ตอนที่ 4
ฉกฉวยผลประโยชน์
1,666 คำ~9 นาที
หลังจากจัดการกิจวัตรส่วนตัวและสวมชุดทำงานเรียบร้อย ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่สะอาดสะอ้านและหลับไปอย่างเป็นสุข
คืนนั้นไม่มีความฝันใดมารบกวน เช้าวันต่อมาเมื่อถึงเวลาหกโมงเช้าเธอก็ตื่นขึ้นมาตามเวลาเป๊ะ
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็รีบตรงไปยังโรงอาหารตามเส้นทางที่จำได้เมื่อวาน
ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว
เมื่อมาถึงโรงอาหาร อารมณ์ของฟางเจี่ยวเจี่ยวก็ดีขึ้นทันตา สมเป็นบริษัทที่เป็นทางการ อาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกมากมายและจัดเต็มจริงๆ
ฟางเจี่ยวเจี่ยวตักโจ๊กทะเลมาหนึ่งชามใหญ่และหยิบไข่ต้มอีกสองฟอง ก่อนจะยกถาดอาหารไปนั่งที่มุมเดิมของเมื่อวาน
คุณป้าที่ตักอาหารให้เธอจำหญิงสาวที่กินจุอย่างฟางเจี่ยวเจี่ยวได้แม่น เมื่อเห็นว่าเช้านี้เธอตักเพียงแค่โจ๊กและไข่ต้ม จึงรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
แต่พอเห็นฟางเจี่ยวเจี่ยวจัดการอาหารมื้อนั้นหมดลงภายในไม่กี่คำแล้วกลับมาตักเพิ่มอีกรอบ คุณป้าก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
คนหนุ่มสาวก็ต้องกินจุแบบนี้แหละถึงจะดี
“แม่หนู กินเยอะๆ สิ คนหนุ่มคนสาวต้องกินข้าวเยอะๆ ร่างกายถึงจะแข็งแรง”
เมื่อเห็นคุณป้าตรงหน้าตักเนื้อวัวพูนชามใส่ในบะหมี่ให้เธอไม่หยุด ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็ส่งยิ้มหวานอย่างว่าง่ายไปให้
“ขอบคุณค่ะพี่สาว”
“โอ๊ย จะเรียกว่าพี่สาวอะไรกันเล่า อายุอานามป้าขนาดนี้แล้ว”
คำว่าพี่สาวจากปากของฟางเจี่ยวเจี่ยวทำเอาคุณป้ายิ้มแก้มปริ แม้ปากจะปฏิเสธอย่างถ่อมตัว แต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้นกว้างจนเกือบถึงใบหู
“กินเยอะๆ นะ ไม่ต้องกลัวไม่พอ สมัยนี้เด็กหนุ่มเด็กสาวมัวแต่ห่วงลดน้ำหนัก ร่างกายก็ผอมแห้ง อาหารที่โรงอาหารเนี่ยเสียของไปตั้งเยอะทุกวัน”
“ได้เลยค่ะพี่สาว ถ้ากินหมดแล้วไม่พอหนูจะมาเติมอีกนะคะ”
ฟางเจี่ยวเจี่ยวถือชามบะหมี่เนื้อพูนชามฝีมือคุณป้ากลับมาที่โต๊ะ ก้มหน้าก้มตาทานพลางคิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่
โรงอาหารเสียของไปตั้งเยอะทุกวัน...
หลังจากทานเสร็จ ฟางเจี่ยวเจี่ยวไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่หยิบโยเกิร์ตขึ้นมาดื่มช้าๆ ที่โต๊ะ
เมื่อเห็นพนักงานคนอื่นๆ ทานเสร็จและทยอยเดินออกไป ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็เงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังโรงอาหาร ก่อนจะสวมหน้ากากอนามัยแล้วลุกขึ้นเพื่อไปหาพนักงานสาวที่ทำหน้าที่จัดสรรงานในสำนักฌาปนกิจให้ตน
พนักงานสาวคนนั้นเห็นใจฟางเจี่ยวเจี่ยวที่เป็นเด็กผู้หญิงและเพิ่งเคยทำงานประเภทนี้เป็นครั้งแรก จึงจัดงานกะกลางวันซึ่งเป็นงานสนับสนุนให้เธอ
ฟางเจี่ยวเจี่ยวรับตารางงานมาดูคร่าวๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พอจะช่วยจัดงานกะกลางคืนให้หนูได้ไหมคะ? ตอนนี้หนูมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินจริงๆ จำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนค่ะ”
คำพูดของฟางเจี่ยวเจี่ยวทำให้พนักงานสาวรับรู้ได้ถึงความลำบากที่พูดไม่ออก ประกอบกับภาพลักษณ์ที่ดูบอบช้ำตั้งแต่ตอนที่เธอเพิ่งมาถึงเมื่อวาน
ทันใดนั้น ในหัวของพนักงานสาวก็จินตนาการเรื่องราวอันน่ารันทดขึ้นมาทันที
ครอบครัวที่ขัดสนจนเด็กสาวตัวเล็กๆ ต้องมาทำงานเป็นพนักงานเคลื่อนย้ายศพเพื่อหาเงินหมุนเวียน...
คงหนีไม่พ้นพ่อที่ติดการพนันงอมแงมกับแม่ที่อ่อนแอไร้ความสามารถ บางทีอาจจะมีน้องชายที่คอยรังแกหรือปู่ย่าตายายที่นอนติดเตียงอยู่ด้วย...
ให้ตายเถอะ
“ได้สิ พี่จะพยายามจัดกะกลางคืนให้ แต่ว่ากลางคืนมันจะเหนื่อยมากเลยนะ”
แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ของพนักงานสาวทำให้ฟางเจี่ยวเจี่ยวรู้สึกอึดอัดจนตัวเกร็ง
แต่ในเมื่อเธอจำเป็นต้องหาเวลาว่างในช่วงกลางวันเพื่อไปทำอย่างอื่น จึงทำได้เพียงฝืนยิ้มและขอบคุณพนักงานสาวภายใต้สายตาที่ดูแคลนนั้น
เธอหยิบตารางงานที่แก้ไขแล้วเดินออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
จนกระทั่งเลี้ยวเข้าหัวมุมถนนและสลัดสายตาเหล่านั้นทิ้งไปได้ ฟางเจี่ยวเจี่ยวจึงถอนหายใจออกมาและเดินกลับไปทางโรงอาหาร
พนักงานสาวที่จัดตารางงานมองตามแผ่นหลังที่ผอมบางแต่ดูเข้มแข็งของฟางเจี่ยวเจี่ยวไป สายตายังคงเต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ
...
เพิ่งเดินมาถึงหน้าโรงอาหารก็เจอคุณป้าคนเดิมกำลังเก็บของ ฟางเจี่ยวเจี่ยวตาเป็นประกายแล้วรีบเข้าไปช่วยทันที
“แม่หนู ทำไมถึงมาอยู่นี่ล่ะ? ไม่ต้องช่วยหรอก ไปเข้างานเถอะ”
เมื่อเห็นฟางเจี่ยวเจี่ยวช่วยเก็บของ คุณป้าก็รีบห้าม
ฟางเจี่ยวเจี่ยวไม่รีบร้อน เธอช่วยย้ายถาดอาหารไปไว้บนรถเข็นแล้วยิ้มตอบ
“พี่สาวคะ หนูเข้างานกะกลางคืนค่ะ หนูเห็นพี่สาวแล้วถูกชะตาเลยอยากมาช่วย แล้วก็ขอบคุณที่วันนี้ช่วยตักเนื้อให้หนูเยอะๆ ด้วยค่ะ”
“เรื่องแค่นี้เอง มันก็เนื้อของบริษัท ป้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เมื่อเห็นฟางเจี่ยวเจี่ยวเต็มใจช่วยตนจริงๆ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณป้า
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สาว หนูยังเด็ก แรงเยอะ ช่วยพี่เก็บของแบบนี้เร็วจะตายไป ถ้าพี่สาวเกรงใจ ไว้คราวหลังตักให้หนูเยอะๆ ก็พอค่ะ พี่ก็รู้นี่ว่าหนูกินจุ”
“ได้เลย ต่อไปมาตักข้าวที่ป้านะ ป้ารับรองว่าจะขุนให้พุงกางเลย”
ทั้งสองคุยกันไปเก็บของกันไป ไม่นานชามและถาดทั้งหมดก็ถูกย้ายไปไว้บนรถเข็น
ฟางเจี่ยวเจี่ยวเหลือบมองไปทางห้องครัว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าที่จับรถเข็น
“พี่สาวคะ หนูเข็นไปเองค่ะ พี่ช่วยเลื่อนประตูหลบไปด้านข้างหน่อย หนูกลัวรถผ่านไม่พ้น”
“เอ้อ ได้ๆ”
เมื่อเข็นรถมาถึงในห้องครัวและเห็นพนักงานคนอื่นๆ กำลังง่วนอยู่กับการล้างจาน ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็แววตาเปลี่ยนไป เธอวางรถเข็นไว้ข้างอ่างล้างจาน
“พี่สาวคะ ชามพวกนี้หนูวางไว้ตรงนี้นะ ข้างหน้ายังมีอาหารเหลืออีกนิดหน่อย เดี๋ยวหนูไปเก็บมาให้ค่ะ”
“ได้จ้ะแม่หนู ด้านหลังนั่นมีถังขยะอยู่ เอาถังขยะไปเข็นมาแล้วเทเศษอาหารทิ้ง แล้วยกแต่ชามกลับมาก็พอ”
คุณป้ามองกองชามพูนพะเนินก็ไม่ได้เกรงใจอะไร ชี้ไปทางประตูหลัง
ฟางเจี่ยวเจี่ยวพยักหน้า เดินไปตามทางที่อีกฝ่ายชี้ผ่านชั้นวางของจนถึงประตูหลังครัว
เมื่อเปิดประตูออกมาก็เจอกับถังขยะสีเขียวอยู่ข้างๆ จริงๆ ด้วย
ในขณะที่ลากถังขยะมา ฟางเจี่ยวเจี่ยวหันไปเห็นถังเหล็กกล้าและกะละมังใส่อาหารที่วางกองอยู่บนชั้นวางต่อหน้า ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย
ตอนที่เข้ามา เธอสังเกตเห็นแล้วว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่บนผนังห้องครัวที่หันหน้าตรงมาทางประตูทางเข้า ส่วนมุมอับสายตานี้มีชั้นวางของวางเรียงรายบังไว้อยู่พอดี...
แสงสีขาวจางๆ ที่แทบมองไม่เห็นวูบผ่าน ในมิติเก็บของไร้ขีดจำกัดของฟางเจี่ยวเจี่ยวก็มีถังเหล็กกล้าและกะละมังใส่อาหารเพิ่มขึ้นมาหลายสิบใบ
เธอเข็นถังขยะกลับมาที่โรงอาหาร มองดูอาหารที่เต็มเอี๊ยดอยู่ในกะละมังเหล็กที่หน้าต่างจ่ายอาหาร
ฟางเจี่ยวเจี่ยวฉวยจังหวะที่ไม่มีใครมอง ใช้ทักษะ 'คัดลอก' ส่งอาหารเหล่านั้นเข้าไปในมิติเก็บของไร้ขีดจำกัด
แผ่นหลังของเธอช่วยบังการกระทำนั้นไว้ การแอบฉกฉวยอาหารจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น
มองดูโจ๊ก หมั่นโถว ซาลาเปา และสารพัดอาหารเช้าอย่างบะหมี่เนื้อที่เพิ่มขึ้นในมิติ ฟางเจี่ยวเจี่ยวซ้อนกะละมังเปล่าแล้วนำกลับเข้าห้องครัวอย่างสบายใจ
ปิดฝาถังขยะวางไว้ที่เดิม ฟางเจี่ยวเจี่ยวฉวยโอกาสตอนเอาอาหารไปคืนคุณป้าเดินสำรวจไปทั่วห้องครัว
หลังจากส่งคืนกะละมังสำเร็จและจำตำแหน่งห้องเก็บเสบียงได้แล้ว เธอก็เอ่ยขึ้น
“พี่สาวคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ฟางเจี่ยวเจี่ยวส่งกะละมังให้คุณป้า เห็นอีกฝ่ายล้างจนสะอาดแล้วนำเข้าเครื่องอบแห้งจึงเอ่ยลา
“พี่สาวคะ ดูเหมือนไม่มีอะไรให้ช่วยแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิแม่หนู รอเดี๋ยว”
คุณป้าเห็นฟางเจี่ยวเจี่ยวจะไปก็รีบลุกขึ้นทันที
หลังจากเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนข้างตัว ก็ดึงตัวฟางเจี่ยวเจี่ยวให้เลี้ยวเข้าไปในห้องพักพนักงานด้านหลังครัว
“มานี่แม่หนู ป้ารู้ว่าหนูกินจุ ตอนนี้ยังหาของดีๆ ให้ไม่ได้ เอาแอปเปิลถุงนี้ไปเก็บไว้ที่หอพักก่อนนะ ดึกๆ หิวแล้วค่อยหยิบมากิน”
คุณป้าล้วงแอปเปิลถุงใหญ่ออกมาจากตู้แล้วยัดใส่มือฟางเจี่ยวเจี่ยว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน