ตอนที่ 2
ที่หลบภัยสร้างเสร็จสมบูรณ์
1,689 คำ~9 นาที
“โชคลาภ... หมายความว่าฉันจะดวงดีสุดๆ เลยเหรอ?” ซ่งอวิ๋นไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ตั้งแต่เด็กจนโตเขาเหมือนเป็นพวกห่างไกลคำว่าโชคดีอย่างสิ้นเชิง ซื้อลอตเตอรี่ขูดทีไรไม่เคยถูกแม้แต่รางวัลเดียว
เขาสลัดความคิดไร้สาระทิ้ง ภารกิจสำคัญตอนนี้คือการสร้างที่หลบภัย เมื่อลองดูจำนวนไม้และหินที่ต้องใช้แล้ว เขารู้สึกว่ามันไม่น่าจะหายากเท่าไหร่นัก
ซ่งอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีนัก มีม่านหมอกสีขาวบางๆ ปกคลุมอยู่ เห็นได้ไกลประมาณ 100 เมตรเท่านั้น นี่ขนาดเป็นตอนที่มีแสงสว่างนะเนี่ย
รอบกายเต็มไปด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏ เขาถือขวานคอยถางทางเพื่อหาทำเลที่เหมาะสมสำหรับสร้างที่หลบภัย ระบบแจ้งเตือนว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นแบบสุ่ม ดังนั้นจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภูมิประเทศแบบไหนจะรับมือกับภัยพิบัติครั้งหน้าได้ดีที่สุด
ถ้าเป็นไปได้ควรจะมีแหล่งน้ำ ไม่อย่างนั้นเรื่องน้ำดื่มจะเป็นปัญหาใหญ่ ซ่งอวิ๋นก้าวเดินอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะมีสัตว์ป่ากระโจนออกมา แต่ยังโชคดีที่เรื่องนั้นยังไม่เกิดขึ้น
หลังจากสำรวจไปรอบๆ ได้ไม่กี่ร้อยเมตร เขาก็พบเนินเขาขนาดย่อมที่นูนขึ้นมา บนยอดเนินค่อนข้างราบเรียบและสูงกว่าพื้นดินปกติแค่ประมาณ 1 เมตร พื้นที่มีขนาดกว้างหลายร้อยตารางเมตร พื้นผิวส่วนใหญ่เป็นหิน ทำให้มีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่ประปรายเพียงสามต้น นอกนั้นมีแต่ต้นหญ้าและพุ่มไม้ที่ขึ้นระเกะระกะ
เขาดีใจจนเนื้อเต้น ٩(๑๑ᴗ๑)۶ นี่มันทำเลทองสำหรับสร้างที่หลบภัยชัดๆ แถมแถวนี้ยังมีกองหินและเศษหินระเกะระกะเต็มไปหมด เรื่องหินคงไม่ขาดแคลนไปสักพัก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตอนนี้ยังไม่เจอแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง
“เฮ่ย! ฮุย! เฮ่ย!” ซ่งอวิ๋นเหวี่ยงขวานถางหญ้าและพุ่มไม้รอบๆ จนเกลี้ยงเพื่อเปิดพื้นที่ว่าง เขาเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว จึงนั่งลงบนพื้นเพื่อพักสักครู่
ในใจแอบบ่นว่าร่างกายตัวเองยังไม่แข็งแรงพอ หลังจากพักจนรู้สึกว่าพละกำลังเริ่มกลับมา เขาก็ถือขวานเดินตรงไปยังต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นอยู่โดดเดี่ยวบนเนินเขา
“พลังเอยจงสถิตอยู่กับข้า!” ซ่งอวิ๋นตะโกนลั่น เงื้อขวานในมือสุดแรงแล้วจามใส่ต้นไม้ที่มีขนาดเท่าข้อมือ
*ปึก!* ต้นไม้แข็งราวกับเหล็กกล้า แรงสะท้อนทำเอาแขนเขาชาดิกจนขวานเกือบหลุดมือ “โอ๊ย! เชี่ยเอ๊ย... ต้นไม้อะไรมันจะแข็งขนาดนี้วะ?”
ซ่งอวิ๋นบ่นอุบพลางคลึงข้อมือตัวเอง บนลำต้นมีเพียงรอยบากตื้นๆ เท่านั้น เขาจึงลองตรวจสอบข้อมูลของมัน
[ชื่อ: ต้นเหล็กไหล]
[อายุ: 20 ปี]
[ประโยชน์: ใช้เป็นอาวุธหรือวัสดุอื่นๆ สัตว์บางชนิดชอบใช้ลับฟัน]
คำอธิบายสั้นๆ ง่ายๆ แต่ซ่งอวิ๋นก็ได้ข้อมูลบางอย่างมา นั่นคือไอ้ต้นนี้อาจจะดึงดูดสัตว์ป่ามาลับฟัน!
เขารีบสำรวจดูทันที เมื่อไม่พบร่องรอยการถูกเหลาด้วยฟันสัตว์ก็เบาใจลงได้บ้าง ตอนนี้เขายังโค่นต้นเหล็กไหลสามต้นนี้ไม่ได้ คงต้องลงจากเนินไปหาต้นไม้อื่นเป็นเป้าหมายแทน
*ปึก!* คราวนี้ง่ายกว่าเยอะ ขวานจมลงไปในลำต้นจนเกิดรอยแยก ซ่งอวิ๋นกะประมาณว่าต้นขนาดนี้น่าจะต้องจามสัก 100 ทีถึงจะขาด
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ลุยต่อเลย!
*ปึก! ปึก! ปึก!* ซ่งอวิ๋นตั้งอกตั้งใจตัดไม้พลางปาดเหงื่อเป็นระยะ หลังจากกัดฟันสู้ไปประมาณ 20 นาที ต้นไม้ใหญ่ก็ล้มลงดังโครม
[ประกาศ: ตัดต้นไม้ 1 ต้น ได้รับค่าประสบการณ์ 2 แต้ม]
“ตัดไม้ก็ได้ค่าประสบการณ์ด้วยเหรอ? แต่ให้แค่ 2 แต้มเองนะ” ซ่งอวิ๋นมองแถบค่าประสบการณ์แล้วถอนหายใจ ถ้าเป็นแบบนี้เขาต้องตัดไม้ตั้งเกือบ 50 ต้นถึงจะเลเวล 2
“หลังไม่ต้องหักก่อนเหรอเนี่ย? ดูท่าหนทางยังอีกยาวไกลแฮะ!” ซ่งอวิ๋นจ้องมองไปยังซากต้นไม้ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น
[ตรวจพบทรัพยากรไม้ ต้องการแยกส่วนหรือไม่?]
มีกล่องข้อความเด้งขึ้นมาตรงหน้า ตอนแรกเขาลองเลือก 'ปฏิเสธ' ต้นไม้ก็ยังวางอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เขากลับมาจ้องมันอีกครั้ง พอข้อความเด้งขึ้นมา คราวนี้ซ่งอวิ๋นเลือก 'แยกส่วน'
เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น ต้นไม้ตรงหน้าก็สลายไปกลายเป็นกองไม้แปรรูปทันที
[ได้รับไม้ (ระดับสีขาว) * 8]
แบบนี้ค่อยสะดวกหน่อย พอระบบแยกส่วนให้อัตโนมัติ ซ่งอวิ๋นก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องการขนย้ายซากต้นไม้ขึ้นไปบนเนินเขา
ต้นไม้หนึ่งต้นได้ไม้ 8 หน่วย ตามอัตรานี้เขาแค่ต้องตัดต้นไม้ขนาดพอๆ กันอีก 3 ต้น ก็จะได้ไม้เพียงพอสำหรับสร้างที่หลบภัยแล้ว
เขาสะบัดแขนที่เมื่อยล้า พลางนอนแผ่หราหอบหายใจแรงบนพื้นดิน
จากนั้นก็ตามด้วยต้นที่สองและสาม เขาใช้เวลานานโขกว่าจะตัดเสร็จ สรุปแล้วเขาได้ไม้ทั้งหมด 22 หน่วย และค่าประสบการณ์อีก 5 แต้ม งานนี้ทำให้เขาจับจุดได้ว่า ยิ่งต้นไม้ใหญ่เท่าไหร่ ค่าประสบการณ์และจำนวนไม้ที่ได้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น
แต่การตัดไม้ครั้งนี้กลับไม่กระตุ้นพรสวรรค์ 'โชคลาภ' เลย ซ่งอวิ๋นแอบรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
หลังจากพักเหนื่อยไปครึ่งชั่วโมง เขาก็เริ่มขนไม้ทีละท่อนขึ้นไปบนพื้นที่ว่างบนเนินเขา ผ่านไปอีกชั่วโมงหนึ่ง ในที่สุดภารกิจขนย้ายก็เสร็จสิ้น
ต่อไปคือหิน เรื่องหินนั้นง่ายกว่าเยอะเพราะมีอยู่เต็มตีนเขา ความยากอยู่ที่การขนมันขึ้นไปบนเนินเนี่ยแหละ
ไม่มีทางเลือกอื่น เขาทำได้แค่กัดฟันสู้ต่อ
“แฮ่ก... ในที่สุดก็ครบสักที เหนื่อยโฮกเลยวุ้ย” ซ่งอวิ๋นเหงื่อโชก มองดูโขดไม้และกองหินตรงหน้า
เขาหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบ 'ปฐพีเนรมิต' ออกมาเพื่อเตรียมสร้างที่หลบภัย
[ตรวจพบว่าเงื่อนไขครบถ้วน ต้องการสร้างที่หลบภัย ณ บริเวณนี้หรือไม่? เมื่อสร้างแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้!]
ซ่งอวิ๋นมองกล่องข้อความแล้วกด 'ตกลง' โดยไม่ลังเล
หลังจากเลือกเสร็จ ก็มีกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวปรากฏขึ้นมา เขาสามารถเลื่อนตำแหน่งได้ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังเพื่อปรับตำแหน่งที่หลบภัยอย่างละเอียด
ซ่งอวิ๋นเลื่อนกรอบสีเขียวไปวางบนลานโล่งที่เขาถางไว้ แล้วกดยืนยันการสร้าง
*ตู้ม!* ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมพื้นที่ 10 วินาทีต่อมาควันก็จางหายไป กระท่อมไม้หลังย่อมที่มีฐานเป็นหินและหลังคาทรงสามเหลี่ยมก็ปรากฏแก่สายตาของซ่งอวิ๋น
มันสูงประมาณ 2.5 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยราว 10 ตารางเมตร ซ่งอวิ๋นรีบผลักประตูเข้าไปในบ้านไม้ทันที ด้านในเป็นห้องโล่งๆ พื้นหินค่อนข้างเรียบพอประมาณ
ส่วนปฐพีเนรมิตนั้นวางนิ่งอยู่บนพื้น พร้อมกับเปล่งแสงสีขาวนวลตาออกมา ช่วยเติมความอบอุ่นและแสงสว่างให้กับบ้านไม้ที่มืดสลัว
[เลเวลที่หลบภัย: 1]
[คำอธิบาย: พอจะต้านทานการโจมตีจากสัตว์ป่าขนาดเล็กได้ มีคุณสมบัติรักษาอุณหภูมิ กันลมและฝน]
[ตรวจพบว่าสร้างที่หลบภัยเสร็จสิ้น ระบบซื้อขายเปิดใช้งานแล้ว]
เมื่อได้รับแจ้งเตือนล่าสุด ซ่งอวิ๋นก็รีบเปิดช่องซื้อขายทันที ตอนนี้ในช่องซื้อขายมีข้อความอยู่เพียงประปราย ดูเหมือนว่าคนที่สร้างที่หลบภัยสำเร็จจะยังไม่เยอะนัก
ข้อมูลการซื้อขายที่มีอยู่นั้นส่วนใหญ่เป็นการนำวัตถุดิบมาแลกกับอาหาร ซึ่งไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์กับซ่งอวิ๋นในตอนนี้เลย เพราะถึงอย่างไรอาหารก็เป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนที่สุด
คิดได้ดังนั้น ท้องของเขาก็เริ่มส่งเสียงประท้วง ความหิวโหยเข้าจู่โจมทันที เขาชำเลืองมองเวลา... เที่ยงตรง 12:36 น.
เผลอแป๊บเดียวผ่านไปครึ่งวันแล้ว ตอนทำงานไม่ได้รู้สึกหิวเท่าไหร่ หลังจากกินขนมปังไปแผ่นหนึ่งและน้ำครึ่งขวด ซ่งอวิ๋นก็รู้สึกว่าเวลาเป็นตายเท่ากัน จะมานั่งขี้เกียจไม่ได้
แถมอาหารที่มีอยู่ก็ประทังชีวิตได้ไม่นาน เขาจึงไม่ลังเลที่จะหยิบขวานแล้วออกจากบ้านเพื่อหาอาหารและแหล่งน้ำต่อ
เขาสำรวจพื้นที่รอบๆ ต่อไป อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ซ่งอวิ๋นก็สำรวจรัศมี 500 เมตรรอบที่พักจนเกือบทั่ว
เขาค้นหาอย่างละเอียด ในระหว่างนั้นเจอเจ้ากระต่ายป่าตัวหนึ่งด้วย แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เพราะสภาพของซ่งอวิ๋นตอนนี้ไม่มีทางวิ่งไล่ตามกระต่ายทันแน่นอน
เขาไม่กล้าออกห่างจากที่หลบภัยเกินไป เพราะถ้าเจอสัตว์ป่าขนาดใหญ่ขึ้นมาคงซวยหนัก ซ่งอวิ๋นลังเลว่าจะสำรวจลึกเข้าไปในโซนที่ไม่รู้จักดีไหม แต่หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตัดสินใจลุยต่อ!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน