด ทำให้ฉันไม่ได้รังเกียจความเจ็บปวดขนาดนั้นแล้ว มันเหมือนกับการเรียนนั่นแหละ หลายคนไม่ชอบเรียนเพราะความพยายามในการเรียนไม่ได้การันตีว่าจะได้รับผลตอบแทนเสมอไป และผลตอบแทนนั้นอาจจะไม่ ‘น่าพอใจพอ’ แต่ถ้ามีคนบอกคุณว่าถ้าคุณพยายามเรียนแล้วจะสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำแน่นอน จำนวนคนที่จะทุ่มเทเรียนย่อมเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่ “เสียดายที่ความต้านทานความร้อนไม่เพิ่มค่าสถานะ” เขากวาดตามองแผงสถานะส่วนตัว ค่าสถานะทั้งสี่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ฉินอี้ไม่ย่อท้อ วิธีการทรมานตัวเองในโลกนี้มีตั้งมากมาย การเล่นกับไฟก็แค่หนึ่งในนั้น เขาเดินออกจากห้องครัวไปที่ห้องน้ำ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเปิดน้ำใส่ซิงค์ล้างหน้าจนเต็ม จากนั้นก็ ‘จุ่ม’ หัวลงไปทันที ออกซิเจนที่สะสมอยู่ในปอดหมดลงในพริบตา ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดออกซิเจน หลังจากตั้งใจทำตัวให้จมน้ำอยู่สิบนาที จนกระทั่งดวงตาของฉินอี้เริ่มพร่ามัวและสติเริ่มเลือนลาง วิวัฒนาการแบบปรับตัวของเซลล์ก็สำเร็จลงในที่สุด 【เซลล์ของคุณปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจนได้สำเร็จ วิวัฒนาการเป็นทักษะติดตัว —— ความทนทานสภาวะไร้ออกซิเจน LV1】 ซ่า! ฉินอี้โผล่พ้นน้ำขึ้นมาทันที พร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดคำโต “ทำไมไม่วิวัฒนาการเป็นการหายใจใต้น้ำล่ะเนี่ย หรือว่าฉันต้องลองสูดน้ำเข้าไปในปอดเพื่อหายใจดูจริงๆ?” เขาจ้องแผงสถานะในใจด้วยความสงสัย จากนั้นเขาก็ลองอีกรอบ คราวนี้พยายามอ้าปากหายใจขณะจมน้ำด้วย ทว่าเขาจมน้ำอยู่เป็นชั่วโมงจนปวดหัวตุบๆ ก็ยังไม่มีวี่แววของสกิลหายใจใต้น้ำ มีเพียงความทนทานสภาวะไร้ออกซิเจนที่เลื่อนระดับเป็น LV2 เท่านั้น “เอาเถอะ... ดูเหมือนว่าสกิลหายใจใต้น้ำจะไม่ได้วิวัฒนาการออกมาด้วยวิธีนี้สินะ” “ความทนทานสภาวะไร้ออกซิเจน LV1 ทำให้ฉันกลั้นหายใจได้หนึ่งชั่วโมง พอเป็น LV2 ก็เพิ่มเป็นประมาณสามชั่วโมง...” “ถ้าเป็นอย่างนี้ หากฉันอัปเลเวลมันไปถึง LV99 ก็คงไม่ต่างอะไรกับการหายใจใต้น้ำแล้ว เผลอๆ จะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะอาจจะปรับตัวเข้ากับสุญญากาศหรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ไม่มีออกซิเจนได้ด้วย” ฉินอี้พยักหน้าอย่างพอใจ เตรียมจะทดสอบรายการต่อไป แต่ในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกหิวที่คุ้นเคยก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง แม้จะมีผลของโหมดประหยัดพลังงาน LV1 มาช่วยลดทอนแล้วแต่มันก็ยังส่งผลหนักหนาอยู่ เดี๋ยวนะ หรือว่าการวิวัฒนาการเซลล์ต้องใช้พลังงาน และพลังงานที่ว่านั่นก็มาจากการกินของฉันเนี่ยแหละ? ฉินอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองตู้เย็นที่ว่างเปล่าด้วยแววตาหนักใจ เขาไม่มีเงินซื้อของกินแล้ว แผงสถานะส่วนตัวและพรสวรรค์วิวัฒนาการมันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย เขาเลยนึกว่าเขาจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ วิวัฒนาการไปได้เรื่อยๆ เสียอีก! ที่ไหนได้ มันกลับรักษาสมดุลทางวิทยาศาสตร์ซะงั้น! ในขณะที่สายตากวาดไปมา เขาก็หันไปมองโซฟาหนังมือสองสภาพซอมซ่อในห้องนั่งเล่น แล้วจมลงสู่ความคิด อยู่ๆ เขาก็มีความคิดที่บ้าบิ่นอย่างหนึ่งขึ้นมา
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV