ตอนที่ 2

ยุคนี้ตำรวจก็แสบไม่ใช่เล่น

1,866 คำ~10 นาที
“ไอ้หนู คนของซ่างคุนมันไม่มีราคาหรอก ถ้าไม่ชอบที่นี่ก็ไปซึนวานเสียเถอะ อย่างน้อยที่นั่นก็ไม่รังแกคนพิการ แถมยังใช้ชีวิตได้ดีกว่านี้หน่อย” เซิ่นซิ่นเลือกบุหรี่สองซองจากกล่องของหมังฮุยพลางเอ่ยเตือน “เงิน... เงินมันเกินครับ” หมังฮุยพยายามจะทอนเงินคืนให้เซิ่นซิ่น “ถือว่าเป็นค่าทิปก็แล้วกัน ไปเถอะ อย่ามารบกวนมื้ออาหารของฉัน” เซิ่นซิ่นโบกมือไล่ หมังฮุยเห็นดังนั้นจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาจดจำใบหน้าของเซิ่นซิ่นไว้ในใจอย่างลึกซึ้งก่อนจะหันหลังเดินจากไป 【สำเร็จภารกิจการทำความดี ค่าชื่อเสียงในถนนวัด +2 ได้รับเงิน 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง รางวัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของโฮสต์โดยวิธีที่ถูกกฎหมาย】 หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เซิ่นซิ่นพาสันเสี่ยวเฉ่าไปที่เคาน์เตอร์แล้ววางเงิน 500 ดอลลาร์ฮ่องกงลงไป เงินจำนวนนี้รวมค่าชดเชยโต๊ะเก้าอี้ที่เขาทำพังไปเมื่อครู่ด้วย เมื่อเดินออกจากร้านชา เซิ่นซิ่นเห็นนักเลงสี่คนถูกลูกน้องของเขาต้อนจนมุมอยู่ที่มุมตึก เขาจึงเดินเข้าไปหา “พวกมึงทำกูเสียอารมณ์มื้ออาหาร เรื่องนี้มันไม่จบง่ายๆ หรอกนะ จริงไหม?” “จริงครับ จริงที่สุด ขอโทษทีครับพี่ ขอโทษจริงๆ” นักเลงทั้งสี่รีบกล่าวละล่ำละลัก “ถ้าไม่จบง่ายๆ งั้นก็จ่ายเงินมา เอาเงินในกระเป๋ามึงออกมาให้หมด” “พวกเราไม่มีเงินแล้วครับ” “แม่มเอ๊ย! บอกให้เอาเงินออกมาก็เอาออกมาสิ!” ลูกน้องของเซิ่นซิ่นเตะเข้าที่ตัวนักเลงคนนั้นก่อนจะเริ่มรื้อค้นกระเป๋า ไม่นานนัก เงินสองร้อยกว่าดอลลาร์ฮ่องกงก็ถูกลูกน้องยึดมาได้จนหมด “หึ นักเลงอะไรกระเป๋าแห้งกว่าหน้าตัวเอง ถ้ากระจอกขนาดนี้ก็ไปหางานทำเถอะ อ้อ พวกมึงน่ะคนของซ่างคุนใช่ไหม? ถ้าซ่างคุนอยากทวงคืนความยุติธรรม ก็บอกให้มันมาหาฉันที่คลับกวงโซ่วในซึนวานก็แล้วกัน” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เซิ่นซิ่นก็นำเสี่ยวเฉ่าขึ้นรถของตนไป แถบถนนวัดนี้มีหัวหน้าคุมอยู่สามคน คือซ่างคุนจากเหอเหลียนเซิ่ง, เสียนซือตงจากตงซิง และเหยียนฉ่านเล่อจากกลุ่มหมายเลข โดยซ่างคุนนั้นเป็นพวกสืบทอดตำแหน่งต่อจากพี่ชาย เป็นพวกไร้สมองที่ใช้แต่กำลัง พี่ชายมันโดนฟันตายไปแล้ว คาดว่าซ่างคุนก็คงไม่รอดเหมือนกัน “พี่ซิ่น นี่เงินครับ” บนรถ ลูกน้องยื่นเงินให้เซิ่นซิ่น “พวกมึงเก็บไว้เถอะ” รถแล่นมาถึงสถานสงเคราะห์เด็กเซนต์พอล เซิ่นซิ่นพาเสี่ยวเฉ่าไปพบกับคุณนายไดสัน ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ “คุณเซิ่น เจอกันอีกแล้วนะคะ” เมื่อเห็นเซิ่นซิ่น คุณนายไดสันก็ยิ้มแย้มต้อนรับ “คุณนายครับ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป คุณดูเด็กลงไปเยอะเลยนะครับ” เซิ่นซิ่นพูดติดตลก “ปากหวานจริงนะพ่อหนุ่ม ถ้าพูดตามภาษาพวกคุณ ฉันก็ปาเข้าไปจะเจ็ดสิบแล้วนะ” คุณนายไดสันกล่าวพลางมองไปที่เสี่ยวเฉ่าซึ่งยืนอยู่ข้างกายเซิ่นซิ่น เมื่อเห็นรอยช้ำสีเขียวม่วงบนตัวของเสี่ยวเฉ่า เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร “เด็กคนนี้คือ?” “พ่อติดคุก แม่ไปหาชู้ใหม่แล้วก็เอาแต่เสเพล ขังน้องไว้ในกรงเหมือนเลี้ยงหมา ผมเลยซื้อสิทธิ์ในการดูแลมาครับ” “พระเจ้าคุ้มครองเถอะ แม่แบบนั้นใจร้ายเกินไปแล้ว” คุณนายไดสันทำเครื่องหมายกางเขนที่หน้าอก ก่อนจะย่อตัวลงบอกกับเสี่ยวเฉ่าว่า “หนูจ๋า ต่อไปที่นี่คือบ้านของหนูนะ” อาจเป็นเพราะรู้สึกได้ว่าจะต้องจากกัน เสี่ยวเฉ่าโผเข้ากอดขาของเซิ่นซิ่นแน่น “เสี่ยวเฉ่า พี่ไม่มีเวลาดูแลหนู ที่นี่เป็นที่ที่ดีมากนะ แถมยังมีเพื่อนรุ่นเดียวกับหนูเยอะแยะเลย” เซิ่นซิ่นก้มลงเกลี้ยกล่อม แต่เสี่ยวเฉ่ายังคงไม่ยอมปล่อยมือ เด็กน้อยย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง เธอรู้ดีว่าเซิ่นซิ่นคือคนที่ดูแลเธอดีที่สุดในช่วงสองปีที่ผ่านมา “เอาแบบนี้ไหม พี่สัญญาว่าทุกสัปดาห์จะมาเยี่ยมหนู ตกลงไหม?” พอได้ยินดังนั้น เสี่ยวเฉ่าจึงค่อยๆ คลายมือออก “เรามาสัญญากันนะ” เสี่ยวเฉ่ายื่นนิ้วก้อยออกมา เซิ่นซิ่นยิ้มพลางยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยสัญญากับเสี่ยวเฉ่า กริ๊งๆ~ เดิมทีเซิ่นซิ่นตั้งใจจะไปดูเด็กอีกสองคนที่เขาส่งมาที่นี่ แต่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน “ครับ พี่ใหญ่” “อาซิ่น มึงไปทำอะไรอยู่ มาที่ร้านหยู่วกูฉี่ด่วน” เสียงอันโอหังของต้าดีดังมาจากปลายสาย “ได้ครับ” เมื่อออกจากสถานสงเคราะห์ เซิ่นซิ่นพาลูกน้องขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านหยู่วกูฉี่ ทว่าในจังหวะที่ผ่านตรอกแห่งหนึ่ง เซิ่นซิ่นก็สั่งให้ลูกน้องหยุดรถ 【กระตุ้นภารกิจสุ่ม: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรุมทำร้ายและบีบบังคับผู้บริสุทธิ์ ในฐานะผู้ผดุงความยุติธรรม คุณควรยื่นมือเข้าไปจัดการ รางวัลสุ่ม: ความรู้หรือทักษะอาชีพหนึ่งอย่าง】 เมื่อเห็นคำแนะนำจากระบบ นี่เป็นครั้งที่สองที่เซิ่นซิ่นกระตุ้นภารกิจระบบได้ ซึ่งรางวัลทักษะอาชีพนั้นดึงดูดใจเขามาก เพราะภารกิจสุ่มครั้งแรกให้รางวัลเป็นวิชาหมัดหงฉวนระดับสูง “ถอยรถกลับไป” เซิ่นซิ่นสั่ง ลูกน้องที่ขับรถไม่เข้าใจสถานการณ์นัก แต่ก็ยอมถอยรถกลับไปจนถึงตรอกที่เพิ่งขับผ่านมา เซิ่นซิ่นที่นั่งอยู่ในรถลดกระจกลง เขามองผ่านตรอกเห็นตำรวจในชุดเครื่องแบบหลายนายกำลังรุมซ้อมชายคนหนึ่งที่นอนกองอยู่กับพื้น “พี่ซิ่น เป็นพวกหน่วย PTU ครับ” ปัง! เสียงลูกน้องยังไม่ทันขาดคำ เซิ่นซิ่นก็เปิดประตูรถลงไป เขาก้มหน้าจุดบุหรี่สูบพลางเดินเข้าไปในตรอก “เฮ้ย! ทำอะไรวะ ถอยไปก่อน” เจ้าหน้าที่ PTU นายหนึ่งที่ยืนคุมเชิงอยู่เห็นเซิ่นซิ่นเดินเข้ามาจึงตะคอกใส่ น้ำเสียงนั้นเป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านในไปด้วย เซิ่นซิ่นเดินไปหยุดตรงหน้าเจ้าหน้าที่ที่คุมเชิงอยู่ พลางพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าอีกฝ่าย “คุณตำรวจครับ ดุจังเลยนะ ตีคนอื่นแล้วถอดรองเท้าตีเนี่ย กลัวทิ้งหลักฐานไว้หรือไง?” “มึงพูดอะไรของมึง!” เจ้าหน้าที่คุมเชิงคว้าเข้าที่คอเสื้อของเซิ่นซิ่น เพียะ! เซิ่นซิ่นคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม “ความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชนต้องสมานฉันท์นะ ข้างหลังนั่นมีคนดูอยู่เยอะแยะ เชื่อไหมว่าผมจะไปร้องเรียนที่แผนกเรื่องร้องทุกข์น่ะ?” เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเจ้าหน้าที่นายนั้นก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบลดมือลง เซิ่นซิ่นคาบบุหรี่พลางเดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในส่วนลึกของตรอก เขาเห็นคนที่ถูกซ้อมปางตายคือหมังฮุย คนที่เขาเพิ่งเคยเจอหน้าเมื่อครู่นี้นี่เอง “ไอ้หนู มึงตาฝาดแล้วมั้ง ลองถามมันดูสิว่าพวกกูไปตีมันตอนไหน?” หัวหน้าหน่วย PTU นามว่าโฮ่วเหวินจ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ พูดจบเขาก็มองไปที่หมังฮุยบนพื้น “หมังฮุย พวกเราเคยตีแกไหม?” หมังฮุยที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นส่ายหน้าช้าๆ “เห็นไหม มึงตาฝาดไปเอง” เมื่อเห็นเซิ่นซิ่นไม่พูดอะไร โฮ่วเหวินจ่านก็ย่อตัวลงไปตบไหล่หมังฮุย “เรื่องที่เราคุยกันไว้น่ะ กลับไปคิดดีๆ นะ” พูดจบโฮ่วเหวินจ่านก็ลุกขึ้นเดินจากไป เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็เดินตามไปเช่นกัน เมื่อพวกตำรวจไปแล้ว เซิ่นซิ่นมองหมังฮุยที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม หลักการของเซิ่นซิ่นในชีวิตนี้คือ สามไม่ทำ ไม่รังแกแม่ลูกอ่อน ไม่รังแกคนพิการ และไม่ขุดสุสานคนไร้ทายาท การกระทำของหน่วย PTU นี่มันน่ารังเกียจจริงๆ “เป็นไงบ้าง พวกมันให้มึงทำอะไร?” หมังฮุยเงยหน้ามองเซิ่นซิ่น นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เซิ่นซิ่นยื่นมือเข้ามาช่วยเขา โดยไม่รู้ตัว หมังฮุยเริ่มเกิดความเชื่อใจในตัวเซิ่นซิ่นขึ้นมา “พะ...พวกมันให้ผมใช้สถานะคนขายบุหรี่ หลอกล่อเปิดทางเข้าที่กบดานของซ่างคุน ถ้าผมไม่ทำตาม พวกมัน...พวกมันจะส่งตัวเสี่ยวฮุ่ยแฟนผมกลับจีน” “หึ!” เซิ่นซิ่นแค่นหัวเราะ ไอ้นักเลงในคราบตำรวจพวกนี้มันชั่วจริงๆ ให้คนพิการอย่างหมังฮุยมาช่วยจับคนในแก๊งแบบนี้ เท่ากับจงใจไม่ให้หมังฮุยรอดชีวิตชัดๆ “ถ้ามึงทำตามพวกมัน มึงตายไม่เกินเดือนนี้แน่ พากแฟนมึงไปอยู่ที่ซึนวานเถอะ ที่คลับของฉันกำลังขาดพนักงานเสิร์ฟ ให้แฟนมึงไปทำตรงนั้น ส่วนมึงก็ขายบุหรี่ของมึงต่อไป” “แต่แฟนผมเป็นคนจีน ถ้าผมไม่ทำตาม พวกมันโทรแจ้งตรวจคนเข้าเมือง แฟนผมก็ต้องโดนส่งตัวกลับครับ” หมังฮุยลุกขึ้นกล่าว จุดอ่อนของเขาคือเสี่ยวฮุ่ย และพวกตำรวจ PTU ก็จับจุดอ่อนนี้มาบีบบังคับให้เขาทำงานให้ “พอไปถึงคลับของฉัน พวกตรวจคนเข้าเมืองไม่มีทางหาตัวแฟนมึงเจอหรอก” ทุกวันนี้คนลักลอบเข้าเมืองในฮ่องกงมีเยอะแยะ ถ้าทางตรวจคนเข้าเมืองจะกวาดล้างจริงๆ ก็คงทำไม่ไหวหรอก “งะ...งั้นผมจะไปซึนวาน ขอบคุณครับพี่ใหญ่ ขอบคุณครับ!” หมังฮุยตื่นเต้นจนคุกเข่าโขกศีรษะให้เซิ่นซิ่น “ไนท์คลับกวงโซ่ว เอาไฟแช็กของฉันไป พวกมันรู้จัก” เซิ่นซิ่นโยนไฟแช็กของตนให้หมังฮุย ก่อนจะโบกมือลาแล้วหันหลังเดินกลับไปที่รถ 【สำเร็จภารกิจสุ่ม ทำภารกิจการทำความดี ค่าชื่อเสียงในถนนวัด +10; พละกำลัง +0.5; ได้รับความรู้ เศรษฐศาสตร์การพัฒนาระดับสูง】 ทันทีที่ขึ้นรถ องค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเซิ่นซิ่น เขานั่งซึมซับความรู้นั้นอย่างเงียบๆ ทำให้แผนการในอนาคตของเขายิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น .........
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV