ตอนที่ 3

เขาต้องยังอยู่ในเขตเมืองหยางเฉิงแน่นอน

1,682 คำ~9 นาที
“มันผ่านไปเกินสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว พวกคุณรู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง!” “นั่นหมายความว่าความตื่นตระหนกในสังคมจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น!” “หมายความว่าสื่อทุกสำนักจะจ้องเขม็งมาที่เหตุการณ์นี้!” “และหมายความว่ากรมตำรวจหยางเฉิงของพวกเราจะถูกชาวบ้านและผู้บังคับบัญชาระดับสูงตั้งคำถาม!” “ผู้ต้องสงสัยที่แหกคุกหนีไปจากสถานกักกันหยางเฉิง แต่ในสภาพที่ระดมกำลังตำรวจทั้งเมืองไล่ล่าขนาดนี้ กลับยังไม่สามารถจับกุมตัวมาลงโทษได้หลังจากผ่านไปสี่สิบแปดชั่วโมง กรมตำรวจแบบนี้จะไปตอบคำถามประชาชนได้ยังไง แล้วจะไปรายงานผลต่อเบื้องบนได้ยังไง!” อธิบดีกรมตำรวจหยางเฉิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน ตบโต๊ะเสียงดังปังพร้อมกับตะคอกลั่น ผู้ที่อยู่ข้างล่างต่างพากันนั่งเงียบกริบราวกับเป่าสาก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง การที่นักโทษแหกคุกหนีไปก็นับว่าร้ายแรงถึงขีดสุดอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ผู้ที่แหกคุกออกไปคือฆาตกรใน ‘คดีฆ่ายกครัว’ นี่จึงทำให้เหตุการณ์นักโทษแหกคุกครั้งนี้กลายเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของหยางเฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย! “โจวสวิน ในฐานะที่คุณเป็นพนักงานสอบสวนคดี ‘ฆ่ายกครัว 21 มิ.ย.’ คุณควรจะรู้ดีว่าการแหกคุกครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อสังคมขนาดไหน ฆาตกรฆ่ายกครัวแหกคุกหนีออกมาปะปนอยู่ในสังคม นี่ไม่เพียงแต่จะสร้างความหวาดกลัวไปทั่วหยางเฉิง แต่มันยังเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อความมั่นคงของสังคมอีกด้วย หากเขาลงมือทำผิดซ้ำอีก ผลที่ตามมาจะเกินกว่าจะจินตนาการได้! ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่ผมจะคุ้มกะลาหัวพวกคุณไม่ได้ แต่กรมตำรวจหยางเฉิงทั้งกรมจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกกินแรงราษฎรไร้น้ำยา และต้องเตรียมตัวถูกกวาดล้างท่ามกลางความโกรธแค้นของประชาชน!” ท่านอธิบดีตบโต๊ะอีกครั้ง หลังจากกวาดสายตามองทุกคนในที่ประชุมแล้ว สายตาก็กลับมาหยุดอยู่ที่ ‘โจวสวิน’ หัวหน้าหน่วยสืบสวนอีกครั้ง “โจวสวิน บอกเวลามา คุณต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะจับกุมไอ้นักโทษแหกคุกนั่นกลับมาได้!” “ห้าวันครับ!” ชายวัยประมาณสามสิบสี่สามสิบห้าปีที่เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวน ยกมือขึ้นเสยผมยาวที่ยุ่งเหยิงไปด้านหลัง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาเด็ดเดี่ยว “ให้ไม่ได้! ตั้งแต่เกิดเรื่องมามันเกินสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว เพราะฉะนั้นที่ให้ได้มากที่สุดคือเจ็ดสิบสองชั่วโมง! ถ้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนี้ยังจับกุมไม่ได้ เบื้องบนจะเข้ามาแทรกแซงแน่นอน และนั่นจะทำให้ระดับความสามารถของกรมตำรวจหยางเฉิงถูกนิยามใหม่ทันที ด้วยเหตุนี้ ก่อนเริ่มการประชุมผมได้ยื่นคำขาดกับทางศาลาว่าการเมืองไว้แล้วว่า จะจับกุมตัวคนร้ายกลับมาให้ได้ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนี้!” อธิบดีเอี๋ยนกล่าวเสียงเข้ม “ตกลงครับ!” หลังจากกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็งอยู่ครู่หนึ่ง โจวสวินก็กัดฟันพยักหน้าตอบรับ “เหล่าหลี่!” อธิบดีหันไปมองรองอธิบดีที่อยู่ข้างๆ “อธิบดีเอี๋ยน!” รองอธิบดีหลี่ซึ่งเป็นผู้บริหารรับผิดชอบคดี ‘ฆ่ายกครัว 21 มิ.ย.’ ขานรับทันที “งานจับกุมเฉินมู่ ผมมอบหมายให้คุณเป็นหัวเรือใหญ่ในการสั่งการ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม... ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงต้องจับกุมเฉินมู่กลับมาให้ได้!” อธิบดีเอี๋ยนออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด “ครับอธิบดีเอี๋ยน รับทราบครับ!” .... หลังจากสั่งการและชี้แจงเรื่องสำคัญเสร็จสิ้น อธิบดีก็เดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ในขณะที่รองอธิบดีหลี่และเหล่าผู้นำหน่วยสืบสวนต่างรีบมุ่งหน้าไปยังห้องสั่งการส่วนกลางทันที ภายในห้องสั่งการขณะนี้ หน้าจอขนาดใหญ่ทุกจอถูกเปิดทิ้งไว้ ภาพที่ปรากฏคือพื้นที่หลายช่วงตึกภายในตัวเมืองหยางเฉิง “เจอเบาะแสอะไรบ้างไหม?” หลี่หงเหว่ย รองอธิบดีจ้องมองไปที่จออิเล็กทรอนิกส์พร้อมถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ท่านรองครับ ยังไม่เจอครับ กล้องวงจรปิดทุกตัวไม่พบร่องรอยของเขาเลย แม้แต่เงาที่ดูคล้ายก็ไม่มีครับ!” นายตำรวจนายหนึ่งรายงานอย่างรวดเร็ว “โจวสวิน คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขายังอยู่ในเมืองหยางเฉิง?” หลี่หงเหว่ยหันไปมองโจวสวิน หัวหน้าหน่วยสืบสวน “ครับ ผมเป็นคนพูดเอง เขาต้องยังอยู่ในเมืองหยางเฉิงแน่นอน เมื่อพิจารณาจากเวลาที่เขาแหกคุกออกมากับช่วงเวลาที่ตำรวจเริ่มกระจายกำลังปิดล้อมเมือง รวมถึงจุดสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวในกล้องวงจรปิด ภายใต้ตาข่ายฟ้าดินขนาดนั้น เขาไม่มีทางหนีออกไปจากเขตเมืองหยางเฉิงได้แน่นอน!” โจวสวินกล่าว “ดี ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า เขายังอยู่ในเมืองหยางเฉิง แล้วจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง? ตลอดสี่สิบแปดชั่วโมงเต็ม ไม่มีการแจ้งเบาะแสจากประชาชน ไม่มีกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพเขาได้ กำลังตำรวจนับพันที่กระจายอยู่ทุกหัวระแหงในเมืองหยางเฉิงก็ไม่เห็นร่องรอยของเขาเลย คนทั้งคนนะ ไม่ใช่ยอดมนุษย์ที่จะล่องหนหายตัวไปเฉยๆ ได้!” หลี่หงเหว่ยเสียงต่ำลงด้วยความกดดัน “อย่าลืมว่าเขาเป็นนักเขียนนิยาย และยังเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนด้วย กระบวนการคิดของเขาไม่เหมือนคนทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องความรอบคอบ คนแบบนี้ ต่อให้ไม่เคยรับการฝึกฝนระดับมืออาชีพมา แต่การที่เขาต้องค้นคว้าข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ประกอบการเขียนนิยายสืบสวน ก็เพียงพอจะทำให้เขามีทักษะการต่อต้านการสืบสวนในระดับหนึ่งแล้ว!” โจวสวินเสยผมยาวที่รุงรังพลางอธิบาย “แล้วคุณจะบอกว่ายังไง?” หลี่หงเหว่ยขมวดคิ้ว “ปัจจุบันกล้องวงจรปิดในตัวเมืองหยางเฉิงครอบคลุมพื้นที่เพียงร้อยละเจ็ดสิบเท่านั้น เพราะฉะนั้นเขาต้องซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ร้อยละสามสิบที่กล้องยังเข้าไม่ถึงแน่นอน!” โจวสวินกล่าวต่อ “สิ่งที่ผมจะสื่อก็คือ ให้รีบระดมกำลังตำรวจมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ร้อยละสามสิบที่กล้องวงจรปิดยังไม่ครอบคลุมเหล่านั้นเป็นหลักครับ!” “รีบทำแผนปฏิบัติการแบบละเอียดมาให้ผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!” รองอธิบดีหลี่หงเหว่ยสั่ง “ครับ!” หลี่หงเหว่ยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องสั่งการไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทางด้านโจวสวิน หัวหน้าหน่วยสืบสวนก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อนานนัก เขาพาลูกน้องสองสามคนรีบกลับไปยังพื้นที่ทำงานของหน่วยสืบสวนทันที จากนั้นเขาก็ใช้วิธีสั่งการด้วยปากเปล่าให้ลูกน้องรวบรวมแผนการค้นหาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อส่งไปยังห้องทำงานของรองอธิบดีหลี่หงเหว่ย “หัวหน้าโจว เจ็ดสิบสองชั่วโมงนี่... จะไหวจริงเหรอครับ?” เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะอดใจไม่ไหวถามโจวสวินที่กำลังยืนพิงโต๊ะทำงานและใช้นิ้วนวดขมับอยู่ ทว่าโจวสวินกลับไม่ได้สนใจคำถามนั้น เขาหันไปสั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนอีกคนทันที “ไป เอาสำนวนคดี ‘ฆ่ายกครัว 21 มิ.ย.’ มาให้ผมเดี๋ยวนี้!” “ครับ หัวหน้าโจว!” เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นเดินไปเอาสำนวนคดีตามคำสั่ง เจ้าหน้าที่อีกคนข้างๆ ก็รีบถามขึ้นมา “หัวหน้าครับ คุณคิดอะไรออกเหรอ?” “หลังจากที่เขาแหกคุกออกมา ทำไมเขาถึงวิ่งเข้าหาตัวเมืองล่ะ?” โจวสวินถามกลับ คำถามนี้... ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายถึงกับชะงักไปทันที “แม้ว่าทางสถานกักกันจะรายงานมายังกรมตำรวจทันที และมีการประสานงานตั้งด่านตรวจค้นครั้งใหญ่ แต่จากสถานการณ์ในตอนนั้น เขามีโอกาสถึงสองครั้งที่จะเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีออกไปยังเมืองอื่นหรือออกไปนอกเมือง แต่เขากลับไม่ทำ เขามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างเด็ดเดี่ยว นั่นมันหมายความว่ายังไง? ผมหวังว่าพวกคุณคงไม่คิดว่าเขาแค่ต้องการใช้มุก ‘ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ หรอกนะ?” โจวสวินเอ่ย “หัวหน้าหมายความว่ายังไงครับ?” เจ้าหน้าที่สืบสวนถามอย่างสงสัย “คนที่มีสมองย่อมรู้ดีว่าการหลบหนีเข้าไปในตัวเมืองที่มีกล้องวงจรปิดหนาแน่นมันคือทางตันชัดๆ! แล้วเขาที่เป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ที่มีความรอบคอบและมีตรรกะการสืบสวนที่แข็งแกร่งขนาดนั้น จะไม่รู้เชียวเหรอว่าความเสี่ยงในการซ่อนตัวในเมืองมันสูงแค่ไหน?” โจวสวินย้ำอีกครั้ง “หัวหน้าโจว... หรือคุณจะบอกว่า เหตุผลที่เขาเลือกหนีเข้าเมืองหยางเฉิงหลังจากแหกคุกออกมา จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่แค่การหลบหนีอย่างเดียวงั้นเหรอคะ!” เจ้าหน้าที่สืบสวนหญิงฝ่ายธุรการอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV