ตอนที่ 2
ผู้เล่นในเกม
1,567 คำ~8 นาที
จุดสีขาวจิ๋วข้างรายละเอียดทักษะจางเสียจนแทบจะกลืนไปกับพื้นหลัง หากไม่ใช่เพราะเธอตาดีสังเกตเห็นมันกะพริบอยู่ช้าๆ ก็คงพลาดรายละเอียดนี้ไปแน่
ดูท่าว่าระบบนี้จะจงใจแกล้งผู้เล่นอยู่ไม่น้อย
โยนคนเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลยสักคำ หากเธอไม่สังเกตเห็นรายละเอียดทักษะเข้า ผู้เล่นคนอื่นคงไม่มีทางรู้เลยด้วยซ้ำว่าทักษะพวกนี้อัปเลเวลได้
ฟางเจี่ยวเจี่ยวหรี่ตาลง แล้วลองใช้ทักษะคัดลอกกับกำไลที่ข้อมือ
ไม่มีการตอบสนองใดๆ
ก็สมเหตุสมผลดี
เธอหยิบกระดาษชำระจากมิติเก็บของออกมา แล้วใช้ทักษะอีกครั้ง
เพียงหนึ่งวินาทีหลังจากแสงสีขาววาบผ่าน กระดาษชำระในมือก็เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นสองม้วน
เมื่อเห็นกระดาษม้วนกึ่งหนึ่งถูกคัดลอกจนกลายเป็นม้วนเต็มที่สมบูรณ์ ฟางเจี่ยวเจี่ยวถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง
นี่น่ะหรือที่ว่ามีโอกาสเพิ่มคุณภาพของสิ่งของ?
โอกาสสำเร็จดูจะง่ายดายกว่าที่คิด แต่ไอ้เรื่องคุณภาพนี่สิ?
เธอสัมผัสกระดาษม้วนใหม่ที่ดูสมบูรณ์และนุ่มนวลกว่าเดิมก่อนจะโยนทั้งสองม้วนกลับเข้ามิติเก็บของ แล้วจึงผลักประตูห้องน้ำออกไป
ตอนที่เธอกำลังเช็กกำไลระบบอยู่ไม่ได้ยินเสียงจากภายนอกเลย ห้องน้ำนี้คงมีแค่เธอคนเดียวในตอนนี้
เธอมุ่งหน้าไปที่อ่างล้างหน้า ล้างหน้าและจัดทรงผมกับเสื้อผ้าเล็กน้อย
มองดูหยดน้ำใสเย็นฉ่ำที่กระเซ็นลงบนอ่าง ฟางเจี่ยวเจี่ยวเลือกเพียงใช้กระดาษทิชชู่ชุบน้ำมาแตะริมฝีปากที่แห้งผากของเธอเท่านั้น เธอเลือกที่จะไม่ดื่มน้ำประปาจากโลกแปลกหน้านี้เด็ดขาด
แม้โลกนี้จะดูไม่ต่างจากโลกเดิมของเธอเลย แต่มันกำลังจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ในไม่ช้า
ก่อนจะรู้แน่ชัดว่าหายนะนั้นคืออะไร เธอจำเป็นต้องระแวดระวังเอาไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม... อะไรที่โกยได้ก็ต้องโกย
เธอจัดการเก็บกระดาษชำระจากทุกห้องในห้องน้ำเข้ามิติเก็บของจนหมด ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำด้วยความพึงพอใจ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องน้ำ กลิ่นหอมฟุ้งก็จู่โจมเข้ามาในจมูก
นี่มัน... ดอกหอมหมื่นลี้?!
ฟางเจี่ยวเจี่ยวรีบเดินสำรวจสวนหย่อมเล็กๆ หน้าห้องน้ำอย่างระแวดระวัง แต่เมื่อไม่เห็นต้นหอมหมื่นลี้แม้แต่ต้นเดียว เธอก็ยิ่งตื่นตัวขึ้นไปอีก
กลิ่นหอมของหอมหมื่นลี้ทั่วไปไม่น่าจะรุนแรงได้ขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?
หายนะครั้งนี้เกี่ยวข้องกับพืชงั้นหรือ... หรือว่าเป็นเพราะกลิ่น?
ฟางเจี่ยวเจี่ยวรีบถอยกลับเข้าห้องน้ำ เตรียมจะฉีกชายเสื้อมาทำเป็นหน้ากากชั่วคราว ทว่าพนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งกลับเข็นรถเข็นเข้ามาเสียก่อน
ภายใต้สายตาฉงนของพนักงานทำความสะอาด ฟางเจี่ยวเจี่ยวทำเป็นไม่สนใจและเดินไปเปิดก๊อกน้ำล้างมือข้างๆ เธอ
"พี่คะ ไม่ทราบว่าพี่ได้กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้แถวนี้บ้างไหม กลิ่นหอมชวนดมดีนะคะ?"
"กลิ่นหอมเหรอ? พี่ไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนะ"
พนักงานทำความสะอาดรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ฟางเจี่ยวเจี่ยวชวนคุย แต่ก็ตอบกลับมาตามตรง
ไม่ได้กลิ่นงั้นเหรอ?
กลิ่นหอมหมื่นลี้เข้มข้นข้างนอกนั่นเป็นเรื่องจริงแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเธอเรียนวิชาชันสูตรศพมา จมูกของเธอจึงไวต่อกลิ่นมากกว่าคนทั่วไป
จมูกไว... กว่าคนทั่วไปงั้นหรือ?
แววตาของเธอหม่นลง ฟางเจี่ยวเจี่ยวปิดก๊อกน้ำ
"อ้อ สงสัยจะเป็นเพราะจมูกหนูไวแต่เด็กน่ะค่ะ แย่จังวันนี้หนูมีอาการภูมิแพ้เลยลืมหยิบหน้ากากมาด้วย พอได้กลิ่นหอมแรงๆ แบบนี้แล้วมันแสบจมูกน่ะค่ะ"
"งั้นเหรอ"
พนักงานทำความสะอาดมองดูท่าทางน่าสงสารที่ฟางเจี่ยวเจี่ยวเอาแต่ขยี้จมูก จึงหยิบหน้ากากอนามัยที่ยังไม่แกะห่อออกมาจากกล่องเครื่องมือสองชิ้น
"พี่มีหน้ากากเหลืออยู่ ถ้าไม่รังเกียจก็เอาไปใช้สิ"
"ไม่รังเกียจเลยค่ะ! พี่ช่วยหนูได้มากจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ"
ฟางเจี่ยวเจี่ยวรีบรับหน้ากากมาด้วยความไว พร้อมกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
เมื่อพนักงานโบกมือว่าไม่เป็นไร เธอก็หมุนตัวเดินไปทำความสะอาดห้องน้ำต่อ
ฟางเจี่ยวเจี่ยวฉีกซองหน้ากากแล้วสวมมันทันที ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการตั้งค่าของเกมหรือไม่ แต่พอสวมหน้ากากแล้ว กลิ่นที่เคยหอมรุนแรงจนชวนเวียนหัวเมื่อครู่กลับจางหายไปจนไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
เธอแตะหน้ากากอนามัยบนใบหน้าเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีกลิ่นเล็ดลอดเข้ามา แล้วจึงก้าวออกไปจากสวนหย่อม มุ่งหน้าไปยังถนนสายการค้าไม่ไกลนัก
สรุปได้เกือบแน่ชัดแล้วว่าหายนะของโลกนี้ต้องเกี่ยวข้องกับกลิ่นแน่นอน เธอต้องหาทางสะสมหน้ากากหรืออะไรที่คล้ายกันไว้ให้ได้มากที่สุดเผื่อกรณีฉุกเฉิน
เดินไปตามถนนการค้าได้ไม่กี่สิบเมตรก็พบคลินิกแห่งหนึ่ง ทว่าขณะที่เธอกำลังจะเดินเข้าไป ก็มีคนถูกผลักออกมาจากร้านสะดวกซื้อข้างๆ อย่างโวยวาย
ที่น่าแปลกคือ ไม่ว่าเจ้าของร้านจะผลักไสหรือด่าทออย่างไร คนที่ถูกผลักออกมาก็เอาแต่กินขนมปังและดื่มน้ำอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีความคิดที่จะจ่ายเงินเลยสักนิด
"ซวยชะมัด วันแรกที่ทำงานก็เจอคนบ้ากินฟรีแบบนี้ จะตายก็ไปตายที่อื่นสิ มาเป็นขอทานกินฟรีที่นี่ระวังจะติดคอตายนะ เวรเอ๊ย!"
พนักงานร้านสะดวกซื้อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด จึงทำได้เพียงด่าทอแล้วเดินกลับเข้าร้านไป ไม่คิดจะสนใจอีก
ท้ายที่สุด แค่ขนมปังกับน้ำไม่กี่อย่างจะไปแจ้งความให้เสียเวลาก็ไม่ใช่เรื่อง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้ฟางเจี่ยวเจี่ยวตื่นตัวขึ้นทันที
เดิมทีเธอคิดแค่ว่าที่นี่คือโลกในเกม จึงคิดจะไปหยิบหน้ากากหรือของที่จำเป็นที่ร้านขายยาโดยอัตโนมัติ แต่เธอกลับลืมไปว่าโลกนี้ก็ยังดำเนินไปตามปกติเหมือนโลกภายนอก
ก่อนที่หายนะจะมาถึง ของในโลกนี้ก็ยังต้องใช้เงินซื้ออยู่ดี
งานเข้าแล้วสิ หากเข้าไปหยิบมาดื้อๆ แบบนั้น ไม่เกินสองชั่วโมงคงได้ไปนั่งในสถานีตำรวจแน่
เธอเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดที่เหมือนกับโลกจริงทุกประการ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากย่านการค้า
คงต้องหาทางหาเงินก่อน และเรื่องที่พักกับอาหารก็ต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นคงได้อดตายหรือนอนข้างถนนแน่
สิ่งที่ฟางเจี่ยวเจี่ยวไม่รู้ก็คือ ในสถานีตำรวจตอนนี้มีผู้เล่นเกมหลายคนที่ถูกจับข้อหาปล้นชิงและทำร้ายร่างกายถูกคุมขังอยู่มากมาย
ผู้เล่นเหล่านั้นไม่เพียงแต่ไม่กลัว แต่ยังโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเอ็นพีซีให้ปล่อยตัวพวกเขา โดยอ้างว่าพวกเขาคือผู้มาช่วยกอบกู้โลก
"คนพวกนี้สติไม่ค่อยดีกันหรือไงนะ ป่วยจิตพร้อมกันหลายคนขนาดนี้ หรือว่าจะเป็นลัทธิขายตรงกัน?"
เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นสถานการณ์เริ่มบานปลายจนน่าปวดหัว จึงเริ่มสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น
เหล่าผู้เล่นที่เดิมทีควรถูกกักตัวแค่สามวัน กลับต้องติดค้างอยู่ในสถานีตำรวจนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ กว่าจะถูกปล่อยตัวออกมาหลังจากตรวจสอบยืนยันแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งต้มตุ๋น
ผู้เล่นที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อรู้ว่าในเกมนี้ก็มีกฎหมาย ไม่ได้เป็นพื้นที่นอกกฎหมายก็ถึงกับหงอยไปตามๆ กัน
พวกเขาไม่กล้าไปก่อเหตุปล้นชิงอีก ได้แต่หาทางสารพัดเพื่อเติมเต็มท้องให้ไม่อดตาย
ท้ายที่สุด ในโลกเดิมอาหารทั้งหมดเน่าเสียกินไม่ได้ การอดอาหารจึงเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้
แต่พอมาถึงโลกในเกมนี้ ที่เห็นอาหารมากมายก่ายกองแต่กลับต้องอดมื้อกินมื้อ มันช่างทรมานจนแทบคลั่งตายเสียจริง
...
ทางด้านฟางเจี่ยวเจี่ยว เธอเดินมานานกว่าสองชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ดึงใบประกาศรับสมัครงานออกมา
มองดูแผนที่ฉบับย่อที่ได้มาจากคนเดินถนน ด้วยความที่ไม่มีเงินเธอจึงจำต้องกัดฟันเดินต่อไปยังจุดหมาย
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงโดยไม่ได้กินหรือดื่มอะไรเลย เมื่อเห็นอาคารเป้าหมายอยู่ไม่ไกล ฟางเจี่ยวเจี่ยวถึงกับน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน