ตอนที่ 5

ปริศนารถรางมรณะ

1,836 คำ~10 นาที
“ล้อมประตูห้องเก็บของไว้เดี๋ยวนี้ อพยพคนออกไปให้หมด!” “ติดต่อหน่วยกู้ระเบิดด้วย!” จงไห่หยางออกคำสั่งด้วยท่าทางเด็ดขาดโดยไม่ลังเลแม้แต่นาทีเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข้าปิดล้อมประตูห้องเก็บของไว้อย่างหนาแน่นจนกลายเป็นกำแพงมนุษย์ที่แข็งแกร่ง ประสาทของทุกคนเขม็งเกลียวถึงขีดสุด พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ อาจไม่ใช่แค่คนร้ายธรรมดาๆ แต่เป็นคนบ้าที่พร้อมจะกดระเบิดได้ทุกเมื่อ! สายตาของจงไห่หยางคมกริบดุจเหยี่ยว จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าภายใต้หน้ากากยิ้มอันน่าขนลุกบนหน้าจอขนาดใหญ่ สามวันก่อน สถานีตำรวจได้รับจดหมายแจ้งเตือนการฆาตกรรมจากบุคคลปริศนา คนลึกลับคนนั้นบอกว่าจะฆ่าหลิ่วหรูซวี่ในงานประชุมผู้ถือหุ้น และตำรวจจะกลายเป็น “ผู้ช่วย” ในสายตาของเขา และตอนนี้ ชายลึกลับคนนั้นก็กำลังซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของที่อยู่ติดกัน อยู่ห่างจากทุกคนเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น เขากำลังถือรีโมตคอนโทรลระเบิดไว้ในมือ คุกคามชีวิตของทุกคนที่อยู่ที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้น พลแม่นปืนที่จงไห่หยางเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ใช่แล้ว ภายในห้องเก็บของไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว นี่เป็นทั้งข่าวร้ายและข่าวดี การไม่มีหน้าต่างหมายความว่าไม่สามารถล็อคเป้าหมายจากภายนอกได้ แต่ในขณะเดียวกันก็หมายความว่าเป้าหมายมีทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นคือประตูห้องเก็บของ ขอแค่เฝ้าประตูนี้ไว้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะจับเขาไม่ได้ เพียงแต่จงไห่หยางยังคงไม่เข้าใจว่า ทำไมชายลึกลับคนนี้ถึงเลือกใช้วิธีที่เปิดเผยตำแหน่งตัวเองขนาดนี้ สมมติว่าเขาสังหารหลิ่วหรูซวี่ได้จริง เขาจะหนีออกไปได้อย่างไร? หรือว่าเขาไม่ได้คิดจะหนีไปแต่แรกแล้ว? จงไห่หยางขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การบุ่มบ่ามทำอะไรลงไปเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายเกินกว่าจะคาดคิด แม้ในใจจะอยากนำทีมบุกเข้าไปในห้องเก็บของเพื่อรวบตัวชายคนนี้ให้จบเรื่อง แต่เหตุผลก็เตือนเขาว่ามันเสี่ยงเกินไป คำขู่เรื่องระเบิดเป็นดั่งดาบแห่งดาโมคลีสที่แขวนอยู่เหนือศีรษะของทุกคน เขาไม่ใช่นักพนัน และเขาก็เดิมพันด้วยสิ่งนี้ไม่ไหว จงไห่หยางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวไปข้างหน้าแล้วมองที่หน้าจอพลางพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ตำแหน่งของนายถูกเปิดเผยแล้ว ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้จนแก้ไขไม่ได้ จงยุติเรื่องตลกนี่ซะเถอะ” “ไม่ ไม่ ไม่” เสียงหัวเราะของเสิ่นเฟิงหยุดลงทันควัน “เกมเพิ่งจะเริ่มต้นแท้ๆ จะรีบจบไปทำไมกันล่ะ?” เขาหยิบระเบิดขึ้นมาแกว่งไปมาหน้ากล้อง “เวลาเล่นเกม... มีแค่ห้านาทีนะ!” “ถ้าพวกคุณไม่ทำตามกติกาของฉัน อีกห้านาทีข้างหน้า ระเบิดลูกนี้จะทำงานทันที” เสิ่นเฟิงค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กล้อง แล้วเลียนเสียงระเบิดออกมา “ตู้ม!” ทันใดนั้น ทุกคนต่างก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว เมื่อได้สติ บนใบหน้าของแต่ละคนก็ปรากฏความอับอายและโกรธแค้นคละเคล้ากันไป “ฮ่าๆๆๆๆ...” เสิ่นเฟิงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งพลางชี้นิ้วมาทางหน้าจอราวกับได้เห็นเรื่องตลกที่น่าขำที่สุดในโลก เขาหัวเราะอย่างรุนแรงจนดูไม่เหมือนมนุษย์ปกติ “ไอ้คนบ้า!” ไช่เสี่ยวหมิงที่อยู่ข้างหลังจงไห่หยางสบถพึมพำ “เอาละๆ” เสิ่นเฟิงฝืนกลั้นหัวเราะ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงบิดเบี้ยว “ตอนนี้ฉันจะอธิบายกฎกติกาของเกมให้ฟัง” “อ้อ แล้วก็ อย่าคิดจะหนีเชียวล่ะ ถ้าฉันเห็นว่ามีใครพยายามจะออกไปจากที่นี่ ฉันจะกดระเบิดทันที” “ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้นะ สำหรับฉันแล้ว พวกคุณทุกคนในที่นี้ไม่มีใครเป็นผู้บริสุทธิ์หรอก เพราะฉะนั้น อย่าหวังว่าฉันจะปรานี” สิ้นคำพูดของเสิ่นเฟิง หลายคนที่กำลังลังเลและคิดจะแอบหนีออกจากห้องประชุมก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ “อืม ดีมาก แบบนี้สิถึงจะถูก” เสิ่นเฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ “เอาละ ฟังให้ดี กฎก็คือ อีกห้านาทีระเบิดจะดัง บึ้ม! ขึ้นมา” “คุณหลิ่วหรูซวี่ ผู้ถือหุ้นทุกคนในที่นี้รู้จักกับคุณมาหลายปี คุณคงไม่อยากให้พวกเขาต้องลงนรกไปพร้อมกับคุณใช่ไหม?” แววตาของหลิ่วหรูซวี่สั่นระริก ความหวาดกลัวดุจดั่งเถาวัลย์ที่ค่อยๆ เลื้อยรัดและแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเธอ แต่เธอรู้ดีว่าในเวลานี้เธอจะแสดงความกลัวออกมาไม่ได้เด็ดขาด ชายลึกลับคนนี้กำลังพยายามเสี้ยมให้ทุกคนแตกคอกัน! เธอไม่มีวันหลงกลเด็ดขาด หลิ่วหรูซวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จ้องไปที่หน้าจอแล้วพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้คุณขุ่นเคืองตอนไหน ยิ่งเรื่องที่คุณบอกว่าฉันเป็นคนทรยศนั่น ฉันก็ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด” “ถ้าคุณมีความแค้นอะไรกับฉัน ก็มาลงที่ฉันคนเดียวเถอะ ผู้ถือหุ้นทุกคนที่นี่เป็นผู้บริสุทธิ์ หวังว่าคุณจะปล่อยพวกเขาไป!” “ความแค้นระหว่างเรา อย่าให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนด้วยเลย” หลังจากที่หลิ่วหรูซวี่พูดจบ สายตาของทุกคนในห้องที่มองมายังเธอก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนจะตื้นตันใจ และแฝงไปด้วยอารมณ์บางอย่าง “ท่านประธานหลิ่วไม่ต้องกลัวนะครับ พวกเราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ!” “ใช่ครับ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน พวกเราไม่มีวันทอดทิ้งท่านประธานหลิ่วแน่นอน” ทุกคนต่างแสดงท่าทีเดือดดาลด้วยความเห็นอกเห็นใจ “จุ๊ๆๆ คุณหลิ่วช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เสียจริงนะ!” เสิ่นเฟิงหัวเราะเยาะ “หวังว่าพวกคุณจะยังสามัคคีกันแบบนี้ไปได้ตลอดนะ” “เอาละ ฉันจะประกาศกฎของเกมแล้วนะ ง่ายๆ เลย ถ้าอยากหยุดไม่ให้ฉันกดระเบิด มีเพียงทางเดียวเท่านั้น” “สามนาที” เสิ่นเฟิงชูสามนิ้วขึ้นมา “ภายในสามนาทีนี้ ขอเชิญคุณหลิ่วใช้อะไรก็ได้... กรีดหน้าตัวเองให้เสียโฉมซะ!” “ไม่อย่างนั้น ฉันจะกดระเบิดทันที!” เมื่อเสิ่นเฟิงเสนอเงื่อนไขสุดโต่งนั้นออกมา ห้องประชุมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า! นี่มัน... เหล่าผู้ถือหุ้นต่างมองหน้ากันไปมา ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดผวา พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เกมของคนบ้าหนึ่งคน แต่ใบหน้าของหลิ่วหรูซวี่กลับเป็นตัวตัดสินความเป็นความตายของพวกเขา เริ่มมีคนสบถพึมพำ “ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่? มันประสาทกลับหรือเปล่า?” อีกคนพูดด้วยเสียงสั่นเทา “ท่านประธานหลิ่วจะยอมรับเงื่อนไขแบบนั้นได้ยังไง นี่มันวิปริตเกินไปแล้ว” อารมณ์ของทุกคนเปรียบเสมือนภูเขาไฟที่จวนจะระเบิด พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อภายใต้ความกลัวและความโกรธแค้นที่ผสมปนเปกัน “เริ่มจับเวลาแล้วนะ!” เสิ่นเฟิงยิ้มกริ่ม จ้องมองสีหน้าที่แตกต่างกันของทุกคนผ่านทางหน้าจอ ใบหน้าของหลิ่วหรูซวี่ซีดเผือดลงในพริบตา เธอเม้มริมฝีปากแน่น ร่างกายอันบอบบางสั่นสะท้านเล็กน้อย “ไอ้คนวิปริตชัดๆ” จงไห่หยางขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ชายลึกลับคนนี้เป็นตัวอันตรายที่รับมือยากยิ่งนัก และยังเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการเล่นกับความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด! จงไห่หยางรู้ดีว่าสถานการณ์นี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สมองของเขาทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้ปัญหา เขาจะปล่อยให้หลิ่วหรูซวี่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้ และจะปล่อยให้ระเบิดทำงานจนเป็นอันตรายต่อชีวิตของทุกคนก็ไม่ได้เช่นกัน เขากระซิบสั่งตำรวจที่อยู่ข้างๆ ว่า “เตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ ถ้ามีโอกาส ให้บุกเข้าไปรวบตัวมันทันที” ไช่เสี่ยวหมิงกำหมัดแน่น ดวงตาลุกโชนด้วยไฟแห่งความโกรธ “ไอ้หมอนี่... เราจะยอมให้มันจูงจมูกแบบนี้ไม่ได้” ติ๊ก... ติ๊ก... เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ “ผ่านไปสามสิบวินาทีแล้วนะ...” เสิ่นเฟิงเตือนด้วยรอยยิ้ม ดวงตาภายใต้หน้ากากเปล่งประกายความตื่นเต้นที่ชวนให้สันหลังวาบ ทุกคนต่างเฝ้ารอการตัดสินใจของหลิ่วหรูซวี่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ชี้ชะตาชีวิตของพวกเขา ความกลัว ความกังวล และความไม่มั่นคงปรากฏชัดบนใบหน้าของแต่ละคน สายตาของผู้ถือหุ้นจากตอนแรกที่ตกตะลึง ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่ลึกซึ้งขึ้น พวกเขาเริ่มย้อนนึกถึงการสืบสวนของจงไห่หยางในช่วงสองวันที่ผ่านมา ความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น หากจงไห่หยางและตำรวจไม่ปรากฏตัวที่นี่ บางคนในหมู่พวกเขาอาจจะไม่เชื่อคำขู่ของเสิ่นเฟิงเลยแม้แต่น้อย แต่การที่ตำรวจระดับหัวหน้าอย่างจงไห่หยางมาปักหลักสืบสวนที่นี่ถึงสองวันเต็มๆ จะให้พวกเขาสงสัยในความจริงแท้ของเรื่องนี้ได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น สีหน้าหวาดกลัวของหลิ่วหรูซวี่ก็ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่นอน! และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของเสิ่นเฟิง การปรากฏตัวของจงไห่หยาง คือการสะกดจิตเชิงจิตวิทยาที่รุนแรงและเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวที่สุด ถึงแม้จงไห่หยางจะไม่เดินตามเกมที่เขาวางไว้ เขาก็ยังมีวิธีอื่นๆ ที่จะชักจูงให้จงไห่หยางเดินหมากตามเขาอยู่ดี ตั้งแต่วินาทีที่แจ้งความ ทุกคนก็ได้กลายเป็นเบี้ยในกระดานแห่งการล้างแค้นของเขาไปเสียแล้ว!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV