ตอนที่ 4

ระเบิดกลางงานประชุมผู้ถือหุ้น

1,697 คำ~9 นาที
ชั้นที่ 48 ของอาคารเจียงเหอ ชั้นนี้เป็นที่ตั้งของบริษัท 'หรูซวี่ มีเดีย' ของหลิ่วหรูซวี่ จงไห่หยางเดินทางมาถึงหน้าห้องประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ เขาอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด เขาถึงกับวางกำลังพลฝีมือดีซุ่มล้อมเอาไว้รอบด้าน รวมถึงพลซุ่มยิงอีกหนึ่งนายด้วย! เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความปลอดภัย ผู้ถือหุ้นทุกคนที่จะเข้าห้องประชุมต้องผ่านการตรวจค้นอย่างเข้มงวด ทั้งเครื่องตรวจจับโลหะ การยืนยันตัวตน และการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียดไม่มีตกหล่น เหล่าผู้ถือหุ้นต่างพากันบ่นอุบ เสียงก่นด่าดังขึ้นเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม จงไห่หยางไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ล้วนจำเป็น หากชายปริศนาคนนั้นเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น แล้วเกิดบ้าคลั่งลงมือทำอะไรขึ้นมากลางงานประชุมโดยไม่สนผลลัพธ์ สถานการณ์ในที่เกิดเหตุจะยากเกินควบคุม เพราะฉะนั้น เขาต้องกำจัดความเสี่ยงทุกอย่างให้สิ้นซากตั้งแต่ต้นลม “ทำอะไรกันเนี่ย? ทำไมต้องทำให้มันเครียดขนาดนี้ด้วย” ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ต้องขออภัยด้วยครับ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นและเพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน การตรวจค้นเหล่านี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น” จงไห่หยางตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เฮ้อ! ก็ได้! ยุ่งยากจริงๆ!” แม้เหล่าผู้ถือหุ้นจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่ท่าทีที่จริงจังของหลิ่วหรูซวี่และการปฏิบัติงานของตำรวจในรูปแบบนี้ ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าการประชุมในวันนี้คงไม่ธรรมดา ถึงในใจจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมให้ความร่วมมือในการตรวจค้นและเดินเข้าห้องประชุมไป จงไห่หยางวางกำลังตำรวจไว้รอบห้องประชุม คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของทุกคนอย่างใกล้ชิด สายตาของเขาเฉียบคมดุจเหยี่ยว ไม่ยอมปล่อยให้ร่องรอยที่น่าสงสัยรอดพ้นสายตาไปได้แม้แต่นิดเดียว เขารู้ว่าชายปริศนาคนนั้นมีโอกาสสูงที่จะแฝงตัวอยู่ในหมู่ผู้ถือหุ้นเหล่านี้ หรืออาจจะกำลังเตรียมการโจมตีอยู่ในมุมไหนสักแห่ง เขาต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ภายในห้องประชุม หลิ่วหรูซวี่และเหล่าผู้ถือหุ้นต่างทยอยกันนั่งลงประจำที่ จงไห่หยางเองก็ก้าวตามเข้าไปด้านในด้วย ทุกคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันไป แต่สีหน้าของแต่ละคนกลับดูไม่ดีนัก หลังจากกระซิบกระซาบคุยกันอยู่พักหนึ่ง ห้องทั้งห้องก็ค่อยๆ เงียบลง ผู้ถือหุ้นอาวุโสคนหนึ่งลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก และเอ่ยออกมาด้วยความโกรธแค้นแทนเจ้าของบริษัทว่า “ไม่รู้ว่าเจ้าบ้าที่ไหนมาคอยป่วนจนทำให้พวกเราวุ่นวายกันไปหมด คุณหลิ่ว พวกเรายืนหยัดเคียงข้างคุณเต็มที่ครับ!” ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นพ้อง “ใช่ครับ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้ามาหาเรื่องในช่วงเวลานี้ พวกเราไม่มีทางยอมเด็ดขาด” “คุณหลิ่วไม่ต้องกังวลนะ คุณยังมีพวกเราอยู่! พวกเราจะร่วมเป็นร่วมตายไปกับบริษัท” “ใช่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็จะยืนหยัดอยู่ข้างหลังคุณหลิ่วอย่างมั่นคงครับ” หลิ่วหรูซวี่ถึงกับชะงักไป เธอมองดูเหล่าผู้ถือหุ้นที่ปกติมักจะดูเคร่งขรึมหรือเจ้าเล่ห์ แต่วินาทีนี้พวกเขากลับมายืนหยัดเคียงข้างเธออย่างมั่นคง ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งพลันหลั่งไหลเข้ามาในใจ แม้ในตอนแรก ทุกคนจะก้าวขึ้นเรือลำเดียวกันเพราะเรื่องของผลประโยชน์ที่ผูกพันกันไว้ แต่การใช้เวลาร่วมกันมานานหลายปี หากจะบอกว่าไม่มีความผูกพันกันเลยแม้แต่นิดเดียว ก็คงเป็นการโกหก ถึงแม้ความผูกพันนี้จะไม่ได้บริสุทธิ์หรือสะอาดหมดจดนัก แต่ขอบตาของหลิ่วหรูซวี่ก็ยังแอบรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ พยักหน้าเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “ขอบคุณทุกคนมากค่ะ ฉันซึ้งใจมากที่มีทุกคนอยู่ตรงนี้” “ฉันเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะพบกับอุปสรรคอะไร เราจะผ่านมันไปได้ด้วยกันค่ะ” คำพูดของหลิ่วหรูซวี่ทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ ใช่แล้ว พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันตั้งหลายปี ลมพายุแบบไหนที่ยังไม่เคยเจอ? ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจงไห่หยางอยู่ที่นี่ด้วย จะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ? เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง ทว่าในวินาทีต่อมา จอภาพขนาดใหญ่ในห้องประชุมพลันกะพริบวูบวาบอยู่สองสามครั้ง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่บิดเบี้ยว! “เหอะๆ... หึๆ...” “ฮะๆๆๆๆๆๆ...” เสียงหัวเราะนั้นถูกดัดแปลงมาอย่างชัดเจนจนระบุไม่ได้ว่าเป็นเสียงใคร แต่ดวงตาของจงไห่หยางกลับแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เพียงเพราะเสียงหัวเราะนั้น แทบจะเหมือนกับชายปริศนาในโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายวันนั้นทุกประการ! “เขามันมาจริงๆ ด้วย! ทุกคนเตรียมพร้อม!” จงไห่หยางสั่งการเสียงต่ำ ทุกคนต่างตกใจในตอนแรก นึกว่าอุปกรณ์ขัดข้อง ทว่า หน้าจอขนาดใหญ่ในห้องประชุมกลับสว่างวาบขึ้นมาทันที ปรากฏภาพของชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นสวมหน้ากากที่มีรูปใบหน้ายิ้มอันน่าสยดสยอง ราวกับเป็นปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก รอยยิ้มบนหน้ากากนั้นดูเยือกเย็นและน่าขนลุกเป็นพิเศษเมื่อปรากฏอยู่บนหน้าจอ จนทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องหนาวสั่นไปถึงกระดูก “นั่นใครน่ะ?” “เกิดอะไรขึ้น?” “นั่นคือคนที่มาป่วนงั้นเหรอ??” เหล่าผู้ถือหุ้นพลันแตกตื่นโกลาหล ความหวาดกลัวและความสับสนฉายชัดบนใบหน้าของทุกคน หรือว่า นี่คือสิ่งที่เรียกว่าสถานการณ์พิเศษที่ตำรวจบอกไว้? สีหน้าของจงไห่หยางเคร่งเครียดขึ้น มือเลื่อนไปแตะปืนพกที่เอวโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดชายปริศนาก็ปรากฏตัวออกมา แถมยังเลือกเวลาที่สำคัญที่สุดแบบนี้ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พร้อมกับส่งสัญญาณให้ตำรวจข้างกายเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “สวัสดีตอนเช้าครับ ทุกๆ ท่าน!” เสิ่นเฟิงที่อยู่อีกฟากของหน้าจอ เอ่ยทักทายทุกคนพร้อมรอยยิ้ม ในมือของเขาถือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายรีโมตคอนโทรล วินาทีที่เห็นสิ่งนั้น รูม่านตาของจงไห่หยางพลันหดเกร็ง! ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีทำให้เขาแยกแยะได้ทันทีว่า สิ่งนั้น... มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นรีโมตจุดระเบิด! “เร็วเข้า รีบติดต่อไปที่ ‘ฐานใหญ่’ หาวิธีระบุตำแหน่งของมันให้ได้เดี๋ยวนี้!” คำว่า 'ฐานใหญ่' คือรหัสลับที่ตำรวจสืบสวนส่วนใหญ่ใช้เรียกกองบัญชาการ “รับทราบครับ” สวี่คุนรีบรับคำก่อนจะเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องประชุมไป บรรยากาศตึงเครียดดูเหมือนจะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งชั้นในพริบตา “ทุกคน อย่าเครียดกันนักสิครับ ฮ่าๆๆ...” เสิ่นเฟิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งผ่านหน้าจอ “อืม... วันนี้ที่ฉันมาพบทุกคน หลักๆ คืออยากจะเล่นเกมสักหน่อย เกมที่น่าสนุกมากๆ เลยล่ะ” “หลิ่วหรูซวี่” เสียงของเสิ่นเฟิงแหบพร่าเล็กน้อย “เธอคือคนทรยศ คนทรยศ... ก็สมควรจะถูกทรยศคืน” “เพราะฉะนั้น ตัวเอกของเกมในวันนี้ก็คือเธอยังไงล่ะ” พูดจบ เสิ่นเฟิงก็หยิบวัตถุอย่างหนึ่งขึ้นมาแกว่งไปมาหน้าหน้าจอ เมื่อเห็นสิ่งนั้น ทุกคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดผวา! แม้จะมองผ่านหน้าจอ แต่พวกเขาก็ยังตกใจจนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นั่นมัน... ระเบิด! ใบหน้าของหลิ่วหรูซวี่พลันขาวซีดในชั่วพริบตา คนทรยศ? คนทรยศอย่างนั้นเหรอ!? ทำไมเขาถึงบอกว่าฉันเป็นคนทรยศ? หรือว่า... ทันใดนั้น ผู้ถือหุ้นผมขาวคนหนึ่งก็ชี้ไปที่หน้าจออย่างแรง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า “ห้องเก็บของ... เขาอยู่ในห้องเก็บของ... นั่นมันห้องเก็บของ!” “ผู้ชายคนนั้น... ระเบิด... อยู่ข้างๆ ห้องเรานี่เอง!” ตูม! ราวกับมีเปลวไฟแห่งความกลัวถูกจุดขึ้นในใจของทุกคน พวกเขามองจ้องไปที่ฉากหลังในหน้าจอ เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบก็ผุดขึ้นเต็มตัวทุกคน! ใช่แล้ว สถานที่ที่ชายคนนั้นอยู่นั้น ก็คือห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องประชุมนี้นี่เอง! ระเบิดอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม! “ทุกท่านครับ” เสียงหัวเราะบิดเบี้ยวของเสิ่นเฟิงดังระงมไปทั่วห้องประชุมอีกครั้ง “ฉันขอแนะนำว่า อย่าทำอะไรที่ฉันไม่อยากเห็นจะดีกว่า” “ถ้าพวกคุณไม่เชื่อฟัง ฉันอาจจะกดปุ่มนี้ทันที แล้วพวกเราก็ไปลงนรกพร้อมๆ กัน อย่าสงสัยเลยนะ ฉันทำจริงแน่! ฮ่าๆๆๆๆ...” “เอาล่ะ ตอนนี้ ฉันขอประกาศว่า เกมนี้... เริ่มต้นได้! ฮ่าๆๆๆ...”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV