ตอนที่ 5

โกยทรัพยากร (ภาค 2)

1,540 คำ~8 นาที
ฟางเจี่ยวเจี่ยวทำท่าปฏิเสธอย่างเกรงใจ ทว่าคุณป้ากลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู “รับไปเถอะแม่หนู บริษัทเราสั่งของเข้ามาทุกวัน คนกินกันไม่หมดหรอก ของพวกนี้เหลือทิ้งเยอะแยะ ครั้งหน้าป้าจะเก็บของดีๆ ไว้ให้หนูอีกนะ” “งั้นหนูขอบคุณนะคะพี่สาว” ฟางเจี่ยวเจี่ยวคลี่ยิ้มหวาน หลังจากพูดคุยกับคุณป้าอีกเล็กน้อย เธอก็หอบถุงแอปเปิลใบใหญ่กลับเข้าหอพัก ในถุงน่าจะมีแอปเปิลประมาณสองถึงสามสิบลูก การโกยทรัพยากรจากบริษัทช่วยให้เธอสะสมเสบียงได้บ้าง แต่หน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันยังจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม แม้ในอนาคตเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง เธออาจมีโอกาสหาของได้ฟรีๆ แต่ตอนนี้ต้องซื้อมาเตรียมไว้ก่อน ฟางเจี่ยวเจี่ยวหยิบหน้ากากที่ใช้แล้วออกมาจากมิติเก็บของไร้ขีดจำกัด แล้วเริ่มใช้ทักษะคัดลอก หน้ากากที่เคยยับยู่ยี่กลับมาเรียบเนียนเหมือนใหม่ แต่ที่ต่างออกไปคือหน้ากากที่คัดลอกออกมานั้นดูมีคุณภาพดีกว่าเดิมมาก “นี่มัน... หน้ากากกันฝุ่นเกรดอุตสาหกรรมงั้นเหรอ?” ฟางเจี่ยวเจี่ยวดีใจมาก คาดไม่ถึงว่าทักษะคัดลอกจะมีประโยชน์กว่าที่คิด! ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามปล่อยโอกาสในการอัปเกรดทักษะให้เสียเปล่า ใช้ทักษะให้ครบสามครั้งต่อวัน ไม่เกินสิบวันน่าจะอัปเกรดได้ เธอเก็บหน้ากากอุตสาหกรรมเข้ามิติ แล้วสวมหน้ากากธรรมดาเริ่มออกกำลังกายในห้องพัก ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยเธอก็ไม่ได้ฝึกวิชาป้องกันตัวที่คุณพ่อสอนมานานแล้ว ในโลกที่อันตรายและเต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้ เธอต้องฝึกฝนให้กลับมาคล่องแคล่วอีกครั้ง หลังจากฝึกไปได้ไม่กี่รอบ เธอก็เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าได้เวลาแล้วจึงหยิบเสื้อผ้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายก็รู้สึกสดชื่น เธอรีบไปที่โรงอาหารทันที เมื่อคุณป้าเห็นเธอก็รีบกวักมือเรียก เธอถือถาดอาหารไปเข้าแถว และพอถึงคิว คุณป้าก็ตักอาหารพูนถาดให้เธออย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด โชคดีที่หลังออกกำลังกายในห้องพัก ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็หิวพอดี ไม่อย่างนั้นเธอคงกินอาหารปริมาณมหาศาลนี้ไม่หมดแน่ เธอถือถาดอาหารที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูจากคุณป้าไปนั่งที่เดิม และจัดการกินจนหมดอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงนั่งพักย่อยอาหาร จนกระทั่งคนอื่นๆ กินเสร็จและทยอยออกจากโรงอาหารไปจนหมด เธอจึงลุกขึ้นเดินไปหาคุณป้า “เป็นไงแม่หนู อิ่มไหม? กับข้าวยังเหลืออีกเยอะเลยนะ ถ้ายังไม่อิ่มก็ตักเพิ่มได้” “ขอบคุณค่ะพี่สาว หนูอิ่มแล้วค่ะ” ฟางเจี่ยวเจี่ยวรู้สึกขำปนซึ้งกับความห่วงใยของคุณป้า แม้เธอจะกินจุมากกว่าคนทั่วไปแต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น ถาดอาหารที่อัดแน่นจนเกินขีดจำกัดนั่นทำให้เธออิ่มแปล้จริงๆ เห็นสีหน้าของฟางเจี่ยวเจี่ยวที่ดูจริงใจ คุณป้าก็วางใจ “พี่สาวคะ พี่ไปกินข้าวกับคนอื่นๆ เถอะค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยเก็บถาดกับหม้อข้าวพวกนี้ไปไว้ข้างหลังให้เอง” “เอ่อ...” ฟางเจี่ยวเจี่ยวพูดขัดจังหวะความลังเลของคุณป้า “โธ่พี่สาว พี่มองหนูเป็นน้องสาวแท้ๆ แล้ว หนูจะไม่เห็นพี่เป็นพี่สาวแท้ๆ ได้ยังไง? ช่วยพี่สาวเก็บของมันเป็นเรื่องปกติค่ะ พี่รีบไปกินเถอะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด” สุดท้ายคุณป้าก็ใจอ่อน ยอมทำตามที่ฟางเจี่ยวเจี่ยวบอก พร้อมตบหน้าอกรับประกันว่าต่อไปจะคอยดูแลเธอเอง “ได้! ต่อไปนี้หนูคือน้องสาวแท้ๆ ของพี่ ช่วยพี่เก็บของแบบนี้ ถ้ามีของดีๆ พี่จะเก็บไว้ให้หนูแน่นอน” “ขอบคุณค่ะพี่สาว” เห็นคุณป้าไปนั่งกินข้าวกับพนักงานคนอื่นๆ ที่โต๊ะมุมห้อง ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็จัดการเก็บถาดอาหารแล้วถือเข้าไปหลังครัวอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นเธอก็ย้ายอาหารที่เหลือในช่องจ่ายอาหารไปไว้ในมุมอับของกล้องวงจรปิดก่อนจะเก็บเข้ามิติไปตามระเบียบ ทั้งหมูสามชั้นตุ๋น ไก่ต้ม ปลาผัดเผ็ด... อาหารที่เหลือเกินครึ่งถาดถูกฟางเจี่ยวเจี่ยวเก็บเข้ามิติไปจนหมดโดยไม่ลังเล ในโลกเดิมเธอเคยอดข้าวอดน้ำมาสามวันเต็มๆ ทำให้เธอหวาดกลัวความหิวโหยเข้ากระดูกดำ ยิ่งไปกว่านั้น อาหารพวกนี้พนักงานในโรงอาหารสวมหน้ากากและถุงมือตักให้ สะอาดสะอ้าน ฟางเจี่ยวเจี่ยวจึงเก็บเข้ามิติได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร หม้อสเตนเลสในมิติเริ่มไม่พอใช้ ฟางเจี่ยวเจี่ยวเทกับข้าวรวมกันเพื่อเพิ่มพื้นที่หม้อ แล้วหยิบหม้อเปล่าจากชั้นวางด้านหลังติดมือเข้ามิติไปเผื่อไว้ ก่อนจะแอบย่องไปที่หน้าห้องเก็บเสบียง ประตูห้องเก็บเสบียงปิดไม่สนิท ฟางเจี่ยวเจี่ยวส่องดูตามช่องว่าง เมื่อเห็นว่าข้างในไม่มีกล้องวงจรปิดก็รีบมุดเข้าไปทันที เธอปิดประตูเบาๆ เมื่อเห็นอาหารกองพะเนินอยู่บนชั้นวาง ความรู้สึกของฟางเจี่ยวเจี่ยวก็เหมือนหนูที่ตกลงไปในถังข้าวสาร อาหารที่บรรจุเป็นกล่องมีบันทึกจำนวนชัดเจน เธอจึงเลือกหยิบผักเพียงเล็กน้อยจากแต่ละถุง ในถุงมีทั้งผักกาดขาว กะหล่ำดอก มันฝรั่ง ผักกาดกวางตุ้ง พริกหยวก มะเขือม่วง ฟางเจี่ยวเจี่ยวหยิบอย่างละนิดละหน่อยจากแต่ละถุง ทำให้ในมิติเริ่มมีผักสะสมเพิ่มขึ้น ยังมีเครื่องปรุงรสแบบแบ่งขายพวกนี้อีก เธอเลือกหยิบขวดเล็กๆ มาอย่างละขวด ส่วนเกลือหยิบมาค่อนข้างเยอะ เมื่อกวาดตามองรอบๆ และจัดการลบร่องรอยที่เธอเข้ามาให้เรียบร้อยแล้ว ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็ถอยออกมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้ได้ของมาเยอะทีเดียว ถ้าโกยทรัพยากรด้วยความเร็วระดับนี้ไปเรื่อยๆ เธอคงสะสมเสบียงได้ไม่น้อยเลย เพียงแต่ไม่รู้ว่าอาหารในมิตินี้จะนำกลับไปยังโลกเดิมได้หรือไม่ หลังจากทักทายคุณป้าเรียบร้อย ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็กลับหอพักไปออกกำลังกายตามปกติ แล้วรอเวลาไปทำงานในช่วงกลางคืน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งจะวอร์มอัพและกินมื้อเย็นไปแป๊บเดียว เวลาเย็นก็มาถึงเสียแล้ว เมื่อเห็นว่าทักษะคูลดาวน์เสร็จเรียบร้อย ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็มองไปรอบห้องพัก ก่อนจะเพ่งเล็งไปที่เตียงนอน หลังจากใช้ทักษะคัดลอก เตียงสองชั้นที่เหมือนกับเตียงในห้องพักทุกประการก็ปรากฏขึ้น ทำให้ห้องที่คับแคบอยู่แล้วดูแน่นขนัดขึ้นไปอีก เธอเก็บเตียงที่คัดลอกมาเข้ามิติ เมื่อเห็นความชำนาญของทักษะเพิ่มขึ้นเป็นระดับสาม ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็จัดเตรียมตัวก่อนออกไปกินข้าวและเริ่มงาน หลังกินข้าวเสร็จ เธอก็ไปทำงานขนย้ายศพและจัดเตรียมสถานที่ร่วมกับพนักงานคนอื่นๆ อย่างขยันขันแข็ง พนักงานที่เคยเป็นห่วงว่าเธอจะรับมือไม่ไหว หลังจากได้ร่วมงานกันมาหนึ่งคืนก็คลายความกังวลไปมาก ท้ายที่สุดแล้ว การได้ร่วมงานกับคนที่ทำงานคล่องแคล่วและไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาก็ถือเป็นโชคดีที่สุดในการทำงานแล้ว เธอฉวยโอกาสตอนเข้าห้องน้ำแอบใช้ทักษะคัดลอกประจำวัน เมื่อเลิกงานตอนหกโมงเช้า ฟางเจี่ยวเจี่ยวก็ไม่เลือกที่จะกลับหอพักไปพักผ่อน แต่ฉวยโอกาสช่วงที่กำลังช่วยงานเก็บอาหารส่วนเกินเข้ามิติเรียบร้อยแล้วจึงกลับไปนอน เมื่อเห็นฟางเจี่ยวเจี่ยวที่ทำงานมาตลอดทั้งคืนยังอุตส่าห์อยู่ช่วยเก็บงานให้ คุณป้าก็ตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ ในใจตั้งปณิธานว่ามื้อเที่ยงนี้ ถ้าฟางเจี่ยวเจี่ยวมากินข้าว ต้องตักเนื้อให้เยอะที่สุดเพื่อให้เธออิ่มจนพุงกาง วงจรการทำงานแบบนี้ดำเนินไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ จนฟางเจี่ยวเจี่ยวเริ่มชิน เสบียงในมิติสะสมจนได้ปริมาณที่น่าพอใจ ส่วนผักและผลไม้เธอก็ฉวยโอกาสตอนไปหลังครัวแอบหยิบมาจากห้องเก็บเสบียงได้ไม่น้อย เมื่อมองดูหน้ากากในมิติที่มีอยู่น้อยนิด ฟางเจี่ยวเจี่ยวจึงตัดสินใจว่าจะออกไปข้างนอกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ แต่ก่อนจะออกไป เธอยังต้องไปขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้ากับเถ้าแก่เสียก่อน
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV