ตอนที่ 2

ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามเชื้อโรค ยามาชิตะ ทาเคชิ

1,795 คำ~9 นาที
รอบคอบ! หวังโหย่วชวนนั้นรอบคอบถึงที่สุดจริงๆ แม้แต่ยามก้าวเท้าออกจากห้องก็ยังไม่ยอมเผยหน้าให้เห็น เพื่อป้องกันไม่ให้ใครแอบสังเกตเห็นตัวตน หลินเจียงเดินตามหวังโหย่วชวนออกไป โดยมีระเบียงคอยบังสายตาจากคนเบื้องล่าง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีการเปิดประตูออกมาจากตรงนี้ หวังโหย่วชวนไม่ได้เลือกใช้บันไดไม้ แต่กลับหย่อนตัวลงมาจากเชือกที่ผูกไว้ด้านข้าง ซึ่งตำแหน่งนั้นถูกกำแพงบังไว้มิดชิดจนคนภายนอกไม่อาจเห็นได้ ดูท่าแล้วก่อนหน้านี้น่าจะเป็นทางที่หวังโหย่วชวนใช้ปีนขึ้นมาเช่นกัน เมื่อทั้งสองออกมาจากจุดนั้นได้สำเร็จ ต่างมุ่งหน้าไปยังหลังร้านขายยาแผนจีนแห่งหนึ่ง หลังจากยืนยันความปลอดภัยแล้ว หวังโหย่วชวนจึงเอ่ยถามขึ้น "นับตั้งแต่ปูต้องสังเวยชีวิตไป ในเขตเซี่ยงไฮ้ของเราก็ยังมีคนเสียชีวิตตามกันไปอีก 8 ราย ตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วว่าระบบภายในมีปัญหา สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน ฉันได้แจ้งแค่เพื่อนร่วมงานที่ยืนยันได้ว่าปลอดภัยเท่านั้น และเธอก็เป็นคนสุดท้าย" หลินเจียงไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขารู้ดีว่าตนเป็นเพียงคนนอกที่ไม่มีความสำคัญอะไร หากหวังโหย่วชวนคิดจะช่วยชีวิตเขาก็คงมีเพียงเหตุผลเดียว นั่นคือข้อมูลที่เขาสืบมาได้ หวังโหย่วชวนได้รับความไว้วางใจจากปูจริง แต่อย่างไรเสียหากตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนทรยศปู เท่ากับว่าตอนนี้หลินเจียงก็ไม่ต่างจากปลาบนเขียงที่รอวันถูกเชือด หากขืนพูดข้อมูลออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนปิดปากฆ่าทิ้งทันที วิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นการสงวนท่าทีเอาไว้ก่อน "จริงสิ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินปูบอกว่าเธอมีข้อมูลสำคัญอยากจะบอกเขา ตอนนี้บอกฉันได้รึยัง?" หวังโหย่วชวนคว้ากาน้ำชาข้างตัวมาเทใส่ถ้วยให้คนละแก้ว ในตอนนี้หลินเจียงเตรียมตัวมาดีแล้ว เขาจึงส่ายหน้าตอบคำถาม "ไม่ใช่ข้อมูลสำคัญอะไรหรอกครับ แค่รายงานเรื่องเป้าหมายที่ตามประกบอยู่ตามปกติ" หลินเจียงตอบคำถามไปแบบกำกวม หวังโหย่วชวนยกแก้วชาดื่มไปคำหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อ "เซี่ยงไฮ้ถูกยึดครองมานานกว่าหนึ่งปี เขตเช่าก็กลายเป็นเกาะโดดเดี่ยว คนที่จะอดทนอยู่มาได้ถึงตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วิกฤตการณ์คราวนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดตั้งแต่เราทำการปฏิรูปองค์กรมา" สิ่งที่หวังโหย่วชวนเรียกว่าการปฏิรูป แท้จริงแล้วก็คือการที่ลี่สิงเช่อเปลี่ยนมาเป็น คณะกรรมการสำรวจและสถิติส่วนกลาง หรือ จวินถ่ง ในปัจจุบันนั่นเอง "วิทยุสื่อสารที่ฉันถืออยู่น่าจะเป็นเครื่องเดียวที่เหลืออยู่ในเขตเช่าฝรั่งเศส ก่อนจะมาเจอเธอ ฉันเพิ่งติดต่อกับเบื้องบนมา คำสั่งที่ได้รับคือให้รีบโต้กลับและตรวจสอบว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรูให้ชัดเจน" คำพูดของหวังโหย่วชวนแฝงความนัยไว้มากมาย หลินเจียงเป็นคนฉลาดจึงเข้าใจได้ในทันที สถานการณ์ตอนนี้คือเบื้องบนไม่ไว้วางใจใครเลย กระทั่งหวังโหย่วชวนเองก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง และหนทางพิสูจน์ตนที่ดีที่สุดก็คือการสังหารคนญี่ปุ่น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะกู้คืนความไว้วางใจจากเบื้องบนกลับมาได้ "หัวหน้าหวัง มีภารกิจอะไรหรือครับ บอกผมมาได้เลย" หลินเจียงรู้ดีว่าถึงแม้เขาจะไม่มีประสบการณ์ลอบสังหาร แต่มันมาถึงจุดที่ต้องลงมือแล้ว การที่หวังโหย่วชวนมาหาเขา ย่อมไม่ใช่แค่การมาตรวจเช็คว่าเขาไม่ทรยศหรอก ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เขากำลังขาดคน "เป้าหมายคือ ยามาชิตะ ทาเคชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามเชื้อโรคชาวญี่ปุ่น ชายคนนี้กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเขตเช่าฝรั่งเศส หลักๆ ก็เพื่อใช้พื้นที่ที่ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์นี้สะดวกต่อการทดลองของมัน" "ถ้าหากเรากำจัด ยามาชิตะ ทาเคชิ ได้ ทั้งฉัน เธอ และเหลาหลี่ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากเบื้องบนอีกครั้ง" คนที่หวังโหย่วชวนเรียกว่าเหลาหลี่ ก็คือเจ้าของร้านขายยาแผนจีนแห่งนี้และยังเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจวินถ่งด้วย ส่วนลูกน้องคนอื่นๆ ในสังกัดนั้น หวังโหย่วชวนไม่ได้เอ่ยถึง หลินเจียงรู้ดีว่าหากเขานำข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวแซ่หยางมาให้หวังโหย่วชวน แล้วรายงานขึ้นไป แค่นั้นก็ได้รับความไว้วางใจแล้วโดยไม่ต้องลงมือสังหารใคร แต่หลินเจียงไม่กล้าเสี่ยงในตอนนี้ ต่อให้ข้อมูลนี้จะหมดอายุขัยไปบ้าง แต่เขาต้องรับประกันความปลอดภัยของตัวเองก่อน เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าหวังโหย่วชวนไม่มีปัญหาจริงๆ ถึงตอนนั้นเขาก็จะพิจารณาว่าจะงัดข้อมูลนั้นออกมาหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันผสมกับประวัติศาสตร์ที่เขาเรียนรู้มาจากชาติก่อน ดูท่าแล้วเรื่องนี้คงเกี่ยวพันกับการที่ หวังจิงเว่ย และ โจวฝอไห่ ก่อการทรยศชาติ หากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่นานเรื่องใหญ่คงเกิดขึ้น "จะลงมือเมื่อไหร่ครับ?" "ยิ่งเร็วยิ่งดี!" หวังโหย่วชวนหยิบแผนที่ออกมาจากข้างตัว จี้จุดไปที่โรงแรมตงหัวบนถนนหวยไห่พลางกล่าวว่า "ชั้นหนึ่งกับชั้นสองเป็นภัตตาคาร ชั้นสามเป็นสถานบันเทิง ส่วนชั้นสี่คือฐานทดลองลับของเจ้า ยามาชิตะ ทาเคชิ" "หมอนี่ระวังตัวแจ พวกเรากว่าจะสืบจนเจอฐานทดลองของมันได้ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของคนไปไม่น้อย" เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของหวังโหย่วชวนก็สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ชั้น 4 ของโรงแรมตงหัวมีสายลับคุมอยู่ยี่สิบกว่าคน การจะบุกขึ้นไปทำงานให้สำเร็จแทบจะเป็นไปไม่ได้ วิธีเดียวคือต้องรอจังหวะที่มันลงมาข้างล่าง แต่เจ้าหมอนี่มันมีนิสัยที่คาดเดาไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเมื่อไหร่ แถมในจุดนั้นก็ยากที่จะวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์" หลินเจียงพยักหน้ารับ เขาพอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาดก่อนหน้านี้คงมีคนต้องสังเวยชีวิตไปกลุ่มหนึ่งแล้ว "มีรูปถ่ายของ ยามาชิตะ ทาเคชิ ไหมครับ?" หลินเจียงอยากเห็นหน้าตาของมัน แล้วนำไปเปรียบเทียบในระบบประมวลผลข้อมูลของตัวเองดูว่ามีโอกาสแมตช์พบหรือไม่ "มี!" หวังโหย่วชวนหยิบกล่องเหล็กใบเล็กออกจากอกเสื้อ เปิดออกหยิบรูปถ่ายขาวดำส่งให้หลินเจียง หลินเจียงรับรูปมาดู พบว่ามีรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของรูป แต่ยังโชคดีที่ใบหน้าของยามาชิตะยังเห็นได้ชัดเจน แม้จะไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของรูปใบนี้ แต่ที่แน่ๆ คือรูปนี้ได้มาอย่างยากลำบาก และอาจจะมีคนต้องสละชีวิตไปเพื่อมัน ไอ้พวกญี่ปุ่นชาติชั่ว! ยามาชิตะ ทาเคชิ มึงตาย! หลินเจียงจ้องเขม็งไปที่ใบหน้ายามาชิตะในรูป จิตใจสั่งการให้ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เริ่มทำงาน ห้วงสมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว ข้อมูลหลายส่วนหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม่นานนักเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว: 【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ พบประวัติว่า ยามาชิตะ ทาเคชิ เคยปรากฏตัวที่โรงพยาบาลกวงฉือหลายครั้ง ซึ่งโฮสต์เคยพบเห็นมาก่อน】 เป็นไปได้ยังไง? หลินเจียงมองยามาชิตะในรูป ผมของเขาไว้ยาวสลวย แต่ดูไม่ออกว่าไว้หนวดทรงทหารตามแบบฉบับญี่ปุ่น ดูไม่เหมือนคนที่ทำเรื่องเชื้อโรคเลยสักนิด ออกจะดูเหมือนพวกแร็ปเปอร์ในยุคอนาคตที่เขารู้จักเสียมากกว่า ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทยอยปรากฏขึ้นในหัวของหลินเจียง ชายวัยกลางคนศีรษะล้านผู้หนึ่งควงคู่มากับหญิงสาวรุ่น สวมเสื้อโค้ทขนมิงค์หรูหรา หากตัดผมยาวนั้นออกไป ชายคนนี้คือยามาชิตะ ทาเคชิในรูปถ่ายไม่มีผิดเพี้ยน! ใช่เขาแน่! ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง วิธีพรางตัวที่ดีที่สุดก็คือการรวบผมหรือโกนหัวนั่นแหละ แต่เจ้า ยามาชิตะ นี่น่าจะไม่ได้เพิ่งโกนหัวหรอก คงหัวล้านอยู่แล้ว ส่วนผมยาวที่เห็นในรูปก่อนหน้าก็แค่ วิกผม เท่านั้น พอถอดวิกผมออก เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ หมอนี่ก็สามารถเดินเหินในเขตเช่าฝรั่งเศสได้อย่างสบายใจเฉิบ ไม่มีใครจำมันได้แน่นอน หญิงสาวรุ่นที่อยู่ข้างกายมันความสัมพันธ์ต้องไม่ธรรมดาแน่ ถ้าเริ่มสืบจากตัวผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา น่าจะง่ายกว่าเยอะ เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเจียงก็ข่มอารมณ์ความเหนื่อยล้า พลางเสแสร้งแสดงอาการตื่นเต้น "หัวหน้าหวัง ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเคยเจอคนคนนี้ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วยครับ!" "จะเป็นไปได้อย่างไร? ไอ้เจ้า ยามาชิตะ ทาเคชิ นี่มันขลุกอยู่ในโรงแรมตงหัวชั้นสี่ตลอดเวลา เธอคงไม่ได้เคยไปที่โรงแรมตงหัวมาหรอกนะ?" หวังโหย่วชวนรู้สถานะของหลินเจียงดี เงินเดือนอันน้อยนิดของเขานอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว แค่ค่ารถลากยังแทบจะงก ไม่ต้องพูดถึงหรูหราอย่างการไปโรงแรมตงหัวเลยรายได้ต่อเดือนของเขาแทบไม่พอค่าใช้จ่ายที่นั่นด้วยซ้ำ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV