ตอนที่ 4
เตรียมตัวตุนเสบียง
2,658 คำ~14 นาที
คืนนั้นเธอนอนหลับสนิทโดยไม่ฝันแม้แต่น้อย เมื่อแสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง หลินรั่วก็ลืมตาโพล่งขึ้นทันที เธอดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สายตาเปี่ยมไปด้วยความระแวดระวังสำรวจไปรอบกาย ครู่หนึ่งต่อมาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอเกิดใหม่แล้ว
เมื่อหยิบโทรศัพท์ข้างเตียงขึ้นมาดู พบว่าเป็นเวลาตีห้าพอดี นี่คือนาฬิกาชีวิตจากชาติปางก่อนของเธอ ไม่นึกเลยว่าเมื่อเกิดใหม่แล้ว นาฬิกาชีวิตนี้จะยังคงอยู่
หลินรั่วรีบลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เก็บโต๊ะเก้าอี้ในห้องอาหารเข้ามิติ แล้วเริ่มออกกำลังกายพื้นฐานในห้องนั้น ปัจจุบันร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้นมากจากการที่ถูกพลังพิเศษปรับโครงสร้าง
การซิทอัพสักหลายร้อยครั้งกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่หลินรั่วก็ไม่ได้ย่อหย่อน เธอฝึกฝนอย่างเคร่งครัด ทุกท่วงท่าต้องแม่นยำไร้ที่ติ
การปรับสภาพร่างกายด้วยพลังพิเศษในครั้งแรกนั้นถือว่าดีก็จริง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมีเพียงสมรรถภาพทางกาย ส่วนความคล่องตัวและทักษะการตอบสนองของร่างกายนั้นยังไม่เปลี่ยนไป การที่เธอออกกำลังกายก็เพื่อฝึกการตอบสนอง และอีกเหตุผลคือยิ่งร่างกายแข็งแกร่งเท่าไหร่ พลังพิเศษจะยิ่งเลื่อนระดับได้ไวขึ้นเท่านั้น เธอจะยอมให้ร่างกายกลายเป็นพันธนาการที่ฉุดรั้งการอัปเกรดพลังไม่ได้เด็ดขาด
'วันหลังต้องหาอุปกรณ์ฝึกแบบถ่วงน้ำหนักมาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นฝึกแบบนี้มันช้าเกินไป'
ชาติที่แล้วในช่วงวันสิ้นโลก เธอก็เคยผ่านการฝึกฝนที่เป็นระบบของฐานทัพมาเหมือนกัน เธอนับว่าโชคดีที่เคยใช้คริสตัลนิวเคลียสจ้างให้เฉินอวี้ช่วยสอนเธออยู่ช่วงหนึ่ง เฉินอวี้เดิมทีเป็นถึงหัวหน้าหน่วยรบพิเศษระดับท็อป ฝีมือทุกอย่างของเขาล้วนผ่านการฆ่าฟันมาจริงในสมรภูมิ เขาตรวจตราอย่างเข้มงวด ส่วนเธอก็เรียนรู้อย่างหนัก จนกระทั่งเขาบอกว่าไม่มีอะไรจะสอนเธอได้อีก การฝึกพิเศษถึงได้สิ้นสุดลง
ด้วยเหตุนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินอวี้จึงมีความเป็นศิษย์อาจารย์แฝงอยู่ ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่คนอื่นเป็น น่าเสียใจที่ระหว่างปฏิบัติภารกิจครั้งหนึ่ง เฉินอวี้ถูกฝูงหมาป่ากลายพันธุ์รุมล้อม ทั้งที่เมื่อก่อนคนที่รั้งท้ายคือเธอ แต่เขากลับยอมสละชีวิตผลักเธอให้ออกพ้นจากฝูงหมาป่า แล้วตายแทนเธออยู่ที่นั่น
ในชาติก่อน มีเพียงเฉินอวี้เท่านั้นที่เธอเชื่อใจไม่ผิดคน แต่เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ ในกระแสเวลาที่ไหลเวียนไป ชายคนนี้จะยังคงเป็นเหมือนเดิมหรือไม่?
หลินรั่วสลัดความคิดในหัวทิ้งไป ตอนนี้เธอเพียงต้องการให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ท่วงท่าการต่อสู้ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องจงใจนึกย้อนเลย มันราวกับถูกสลักลึกเข้าไปในสมองแล้ว
กระนั้น ท่วงท่าเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่ร่างกายในปัจจุบันรู้สึกแปลกแยก ทุกการเคลื่อนไหวยังแฝงไปด้วยความฝืดเคือง ความว่องไวและความชำนาญล้วนต้องค่อยๆ ฝึกฝนกันไป
ออกกำลังกายไปได้สองชั่วโมงกว่า ต่อให้ร่างกายจะแกร่งแค่ไหนก็เริ่มรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่เธอก็ยังกัดฟันข่มความปวดร้าว ออกหมัดมวยต่ออีกหนึ่งชุด
จนกระทั่งเรี่ยวแรงไม่เหลือแม้แต่นิดเดียวเธอถึงหยดุลง พลังสายวารีอันอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของร่างกาย นี่คืออีกหนึ่งประโยชน์ของสายวารีที่เธอค้นพบ นั่นคือความสามารถในการคลายความอ่อนเพลีย
ในชาติก่อนที่เธอฝึกฝนฝีมือจนเก่งกาจได้ขนาดนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากปัจจัยนี้นี่แหละ
เธอนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นห้องอาหาร หลินรั่วรู้สึกหลงรักความรู้สึกตอนที่ก้าวข้ามขีดจำกัดแบบนี้มาก เพราะมันทำให้เธอสัมผัสได้จริงๆ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ หลังจากค่อยๆ ขยับร่างกายอยู่พักหนึ่ง พลังสายวารีก็เดินเครื่องเต็มที่จนความเหนื่อยล้าเลือนหายไปเกือบหมด เธอจึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ หลินรั่วมองตัวเองผ่านกระจก แก้มที่แดงระื่อและเหงื่อที่โชกหัว นี่แหละคือตัวเธอที่มีชีวิต
เธอเปิดน้ำอุ่นใส่ อ่างอาบน้ำแล้วลงไปแช่ทั้งตัว พลังสายวารีหมุนวนอย่างรวดเร็ว เธอถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย สบายชะมัด
หลังจากแช่น้ำอุ่นจนสดชื่น หลินรั่วก็เหมือนได้คืนชีพกลับมาเต็มถัง กล้ามเนื้อทุกส่วนกลับมาเปี่ยมไปด้วยพลังงานอีกครั้ง เธอหยิบคริสตัลนิวเคลียสออกมาจากมิติสองสามชิ้น กำไว้ในมือแล้วดูดซับพลังงานข้างในเพื่อฝึกฝนพลังพิเศษ
ผ่านไปชั่วโมงกว่าเธอถึงโยนคริสตัลนิวเคลียสที่พลังหมดสิ้นกลับเข้ามิติ แล้วหยิบกุญแจเตรียมตัวลงไปข้างล่าง
“เสี่ยวรั่ว จะออกไปข้างนอกเหรอจ๊ะ”
ทันทีที่หลินรั่วก้าวพ้นประตูตึก ก็เห็นคุณย่าอู๋ที่อาศัยอยู่ชั้นล่างกำลังหิ้วถุงอาหารเช้าเดินกลับมาพอดี
“คุณย่าอู๋คะ” หลังจากพ่อแม่ของหลินรั่วเสียชีวิต คุณย่าอู๋นี่แหละที่คอยช่วยจัดการงานศพและเรื่องต่างๆ ให้ไม่น้อย หลินรั่วรู้สึกซาบซึ้งใจมาตลอด เมื่อได้พบกันอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี ในใจจึงเกิดระลอกคลื่นแห่งความตื้นตัน
“จ้ะ”
คุณย่าอู๋ลอบสำรวจท่าทางของหลินรั่ว เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอไม่มีความโศกเศร้าหดหู่เหมือนแต่ก่อน แถมทั่วทั้งร่างยังดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อวานได้ยินว่าพวกสารเลวสองคนนั้นมาหาอีกแล้ว เด็กสาวตัวแค่นี้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ช่างน่าเวทนาจริงๆ
ใบหน้าของคุณย่าอู๋ประดับด้วยรอยยิ้มอารีพลางส่งถุงอาหารเช้ามาทางหลินรั่ว “ย่าซื้ออาหารเช้ามาเยอะเลย หนูจะเอาไปกินระหว่างทางหน่อยไหม?”
หลินรั่วยิ้มพลางปฏิเสธอย่างสุภาพ “ขอบคุณมากค่ะคุณย่า เดี๋ยวหนูจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกพอดี คุณย่าเอาไปให้ลู่ลู่กินเถอะค่ะ”
ในชาติก่อน ช่วงที่อากาศหนาวจัดจนถึงที่สุด คุณย่าอู๋ผู้เสียสละได้ยกเสื้อกันหนาวที่มีทั้งหมดให้หลานสาวตัวน้อยเพื่อไม่ให้เด็กน้อยต้องหนาวตาย ส่วนตัวคุณย่าเองกลับถูกความเย็นยะเยือกพรากชีวิตไป
แต่บ้านหลังนั้นมีเพียงเธอกับหลานสาว ลูกชายของเธอติดแหง็กอยู่ที่เมือง D เพราะภัยพิบัติจนกลับมาไม่ได้ เมื่อย่าตายไป แล้วหลานสาวจะรอดได้อย่างไร
พอหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลินรั่วไปพบเข้า คุณย่าอู๋ก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนหลานสาวก็นอนแน่นิ่งอยู่ข้างกาย สิ้นใจเพราะความหิวโหย
ในชาตินี้แม้เธอจะช่วยอะไรไม่ได้มากเกินไป แต่อย่างน้อยเธอก็คิดจะพยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้ ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจที่คุณย่าอู๋เคยมีให้เธอก็แล้วกัน
“งั้นก็ได้จ้ะ ไปทำธุระเถอะนะ ไปเถอะ” คุณย่าอู๋ยิ้มพร้อมโบกมือให้หลินรั่วแล้วเดินขึ้นตึกไป
หลินรั่วจึงหันหลังมุ่งหน้าไปทางหน้าหมู่บ้าน สแกนเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะคันหนึ่ง ขี่ตรงไปยังเต็นท์รถเช่าที่อยู่ใกล้เคียง
พอเดินเข้าไป พนักงานต้อนรับสาวก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มจริงใจและเปี่ยมด้วยความคาดหวัง “สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
“สวัสดีค่ะ ฉันอยากเช่ารถค่ะ มีใบขับขี่ประเภท C1 อยากได้รถที่ความจุเยอะที่สุดค่ะ”
หลินรั่วยิ้มตอบ ก่อนวันสิ้นโลก ผู้คนยังคงแสดงความปรารถนาดีต่อกันอย่างเต็มที่ แต่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ธาตุแท้ของมนุษย์ถึงจะถูกเผยออกมาอย่างสิ้นซาก หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้อีกเลย
“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้เลยนะคะ” พนักงานสาวพาทีมหลินรั่วเดินเข้าไปด้านในอย่างร่าเริง นี่เป็นค่าคอมมิชชั่นก้อนโตเลยทีเดียว ต้องคว้าไว้ให้ได้
พนักงานแนะนำรถหลายรุ่นให้หลินรั่วดู ในที่สุดเธอก็ถูกใจรถ SUV คันหนึ่ง รถคันนี้คุ้มค่าที่สุด มีเพียงที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ส่วนเบาะหลังถูกถอดออกทั้งหมดเพื่อใช้บรรทุกของโดยเฉพาะ
แถมยังมีข้อดีอีกอย่างคือ ถังน้ำมันของรถรุ่นนี้มีขนาดร่าใหญ่มาก ต่อไปเวลาจะตุนน้ำมันพวเบนซินหรือดีเซลก็จะสะดวกขึ้นเยอะ
หลินรั่วดูเพียงครู่เดียวก็ตัดสินใจเช่าคันนี้ทันที ราคาเดือนละสองพันห้าร้อยหยวน เธอเช่ารวดเดียวสองเดือน เพราะหลังจากหนึ่งเดือนผ่านไปที่ฝนจะเริ่มตกหนัก รถพวกนี้ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมถูกน้ำท่วมอยู่ดี
เธอจ่ายเงินห้าพันหยวนอย่างรวดเร็ว เซ็นสัญญา และได้รับกุญแจมาในเวลาไม่นาน
เธอขับรถไปยังสถานีบริการน้ำมันเป็นอันดับแรก รถคันนี้ถังน้ำมันค่อนข้างใหญ่ ความจุประมาณ 80 ลิตร หลินรั่วไม่ลังเลที่จะเติมให้เต็มถัง จากนั้นก็หาที่ลับตาคนแล้วสูบน้ำมันออกมาเก็บไว้ในพื้นที่มิติ ก่อนจะขับไปสถานีถัดไปเพื่อเติมใหม่ เธอทำซ้ำแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนในแกลลอนเปล่าในมิติมีน้ำมันสะสมไว้ 400-500 ลิตรแล้ว
เสร็จแล้วจึงขับรถมุ่งหน้าไปยังนิคมอุตสาหกรรมชานเมือง ที่นั่นมีโรงงานร้างอยู่มากมาย หลายแห่งต้องปิดตัวลงเพราะทำเลไม่ดีและธุรกิจไปไม่รอด จึงมีการประกาศให้เช่า
ที่นี่ปกติไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน นิคมอุตสาหกรรมทั้งแห่งจึงเงียบเชียบมาก แถมโรงงานแต่ละแห่งก็ตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร ถึงจะเป็นโรงงานที่อยู่ติดกันแทบมองไม่เห็นประตูกันและกัน ต่อให้จะมีรถบรรทุกขนสินค้าวิ่งเข้าออกบ่อยๆ ก็ไม่มีใครมาคอยจับพิรุธ
หลินรั่วหาโรงงานว่างขนาดใหญ่โรงหนึ่ง พื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร ตัวโรงงานสูงประมาณสองชั้น กำแพงรอบนอกสูงถึง 5 เมตร ซึ่งเพียงพอที่จะบดบังสายตาคนภายนอกได้มิดชิด
เธอโทรหาผู้ให้เช่าตามเบอร์ที่ติดไว้ที่ประตู ทางนั้นรับสายและบอกว่าจะรีบขับรถมาหา ขอให้หลินรั่วรอสักครู่
หลินรั่วจึงนั่งรอในรถ โดยใช้ตัวรถเป็นเกราะบังสายตาเพื่อเริ่มฝึกฝนพลังพิเศษ
เธอเล่นกับหยดน้ำลูกบอลน้ำในมือ ให้มันเปลี่ยนรูปร่างไปมา เพียงไม่กี่นาทีลูกบอลน้ำก็กลายเป็นหุ่นจิ๋วรูปคน ซึ่งมีใบหน้าชัดเจนราวกับแกะสลัก และหุ่นน้ำนั่นก็คือตัวหลินรั่วนั่นเอง
การควบคุมน้ำในระดับละเอียดแบบนี้ถือว่าสิ้นเปลืองพลังจิตสำหรับหลินรั่วมาก ในชาติก่อนเธอก็ใช้วิธีนี้ในการฝึกควบคุมพลังพิเศษ ทุกครั้งที่ใช้พลังจิตจนถึงขีดสุด เมื่อมันฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ มันจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมทีละนิด นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พลังจิตของเธอเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
การใช้พลังจิตจนหมดเกลี้ยงนั้นเสี่ยงอันตรายมาก ในวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยภัยอันตรายรอบด้าน ไม่มีใครกล้าที่จะไม่เหลือพลังจิตไว้ป้องกันตัวแม้แต่นิดเดียว แต่หลินรั่วกล้า เพราะเธอมีพลังสายวารีช่วยหนุน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับ 5 เพียงหนึ่งเดียวในบรรดาทุกฐานทัพ เพราะเธอทุ่มเทมากกว่าคนอื่น ไม่ใช่แค่ความพยายาม แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงที่เธอต้องแบกรับทุกลมหายใจ
ผ่านไปเกือบชั่วโมง หลินรั่วก็ลดมือลง ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงเล็กน้อย พลังจิตของเธอเกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว คริสตัลนิวเคลียสพลังสายวารีในห้วงความคิดเปล่งแสงจางๆ ช่วยฟื้นฟูพลังจิตของเธออย่างรวดเร็ว
จังหวะนั้นเองผู้ให้เช่าก็ขับรถมาถึง ชายวัยกลางคนที่ลงมาจากรถคันนั้นตัวไม่สูงนัก แต่รูปร่างดูเจ้าเนื้อภูมิฐาน
“แม่หนู เธอคือคนที่จะเช่าโรงงานนี้เหรอ?” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นอายุของหลินรั่ว อายุน้อยขนาดนี้จะเปิดโรงงานไหวเชียวหรือ?
หลินรั่วยืนตัวตรง ใบหน้าที่ซีดเล็กน้อยประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสง “คุณพ่อของฉันจะเปิดโรงงานค่ะ ท่านเล็งที่นี่ไว้ตั้งนานแล้ว แต่บังเอิญวันนี้ติดธุระสำคัญมาไม่ได้ เลยให้ฉันมาจัดการแทนค่ะ”
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” ชายคนนั้นพยักหน้าเข้าใจ “ลุงแซ่เฉียนนะ ว่าแต่หนูตัดสินใจเซ็นสัญญาแทนพ่อได้ใช่ไหม?”
หลินรั่วยิ้มพลางพยักหน้า “เรื่องนั้นคุณลุงไม่ต้องห่วงเลยค่ะ”
หลังจากเจรจากันครู่หนึ่ง หลินรั่วก็ได้เช่าโรงงานในราคาเดือนละห้าพันหยวน โดยต้องเช่าขั้นต่ำหกเดือน เมื่อถือสัญญาที่เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ หลินรั่วก็แสร้งถามขึ้นอย่างไม่เจาะจงว่า “คุณลุงเฉียนคะ ในโรงงานมีกล้องวงจรปิดไหมคะ?”
คุณลุงเฉียนที่เพิ่งรับเงินมาอารมณ์ดีมาก โบกมือทิ้งไป “จะมีได้ยังไงกันล่ะ ที่แบบนี้ ข้างในก็ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย จะติดไปทำไมล่ะ ติดไปลุงก็กลัวกล้องจะโดนขโมยเอาปล่าวน่ะสิ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุงเฉียน”
คุณลุงเฉียนหันกลับมามองใบหน้าขาวนวลหมดจดของหลินรั่วอดไม่ได้ที่จะเตือนด้วยความหวังดี “แม่หนูหน้านตาสะสวยนะ ที่นี่มันรกร้างว่างเปล่า ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่าแวะมาแถวนี้บ่อยนัก ต้องระวังตัวให้ดีนะ”
หลินรั่วได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อย่าว่าแต่ตอนนี้เธอมีพลังพิเศษระดับ 5 เลย ต่อให้เธอจะยังไม่ตื่นขึ้นมามีพลังพิเศษ ด้วยฝีมือที่ฝึกปรือมาอย่างหนักหน่วงในช่วงวันสิ้นโลก เธอก็ไม่จำเป็นต้องกลัวจิ๊กโก๋หน้าไหน แต่อย่างไรเสียคุณลุงเฉียนก็เตือนด้วยความปรารถนาดี เธอจึงน้อมรับไว้อย่างเต็มใจ
สาวน้อยจึงยิ้มอย่างใสซื่อแล้วพยักหน้า “วางใจเถอะค่ะ ต่อไปคุณพ่อจะเป็นคนมาเอง ฉันแค่มาช่วยงานครั้งนี้ครั้งเดียวค่ะ”
เมื่อเห็นคุณลุงเฉียนขับรถออกไปอย่างหมดห่วง เธอจึงหยิบกุญแจมาเปิดประตู พื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว กว้างขวางเพียงพอต่อการใช้งานของเธอแล้ว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน