ตอนที่ 2

เกิดใหม่

1,831 คำ~10 นาที
แสงจากมวลภาพนับหมื่นบีบอัดลงเหลือเพียงเส้นแสงสองสายพุ่งเข้าสู่ดวงตาชายหนุ่ม ร่างกายของลู่เหย่สั่นสะท้านเล็กน้อย โลกเบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนจากภาพลวงตากลับคืนสู่ความจริง “คุณชายคะ คุณชาย เสื้อผ้าของท่านซักเสร็จ...” สาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีเขียวมินต์ ท่าทางเฉลียวฉลาดขี้เล่นดูเป็นดรุณีแรกรุ่นผู้มีเค้าความงามล่มเมือง เดินถืออ่างไม้ใส่เสื้อผ้าเข้ามา เสียงสดใสของนางพลันชะงักกึก เช่นเดียวกัน ภาพนับหมื่นในครรลองสายตาของนางหดตัวกลายเป็นแสงสองสายหลอมรวมเข้าสู่ดวงตา ความทรงจำทั้งหมดหวนคืนกลับมา! พวกนางได้เกิดใหม่แล้ว! เกิดใหม่ในหลายปีก่อน สมัยที่ยังอยู่บนยอดฟ้าชั้นที่หนึ่ง และเมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมในตอนนี้ นี่คือเหตุการณ์หลังจากที่พวกเขากลายเป็นศิษย์สำนักต้าเต้าได้ไม่นาน เคร้ง! อ่างซักผ้าหล่นกระแทกพื้น “ทำไม? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?” ฉู่หลิงจ้องมองลู่เหย่อย่างไม่เชื่อสายตา นางได้เกิดใหม่จริงๆ หรือนี่! ลู่เหย่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ฮ่าๆๆ ดูเหมือนเพื่อนยากคนนั้นจะยังมีมโนธรรมอยู่บ้าง ขอบใจเจ้ามาก! ก่อนจะทะลุมิติมา เขาเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยได้รับความรัก เมื่อมายังโลกนี้เขาจึงกระหายความรักอย่างยิ่ง และเขาเคยคิดว่าตนเองได้รับมันมาแล้ว ใช่ เขาเคยได้รับมันจริงๆ ทว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่าสุดท้ายเขาก็สูญเสียมันไป จากไม่มีสู่มี จากครอบครองสู่สูญสิ้น ความรักแท้จริงแล้วหาความยั่งยืนได้จากที่ใด มองดูตอนนี้ การทรยศหักหลังพวกนั้นก็เป็นเพียงลมฝนและเกล็ดหิมะที่พัดผ่านไปเท่านั้น “ท่านมีเก้าชีวิตไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยอมระเบิดตัวเองตายทั้งที่ยังไม่เสียไปสักชีวิตเดียว?” ฉู่หลิงมีแววตาคมปราบ แฝงไปด้วยรังสีกระบี่ที่พาดผ่าน สมกับที่เป็นเทพธิดากระบี่เก้าชั้นฟ้า ลู่เหย่ไม่ได้อธิบายอะไร “ธุระกงการอะไรของเจ้า ข้าจำเป็นต้องอธิบายให้เจ้าฟังด้วยหรือ?” ลู่เหย่กล่าวอย่างผ่อนคลาย เขากระชากกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ สัญญาขายตัว! สีหน้าของฉู่หลิงเปลี่ยนไปทันที ความจริงแล้ว นี่เป็นเพียงเอกสารสัญญาของปุถุชนทั่วไป ไม่มีกฎแห่งมรรคาใดๆ มารองรับ ต่อให้บิดพลิ้วก็ไม่ต้องชดใช้ด้วยสิ่งใด ทว่าสำหรับฉู่หลิง นางกลับมองว่ามันคือความอัปยศอดสูอันยิ่งใหญ่ นางจงเกลียดจงชังมันเป็นที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องจำใจทำหน้าที่รับใช้ต่อไป พรึ่บ! เปลวเพลิงลุกโชนขึ้น ดวงตาของฉู่หลิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ลู่เหย่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเผาสัญญาขายตัวนั่นทิ้งทันที เถ้าถ่านสีดำร่วงกราวลงสู่พื้น “เอาละ เจ้าเป็นอิสระแล้ว” ฉู่หลิงขบกรามแน่นโดยไม่ทราบสาเหตุ ใบหน้าล่มเมืองนั้นเย็นชาถึงขีดสุด “ทำไม? ท่านยังไม่ตอบคำถามข้า ทำไมท่านถึงเลือกที่จะระเบิดตัวเองตั้งแต่ชีวิตแรก ทั้งที่ท่านมีถึงเก้าชีวิต?” “ข้าบอกแล้วไงว่าธุระกงการอะไรของเจ้า... ไสหัวไป!” ร่างกายของฉู่หลิงสั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาของนางเริ่มแดงก่ำ เมื่อสัญญาขายตัวถูกเผาไป หัวใจของนางกลับรู้สึกโหว่เหวงอย่างประหลาด ทั้งที่นี่เป็นสิ่งที่นางปรารถนามาตลอดแท้ๆ “เกิดใหม่คราวนี้ ข้าขอแช่งให้ท่านตายไม่ดี!” คำสาปแช่งถูกทิ้งไว้พร้อมกับร่างของฉู่หลิงที่หมุนตัวเดินจากไป ลู่เหย่หัวเราะออกมา จริงๆ แล้วเขาสามารถลงมือฆ่าฉู่หลิงได้ทันที ทว่าบางครั้ง ความตายก็ไม่ใช่การลงทัณฑ์ที่เลวร้ายที่สุด ฉู่หลิงในตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะและความแค้น ต่อให้เขาฆ่านางไป นางก็คงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดลึกซึ้งอะไร งั้นก็ปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป ให้มีชีวิตอยู่ที่ดียิ่งกว่าใคร! เมื่อเดินออกมาจากเรือนของลู่เหย่ ฉู่หลิงมองดูลานบ้านที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ที่นี่นางและลู่เหย่เคยใช้เวลาร่วมกันเนิ่นนาน หลายครั้งที่ลู่เหย่ชอบกลั่นแกล้งเย้ายวนจนนางเขินอายแล้วเขาก็จะหัวเราะร่า เขามักจะมองนางด้วยสายตาเอ็นดู บางคราวนางก็นวดไหล่ให้เขา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่สาดส่องลงมายังร่างของคนทั้งสอง วินาทีนั้นนางก็เคยรู้สึกว่าวันเวลาช่างสงบสุขเหลือเกิน ทว่าตอนนี้ ทุกอย่างไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว นางหัวเราะเยาะตัวเอง นางมันก็แค่ผู้หญิงสำส่อนที่เคยหลงรักความรู้สึกในการปรนนิบัติรับใช้คนอื่น ครั้งนั้นลู่เหย่ชิงตัวนางมาจากหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่และกักขังนางไว้ไม่ให้กลับบ้าน จนกระทั่งในวันที่เขายอมปล่อยนางกลับไปหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่ก็ล่มสลายไปเสียแล้ว ตอนนี้ นางไม่สามารถอยู่ที่สำนักต้าเต้าได้อีก เดิมทีนางไม่ใช่ศิษย์ของสำนัก แต่ได้อยู่เพราะเป็นสาวใช้รับใช้ศิษย์เท่านั้น กลับบ้าน! เมื่อนึกถึงบิดามารดา ฉู่หลิงก็ใจจดใจจ่ออยากจะกลับไปให้ไวที่สุด นางรีบลงจากเขาและมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่ทันที ความจริงนางยังไม่สิ้นสงสัย ความตั้งใจเดิมของพวกนางไม่ใช่การฆ่าลู่เหย่ เป็นที่รู้กันดีว่าเขามีเก้าชีวิต แผนที่พวกนางทั้งแปดวางไว้เหมือนกันคือต้องเหลือชีวิตสุดท้ายของเขาเอาไว้ เพื่อทำให้เขาเป็นคนพิการและเลี้ยงไว้ข้างกาย ให้เขาชดใช้ความผิดบาปตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ผลคือ เพียงแค่ชีวิตแรก ลู่เหย่ก็เลือกที่จะระเบิดตัวเองทิ้งเสียแล้ว ช่างเถอะ ไม่สนใจแล้ว นางจะกลับบ้าน! ... เงียบสงบเสียที! ลู่เหย่รู้ดีว่าฉู่หลิงต้องกลับบ้านแน่นอน หมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่... ที่นั่นมันถ้ำอสูรดีๆ นี่เอง ฉู่หลิงมี 'กายกระบี่บรรพกาล' หากตระกูลฉู่ตั้งใจฟูมฟัก ในอนาคตนางย่อมกลายเป็นยอดฝีมือที่ปกป้องตระกูลได้ ทว่าตระกูลฉู่ไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเขามีนายน้อยที่มี 'ครรภ์กระบี่โกลาหล' อยู่แล้ว จึงไม่ต้องการให้กายกระบี่บรรพกาลอีกคนตื่นขึ้นมาบดบังรัศมี บวกกับบรรพชนตระกูลฉู่กำลังหลอมกระบี่มาร ซึ่งต้องการผู้มีกายกระบี่มาเป็นเครื่องสังเวย ฉู่หลิงจึงถูกเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย เขาชิงตัวนางออกมาและบังคับให้อยู่ข้างกาย ที่ไม่บอกความจริงเพราะไม่อยากให้นางรู้ว่า ความรักจากพ่อแม่และญาติพี่น้องที่นางได้รับนั้นเป็นเพียงเรื่องจอมปลอม ลู่เหย่ซาบซึ้งดีว่า ความรักจอมปลอมก็คือความรัก บางคนไม่ได้สัมผัสแม้แต่ความรักลวงโลกเสียด้วยซ้ำ นั่นสิถึงจะน่าเวทนาที่สุด จนกระทั่งกระบี่มารใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อไม่มีฉู่หลิง กระบี่มารเล่มนั้นก็เฝ้ารอต่อไปจนถึงที่สุด สุดท้ายเมื่อหาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมไม่ได้ จึงต้องใช้นายน้อยคนนั้นสังเวยกระบี่แทน วันที่กระบี่มารหลอมเสร็จ ก็คือวันที่หมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่ถึงกาลอวสาน คาดว่าตอนนี้เมื่อฉู่หลิงกลับไป ทุกคนในหมู่บ้านคงจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง พวกนั้นคงคิดไม่ถึงว่า จะมีคนโง่ที่หนีรอดไปได้แล้วยังอุตส่าห์เสนอหน้ากลับไปรนหาที่ตายเอง สมควรตายจริงๆ นั่นแหละ! ปัง! ยังไม่ทันได้เริ่มบำเพ็ญเพียร ประตูห้องระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยลูกถีบจนเศษไม้กระเด็นว่อน หญิงสาวในชุดรัดรูปสีแดงเพลิง ผู้มีช่วงขาเรียวยาวสะดุดตา 'เย่ว์หงหลวน' ศิษย์น้องหญิง เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาด้วยเพลิงโทสะ ประตูของข้า...! ลู่เหย่เดือดดาลจัด เจ้าจะเข้าห้องก็เข้ามาสิ จะถีบประตูข้าพังทำไมวะ? ถีบประตูพังแบบนี้ข้าจะนอนจะบำเพ็ญเพียรให้รู้สึกปลอดภัยได้ยังไง! ร่างของลู่เหย่หายวับไป มือข้างหนึ่งพุ่งไปบีบคอเย่ว์หงหลวนทันที เย่ว์หงหลวนแค่นเสียงเย็นชาพลางเงื้อมือขึ้นรับมือ ทว่าเพียงกระบวนท่าเดียว นางก็ถูกลู่เหย่คว้าคอไว้ได้มั่น ลู่เหย่บีบคอนางแล้วยกขึ้นจนลอยเหนือพื้น “วันนี้ เจ้าต้องซ่อมประตูให้ข้า ถ้าทำไม่ได้ข้าจะบีบคอเจ้าให้ตาย!” ลู่เหย่เค้นเสียงเย็นชา เขาฝึกตนมาเนิ่นนาน ไม่เคยมีใครกล้าถีบประตูห้องเขาพังแบบนี้ ถ้าไม่มีประตูเขาจะรู้สึกไม่มั่นคงอย่างมาก เย่ว์หงหลวนมีท่าทีดื้อรั้น จ้องมองลู่เหย่เขม็ง ใบหน้ารูปไข่แสนสวยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะขาดอากาศ นางไม่มีท่าทีจะยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย และลู่เหย่ก็ไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือเช่นกัน บีบให้ตาย! บีบให้ตายไปซะ! ความรู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจของเย่ว์หงหลวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระดูกคอของนางแทบจะแหลกคามือของลู่เหย่ เมื่อมองเห็นความเย็นชาในดวงตาของลู่เหย่ ความรู้สึกของความตายก็ถาโถมเข้ามาเหมือนฝันร้ายที่คืบคลานล้อมรอบตัวนาง เขา... เขาอยากจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ? เขาคิดจะฆ่าข้าจริงๆ! !!! ในใจของเย่ว์หงหลวนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นี่ยังใช่ศิษย์พี่ที่คอยตามใจนางเสมอ คอยอดทนกับนิสัยเอาแต่ใจของนางตลอดมาอย่างนั้นหรือ? ไม่! นางยังตายไม่ได้! นางยังไม่ได้พบกับเฟิ่งอู๋เสีย นางเกิดใหม่มาเพื่อครองคู่เป็นความรักที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องอิจฉากับเฟิ่งอู๋เสียนะ! “ข้า... หึ... ข้า... จะซ่อม...” เสียงแหบพร่าเค้นออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก ลู่เหย่จึงสะบัดร่างเย่ว์หงหลวนลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี “ถ้าข้ากลับมาแล้วประตูยังซ่อมไม่เสร็จ เจ้าตายแน่! ข้าพูดจริง!”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV