ตอนที่ 2

ทักษะการแต่งหน้าปลอมตัวระดับพระเจ้า แปลงโฉม!

1,761 คำ~9 นาที
“ภารกิจหลักล้มเหลว จะมีการเรียกคืนทุกสิ่งที่ระบบเคยมอบให้ พร้อมกับที่ระบบจะทำลายตัวเองโดยอัตโนมัติ...” “ภารกิจรองล้มเหลว โฮสต์จะถูกจับกุมและไม่มีโอกาสล้างมลทินได้อีก และเนื่องจากคดีนี้มีลักษณะอุกฉกรรจ์ โฮสต์จะถูกตัดสินโทษประหารชีวิต...” เสียงจักรกลอันเย็นชาของระบบตอบกลับมาทันที เฉินมู่: “...” สรุปคือไม่ว่าจะภารกิจหลักหรือภารกิจรอง ถ้าทำพลาดขึ้นมา... สิ่งที่รออยู่ก็คือหายนะที่ไม่มีวันกู้คืนได้เลยใช่ไหม? ในตอนนั้นเอง เสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง “คำเตือน: เนื่องจากโฮสต์หยุดเขียนผลงานมาเป็นเวลานาน โปรดกลับมาอัปเดตนิยายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง และต้องอัปเดตเนื้อหาการหลบหนีให้ตรงกับเหตุการณ์ในช่วงสามวันที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเปิดใช้งานภารกิจหลักอย่างเป็นทางการ...” อะไรนะ? ให้กลับไปอัปเดตนิยายภายใน 24 ชั่วโมง? แถมยังต้องเขียนเนื้อหาการหลบหนีให้ตรงกับช่วงสามวันที่ผ่านมาด้วย? แม่งเอ๊ย! บ้าไปแล้วหรือเปล่า! ท่ามกลางเสียงไซเรนของรถตำรวจที่ดังระงมมาจากรอบทิศทาง วินาทีนั้น เฉินมู่รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนต้องสั่นสะท้าน สถานการณ์แบบนี้แค่จะหนีให้รอดก็แทบไม่ทันอยู่แล้ว ยังจะต้องมาพะวงเรื่องอัปเดตนิยายอีกเหรอ? แต่เขาก็รู้ดีในใจ ภายใต้คำเตือนและคำแนะนำที่ระบบให้มา เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาใช้มือปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า หลังจากกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ควรอยู่นาน เขาก็ตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนที่โปรยปราย ลากสังขารอันหนักอึ้งวิ่งออกไปจากซอยร้างทันที ทว่าพอเลี้ยวออกจากซอยมาได้ เบื้องหน้าก็คือขบวนรถตำรวจที่วิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว แม้สายฝนจะตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสายฝน มีการตั้งด่านตรวจค้นอย่างเข้มงวดเป็นระยะๆ รถทุกคันที่ผ่านไปต้องหยุดเพื่อแสดงบัตรประจำตัวและเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อรับการตรวจสอบ! ตาข่ายฟ้าดินถูกกางออกอย่างแน่นหนาแล้ว เมื่อเห็นสถานการณ์ข้างหน้า เฉินมู่หายใจหอบถี่ พลางกำหมัดแน่นด้วยความเครียด ในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวน เขารู้ดีว่าการที่ตำรวจวางกำลังมหาศาลขนาดนี้หมายความว่าอย่างไร “ซวยฉิบหาย ซวยจริงๆ!” เขาสบถพึมพำลอดไรฟัน เฉินมู่ไม่กล้ารั้งรออีกต่อไป เขาใช้จุดบอดสายตาของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ รีบเลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านเช่าที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที เป็นไปตามคาด พอเข้ามาในเขตบ้านเช่าที่แออัด ทุกหนแห่งต่างก็ติดประกาศจับเขาเต็มไปหมด เงินรางวัลนำจับพุ่งสูงถึงหนึ่งแสนหยวน! เขากวาดสายตามองไปยังระเบียงของบ้านเช่ารอบๆ เมื่อเห็นระเบียงหนึ่งที่มีเสื้อผ้าผู้หญิงตากอยู่ เฉินมู่ก็พบเป้าหมายทันที! เรื่องอัปเดตนิยายยังไม่ต้องรีบ เพราะยังมีเวลาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ตอนนี้เขาต้องแต่งหน้าปลอมตัวก่อน ไม่อย่างนั้นคงขยับไปไหนไม่ได้เลย... จากการที่เจ้าของห้องยังไม่เก็บเสื้อผ้าทั้งที่ลมแรงและฝนตกหนักขนาดนี้ มั่นใจได้เลยว่าในห้องไม่มีคนอยู่แน่นอน และเมื่อดูจากเวลาแล้ว ก็ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้วยซ้ำ... ช่องว่างของเวลาที่เขาต้องการ ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นแล้ว... เนื่องจากบ้านเช่าในแถบนี้ค่อนข้างเก่า ทางเข้าออกส่วนใหญ่จึงไม่มีระบบคีย์การ์ด ประกอบกับลมฝนที่รุนแรงทำให้ไม่เห็นวี่แววของผู้พักอาศัยเดินเข้าออกนัก ซึ่งนี่กลายเป็นความสะดวกของเฉินมู่ไปโดยปริยาย เขารีบขึ้นไปยังห้องเป้าหมายที่เล็งไว้ทันที เฉินมู่หยิบเส้นลวดที่ติดตัวมาจากในกระเป๋าออกมา และเปิดประตูห้องเข้าไปได้อย่างง่ายดาย สีชมพู อบอุ่น สไตล์เด็กสาว ความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้ดูออกไม่ยากว่าผู้พักอาศัยน่าจะเป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่คนเดียว ด้วยสัญชาตญาณความระมัดระวัง เฉินมู่สำรวจตามมุมกำแพงและสิ่งของในห้องทันที เมื่อพบว่าไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เขาถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาถอดรองเท้าแล้วรีบเข้าไปในห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ เป็นไปตามที่คิด บนโต๊ะเครื่องแป้งหน้าเตียงมีอุปกรณ์เครื่องสำอางวางอยู่มากมาย เฉินมู่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้าอย่างรวดเร็ว เขาหยิบทิชชู่ข้างๆ มาเช็ดน้ำฝนบนใบหน้าให้แห้ง จากนั้นก็หลับตาลง วินาทีต่อมา ‘ทักษะการแต่งหน้าปลอมตัวระดับพระเจ้า’ ก็เริ่มทำงานในหัว ข้อมูลและเทคนิคสำคัญในการแต่งหน้าปลอมตัวพุ่งเข้าสู่สมองของเขา พร้อมกับหลอมรวมเข้ากับประสาทสัมผัสที่ปลายนิ้วทั้งสิบ “เฮ้อ—” เขาพ่นลมหายใจทิ้งอย่างแรง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เฉินมู่ที่รู้ว่าเวลาเหลือน้อยก็รีบหยิบจับขวดโหลต่างๆ บนโต๊ะเครื่องแป้งมาจัดการทันที เครื่องสำอางหลากชนิดถูกพอกลงบนใบหน้า พร้อมกับการวาดโครงร่างด้วยแปรงแต่งหน้าแบบต่างๆ ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ใบหน้าที่แตกต่างจากเฉินมู่คนเดิมโดยสิ้นเชิงก็ปรากฏขึ้นในกระจก! แม้เวลาจะกระชั้นชิดจนทำให้ใบหน้าดูมีตำหนิไปบ้างเมื่อเทียบกับที่จินตนาการไว้ในหัว แต่อย่างน้อยเขาก็เหมือนได้เปลี่ยนหน้าใหม่จนจำไม่ได้แล้ว! หลังจากแก้ปัญหาเรื่องใบหน้าเสร็จ สายตาของเฉินมู่เหลือบไปเห็นกระเป๋าใบหนึ่งวางอยู่บนโซฟายูนิคอร์นที่มุมห้อง บนกระเป๋าสกรีนตัวอักษร ‘เสื้อผ้าบุรุษคาสือ’... “หืม?” สิ่งที่พบทำให้ดวงตาของเฉินมู่เป็นประกาย แม้ว่าชุดนักโทษจะถูกเขาเปลี่ยนออกไประหว่างหลบหนีแล้ว แต่เสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนมาระหว่างทางก็ขาดรุ่งริ่งไม่เป็นชิ้นดี แถมยังต้องตากฝนกระหน่ำจนตอนนี้เปียกโชกไปทั้งตัว... เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินมู่ไม่รอช้า เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ข้างในเป็นเสื้อผ้าบุรุษชุดใหม่ที่ยังไม่ได้แกะป้ายออก ดูทรงแล้วน่าจะเป็นของขวัญที่เจ้าของห้องเตรียมไว้ให้แฟนหนุ่มของเธอ เห็นแบบนั้น เฉินมู่ก็รีบเปลี่ยนชุดทันที แม้พฤติกรรมนี้จะเข้าข่ายหัวขโมยและเป็นการบุกรุกเคหสถานเพื่อลักทรัพย์แบบเต็มตัว แต่ในสถานการณ์นี้ เขาคงสนใจเรื่องพวกนั้นไม่ได้แล้ว เขามองดูตัวเองในกระจก ทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่และหน้าตาที่ ‘ปลอมตัว’ จนเป็นคนละคน หัวใจที่เคยหนักอึ้งของเฉินมู่ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเดินจากไปนั้น โต๊ะคอมพิวเตอร์ที่มุมท้ายเตียงก็ทำให้เท้าที่กำลังก้าวออกไปหยุดชะงักลง หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะยังเปิดค้างอยู่ ดูเหมือนจะกำลังดาวน์โหลดเกมขนาดใหญ่อะไรบางอย่าง... ภาพนี้ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะสับสนทันที! เขาควรจะจัดการ ‘ภารกิจหลัก’ ของระบบให้จบที่นี่เลย... หรือจะเพลย์เซฟด้วยการรีบหนีออกไปหาจังหวะปั่นต้นฉบับที่อื่นดี? เขารู้สึกลำบากใจ! ประเด็นสำคัญคือตอนนี้เขาไม่มีเงินติดตัวเลย ต่อให้ไปร้านเน็ตเถื่อนก็ใช่ว่าจะได้ใช้เครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่อย่างร้านเน็ตเถื่อนต้องตกเป็นเป้าหมายหลักในการตรวจค้นของตำรวจแน่นอน... ถ้าพูดถึงความปลอดภัย การออกไปหาที่อื่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย! หลังจากลังเลอยู่นาน เฉินมู่เหลือบมองเวลา บ่ายสี่โมงเจ็ดนาที เขานึกขึ้นได้ว่ายังห่างไกลจากเวลาเลิกงานอยู่พอสมควร แถมพายุฝนข้างนอกก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เขาจึงกัดฟันตัดสินใจเดินไปนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ทันที จากนั้นก็ขยับเมาส์เพื่อกลับไปยังเมนูหลัก คลิกขวาเพื่อสร้างเอกสารใหม่ แล้วเริ่มรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วในการปั่นต้นฉบับห้าถึงหกพันคำต่อชั่วโมงทันที “ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เนื้อหาที่ตัวเองจินตนาการขึ้นจะกลายมาเป็นความจริง และยิ่งไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอกับคราวเคราะห์ถึงขั้นเสี่ยงชีวิตเพราะเรื่องนี้...” “ใช่ครับ ในช่วงที่ผมหายไป ผมถูกตำรวจบุกมาคุมตัวไปสอบสวน เดิมทีผมคิดว่ามันก็แค่กระบวนการสอบถามทั่วไป เพราะผมไม่เคยทำผิดกฎหมายอะไรเลย ผมเชื่อมั่นในประโยคที่ว่า ‘เมื่อตัวตรงเงาก็ย่อมไม่คด’ แต่ผมกลับคาดไม่ถึงเลยว่า การไปครั้งนั้นจะทำให้ผมต้องตกที่นั่งลำบากจนแทบจะล้างมลทินไม่ได้...” “ต่อไปนี้ ขอให้พวกเรามาร่วมสานต่อเรื่องราวที่ถูกลิขิตมาว่าไม่มีวันจบลงได้ง่ายๆ... ไม่สิ ควรจะเรียกว่าเรื่องราวจากชีวิตจริงดีกว่า นั่นคือสิ่งที่ผมต้องเผชิญหลังจากถูกจับกุมทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ และชีวิตการหลบหนีหลังจากนั้น!” “......” เสียงแป้นพิมพ์ดังรัวเป็นจังหวะต่อเนื่องก้องอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของหญิงสาว เพื่อให้ทันเวลา ประกอบกับไม่ต้องใช้จินตนาการอะไรมากในการเติมเนื้อหาเพราะเป็นสไตล์การเขียนแบบเล่าเรื่องจริง ทำให้ความเร็วในการพิมพ์ของเฉินมู่พุ่งสูงทำลายสถิติที่เคยมีมา ในขณะเดียวกัน ณ กรมตำรวจเมืองหยางเฉิง ภายในห้องประชุม บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด! เจ้าหน้าที่สืบสวนทุกคนต่างนั่งเงียบกริบจนแทบไม่กล้าหายใจ โดยเฉพาะเหล่าหัวหน้าหน่วยที่ตอนนี้ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด....
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV