ตอนที่ 2
คดีฆาตกรรม
857 คำ~5 นาที
สวีเทียนขมวดคิ้วแน่นและหยุดฝีเท้าลง
"ทำไมถึงได้มีกลิ่นคาวเลือดรุนแรงขนาดนี้?"
สวีเทียนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่สูดจมูกฟุดฟิดเบาๆ
ตลอดระยะเวลาการทำงานในอาชีพนี้ ทำให้เขาไวต่อกลิ่นคาวเลือดเป็นพิเศษ
"หรือว่าจะมีคนถูกฆาตกรรม?"
เขามองไปยังบ้านหลังตรงหน้า พร้อมกับรื้อฟื้นข้อมูลของผู้อาศัยบ้านหลังนี้ขึ้นมาในหัว
เจ้าบ้านคือหลินเฉียง อายุ 37 ปี ถือเป็นคนหายากในย่านนี้ที่ร่างกายไม่ได้มีความพิการใดๆ เขามีภรรยาหนึ่งคนและลูกสาวอีกหนึ่งคน ภรรยาของเขาแขนซ้ายขาด ส่วนลูกสาวขาขวาก็พิการเช่นกัน
ครอบครัวนี้มีกันสามคน แม้ภรรยาและลูกจะพิการและควรได้รับสิทธิ์เบี้ยเลี้ยงช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ทว่าตัวหลินเฉียงนั้นเป็นคนร่างกายสมประกอบ แถมยังทำงานในบริษัทอาหาร มีรายได้ต่อเดือนถึง 500 หยวน ซึ่งเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่รัฐจะให้ความช่วยเหลือไปแล้ว ครอบครัวของเขาจึงไม่ได้รับสิทธิ์ตามนโยบายนั้น
เหตุผลที่สวีเทียนจดจำครอบครัวนี้ได้แม่นยำ เป็นเพราะเมื่อห้าวันก่อน ในความทรงจำของร่างนี้ หลินเฉียงเพิ่งก่อเรื่องโมโหร้ายหลังถูกหักเงินเดือนไป 50 หยวนจนลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาตัวเอง
ในตอนนั้น สวีเทียนคนเก่าเพิ่งจะออกตรวจตราอยู่ละแวกใกล้เคียงพอดี
เมื่อสวีเทียนไปถึงบ้านของหลินเฉียง ฝ่ายนั้นก็เริ่มรู้ตัวว่าทำผิดพลาดไป จึงเอ่ยปากสาบานกับเขาว่าจะไม่ลงไม้ลงมืออีกเด็ดขาด
ภรรยาของหลินเฉียงเองก็เอาแต่ขอร้องอ้อนวอน พร่ำบอกว่าสามีไม่ได้ตั้งใจ
หลินเฉียงยังมีลูกสาววัยสิบขวบที่เอาแต่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น ดูน่าสงสารและไร้ที่พึ่งพิง
ท่าทางซูบซีดหิวโหยของเด็กน้อยทำให้สวีเทียนอดสงสารไม่ได้
ด้วยความเห็นแก่หน้าของเด็กน้อย สวีเทียนจึงทำเพียงบันทึกเหตุการณ์ไว้คร่าวๆ และตักเตือนหลินเฉียงด้วยวาจาก่อนจะจากไป แถมก่อนกลับเขายังซื้อชีสสองก้อนจากแผงลอยของลุงหลี่ติดมือไปฝากพวกเธอด้วย
ในห้วงคำนึงของสวีเทียนยังคงนึกย้อนถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและประกายแห่งความหวังของเด็กน้อยตอนที่เห็นชีสได้อยู่เลย
แต่ทว่าหลังจากนั้นเพียงห้าวัน เขากลับได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่หน้าบ้านของหลินเฉียงเสียแล้ว
ภาพเหตุการณ์การฆาตกรรมภรรยาและหั่นศพผุดขึ้นมาในหัวของสวีเทียนโดยพลัน
เมื่อพบความผิดปกติ สวีเทียนยังไม่รีบเข้าไปตรวจสอบทันที แต่กลับเดินย้อนไปที่แผงลอยของลุงหลี่แล้วถามว่า
"ช่วงนี้หลินเฉียงเป็นยังไงบ้าง ยังตีภรรยาอยู่หรือเปล่า?"
"คุณตำรวจสวี ถามได้ถูกคนแล้วล่ะ ครั้งก่อนที่ถูกคุณสั่งสอนไป หลินเฉียงก็กลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่แล้ว ไม่เห็นมีเรื่องลงไม้ลงมือกับเมียอีกเลยนะ"
ลุงหลี่รู้เรื่องที่หลินเฉียงตีเมียเมื่อห้าวันก่อนดี เมื่อเห็นสวีเทียนยืนหยุดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังนั้นครู่หนึ่งแล้วเดินกลับมาถามเช่นนี้ ลุงหลี่ก็รีบช่วยพูดจาแก้ต่างให้หลินเฉียงยกใหญ่
"ลุงหลี่ ขอชีสสองก้อนครับ!"
ลุงหลี่ที่ประจำอยู่หน้าแผงเมื่อได้ยินดังนั้น มีหรือจะไม่รู้เจตนาของสวีเทียน เขาหยิบชีสเพิ่มให้อีกก้อนใส่ถุงแล้วยื่นมาให้ตรงหน้า
"คุณตำรวจสวีมีน้ำใจจริงๆ"
พูดจบก็ยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชม
สวีเทียนโบกมือลา ภายใต้สายตาของลุงหลี่ เขาก็เดินกลับไปหยุดอยู่หน้าบ้านของหลินเฉียงแล้วเคาะประตูเบาๆ
"มีใครอยู่ไหมครับ ผมเจ้าหน้าที่สายตรวจสวีเทียน!"
ในขณะที่เคาะประตูเขาก็แสดงตัวตนไปด้วย
เคาะไปสองครั้งกลับไม่มีเสียงตอบรับ สวีเทียนจึงเพิ่มแรงเคาะให้มากขึ้น
ประตูไม่ได้ล็อก สวีเทียนลองผลักเข้าไปเพียงนิดเดียวมันก็เปิดออก
"แอ๊ด!"
ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงก็พุ่งปะทะจมูก
"ตายแล้ว! มีคนตาย!"
ยังไม่ทันที่สวีเทียนจะได้ก้าวเข้าไปในบ้าน เสียงตะโกนร้องดังมาจากข้างหลังจนเขาต้องสะดุ้งสุดตัว
ลุงหลี่ตามมาถึงหลังสวีเทียนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เมื่อเห็นสภาพภายในบ้านถึงกับอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนออกมา
"อย่าเพิ่งโวยวาย ช่วยผมรักษาที่เกิดเหตุไว้ก่อน"
สวีเทียนเอ่ยสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งเหตุแก่หวังเฉียง ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาให้รับทราบถึงสถานการณ์นี้
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน