ตอนที่ 1
หน่วยปฏิบัติการพิเศษ
1,490 คำ~8 นาที
15 ธันวาคม ค.ศ. 1938 บ่าย 3 โมงตรง
ภายในห้องใต้หลังคาแห่งหนึ่งในเขตเช่าฝรั่งเศส นครเซี่ยงไฮ้ หลินเจียงนอนเอนกายอยู่บนเตียงไม้แผ่นเล็กๆ เขากำลังหลับตาพักผ่อนเก็บแรง
หลินเจียง อายุ 22 ปี พื้นเพมาจากเมืองฉงชิ่ง เขาเป็นสายสืบระดับล่างของหน่วยข่าวกรองทหาร (จวินถ่ง) ประจำสถานีเซี่ยงไฮ้ มีหน้าที่รวบรวมข่าวสารในเขตเช่าก่อนจะส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อคัดกรอง ข้อมูลรายได้เดือนละ 30 หยวน แทบจะพอแค่ประทังชีวิตไปวันๆ งานของเขานั้นเรียบง่าย คือการคอยสะกดรอยตามบุคคลหรือสถานที่เป้าหมาย แน่นอนว่าหากต้องการเงินเพิ่มก็ต้องหาข่าวที่มีประโยชน์มาแลกกับรางวัล
เมื่อ 2 วันก่อน หลินเจียงกำลังจะไปพบกับผู้บังคับบัญชาของเขาที่ใช้รหัสลับว่า 'ปู' ที่หน้าโรงน้ำชาตามนัด ทว่าพอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไป เสียงปืนก็ดังสนั่นจากข้างใน เขาเห็นผู้บังคับบัญชาของเขาตกลงมาจากชั้นสองของโรงน้ำชา ถูกยิงถึง 8 นัดและสิ้นใจคาที่โดยน้ำมือของสายลับญี่ปุ่น
หลินเจียงที่รอดตายมาได้รีบกลับมายังห้องใต้หลังคาที่เช่าไว้ในราคา 3 หยวน เพื่อรอคำสั่งจากหน่วยจวินถ่ง เขาตระหนักดีว่าการตายของ 'ปู' ต้องมาจากการทรยศภายในที่รั่วไหลข่าวความเคลื่อนไหวให้กับพวกญี่ปุ่น หากเขาทิ้งตำแหน่งหน้าที่ไปในตอนนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง ท้ายที่สุดหากไม่ตายด้วยน้ำมือญี่ปุ่น เขาก็คงถูกทางจวินถ่งกำจัดทิ้งในฐานะคนขายชาติ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าจวินถ่งนั้นจัดการกับคนทรยศอย่างเด็ดขาดไร้ความปรานี
รหัสประจำตัวของเขาในหน่วยคือ 'ปลาดุก' สถานที่ซ่อนตัวแห่งนี้ นอกจาก 'ปู' แล้ว ยังมีคนอื่นรับรู้อีกหรือไม่ เขาเพิ่งจะข้ามมิติมาอยู่ในร่างนี้ได้เพียงวันเดียว ก็มาเจอสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกชวนปวดหัวเช่นนี้ โชคดีเหลือเกินที่มี 'ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่' ติดตัวมาด้วย ทำให้เขาสามารถเก็บภาพและข้อมูลทุกอย่างที่พบเห็นเข้าไปในระบบเพื่อใช้วิเคราะห์อย่างแม่นยำ แต่มันช่างสูบพลังงานสมองอย่างมหาศาล เพียงแค่ใช้วันละหนึ่งถึงสองครั้งเขาก็เหนื่อยล้าทนแทบไม่ไหว
หลินเจียงระลึกถึงเหตุการณ์คราวก่อนที่เขาใช้ระบบนี้ เมื่อได้รับคำสั่งจาก 'ปู' ให้สะกดรอยตามสตรีแซ่หยาง
“10 โมงเช้า ร้านกาแฟฉี่ซื่อหลิน หญิงแซ่หยางนั่งคนเดียวตรงที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิว”
“10 โมง 11 นาที มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจีบ ดูจากสูทและรองเท้าหนังที่เขาใส่ สรุปได้ว่าหมอนั่นเป็นพวกเสือผู้หญิง”
“ทั้งสองคุยกันสองสามประโยคก็ไม่มีอะไรต่อ หญิงสาวไม่ได้สนใจชายคนนั้นเลย ชายหนุ่มจึงจากไปอย่างรู้ความ”
“10 โมง 15 นาที ริมฝีปากซ้ายของหญิงสาวกระตุกเล็กน้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร้านหนังสือตงเจียฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน”
“ต่อจากนั้นหญิงสาวนั่งอยู่ในร้านจนถึง 10 โมง 51 นาที ดื่มกาแฟจนหมดก่อนจะจากไปด้วยท่าทางพึงพอใจ”
“11 โมง 21 นาที หญิงสาวปรากฏตัวที่ถนนเส้นเดิม แล้วเดินเข้าไปในร้านหนังสือตงเจียฝั่งตรงข้าม”
“ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ทำงาน!”
“ผนวกข้อมูลความจำในช่วงครึ่งปีหลังทั้งหมด คัดกรองและจับคู่!”
[ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ ระบบพบว่าชายหนุ่มที่เข้ามาจีบเป้าหมาย ปรากฏตัวในถนนตานเฟิ่งเมื่อวันก่อนพร้อมกับสายลับญี่ปุ่นที่สังหาร 'ปู' โฮสต์เคยเห็นด้านข้างใบหน้าของเขา]
[ติ๊ง! พบว่าเป้าหมายปรากฏตัวในวิสัยทัศน์ของโฮสต์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 9 โมงเช้า]
ข้อมูลข้อแรกทำเอาหลินเจียงเหงื่อซึม เขาจำได้แม่นว่าพวกสายลับญี่ปุ่นพวกนั้นคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่น เขาเห็นหน้าพวกมันชัดเจน แต่ตอนนั้นไม่ได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เมื่อมีระบบมาประมวลผลให้ ทุกอย่างก็กระจ่างชัด ชายหนุ่มคนนั้นแท้จริงแล้วคือคนมาติดต่อกับหญิงสาวนั่นเอง
เมื่อเขารู้ความจริงข้อนี้ การที่หญิงสาวเข้าร้านหนังสือหลังจากนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่เขาไม่สามารถเข้าไปเสี่ยงด้วยได้
ทว่าข้อมูลข้อที่สองกลับผิดคาด! เพราะวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 9 โมงเช้า เขายังไม่ได้ออกจากห้องพักเลย นี่หมายความว่าเขาต้องเห็นเธอจากภายในห้องนี้ แต่หน้าต่างห้องใต้หลังคาเขามีหนังสือพิมพ์แปะทับกันลมอยู่จนมองข้างนอกไม่เห็น สุดท้ายเขาพบภาพถ่ายชิ้นหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ที่ติดหน้าต่างซึ่งตรงกับสตรีคนนั้นพอดี
ตัวตนจริงของเธอคือเครือญาติฝ่ายภรรยาของโจวฝ่อไห่ แต่ยังระบุความสัมพันธ์ชัดเจนไม่ได้ รูปนั้นถ่ายไว้ตอนที่เธอร่วมงานกิจกรรมในเซี่ยงไฮ้ ถึงจะไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นฉบับไหน แต่จากเนื้อหาอื่นสรุปได้ว่าเป็นช่วงก่อนเซี่ยงไฮ้แตก
ตอนนั้นหลินเจียงตั้งใจจะนำข่าวนี้ไปรายงาน 'ปู' แต่ใครจะไปนึกว่า 'ปู' จะถูกฆ่าตายก่อนที่เขาจะไปถึง หากเขาไม่ได้ใช้ระบบประมวลผลข้อมูลจนต้องนอนพักฟื้นอยู่ในห้อง บางทีเขาอาจจะไม่รอดมาจนถึงตอนนี้
โลกในยุคสาธารณรัฐนี้ช่างอันตรายไร้ซึ่งความโรแมนติก และวิกฤตของเขายังไม่จบสิ้น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น!
หลินเจียงตื่นตัวขึ้นทันที เพราะการจะขึ้นมาห้องนี้ต้องผ่านบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่น 'เอี๊ยดอ๊าด' ทุกย่างก้าว แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรนำมาก่อนเลย! มันผิดปกติมาก! เขาคว้าไขควงที่เตรียมไว้ขึ้นมากำด้ามไม้ไม้ไว้มั่นเพื่อป้องกันตัว ใช่ เขาไม่มีปืนติดตัวเพราะระดับความสำคัญไม่ถึง อีกทั้งยังกลัวว่าปืนจะเป็นเหตุให้ถูกเปิดโปง
ตั้งแต่ญี่ปุ่นยึดเซี่ยงไฮ้เมื่อปีก่อน เขตเช่าฝรั่งเศสและเขตสาธารณะก็กลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวที่มีสายลับญี่ปุ่นแฝงตัวอยู่เต็มไปหมด ต้องระวังให้ดีที่สุด
“เซียนเหรินป่านป่าน (ตะคริวแดก) เป็นไม้กระดานหรือแผ่นหิน?”
เสียงข้างนอกเป็นเสียงชายวัยกลางคน ซึ่งรหัสลับนี้คือสิ่งที่เขาตกลงกับ 'ปู' เป็นภาษาฉงชิ่งคำเดียวที่เขาเคยสอนอีกฝ่ายไว้ ใครก็ตามที่พูดรหัสนี้ได้ แสดงว่า 'ปู' ไว้ใจคนผู้นี้สุดหัวใจ!
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เป็นแผ่นยิปซัมป่านป่านต่างหาก!”
หลินเจียงลดนมีดลงแง้มประตูดู เห็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตาและเสื้อบุสำลีเดินคุกเข่าอยู่บนพื้น ผมเผ้าดูเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน
ชายวัยกลางคนรีบก้าวเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูสนิท ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“หลินเจียง สวัสดี ฉันชื่อหวังโหย่วชวน หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษประจำสถานีเซี่ยงไฮ้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกญี่ปุ่นคงตามหาที่นี่เจอในไม่ช้า ทำไมเธอถึงไม่รีบหนีไปก่อน?”
หน่วยปฏิบัติการพิเศษ คือหน่วยที่แยกตัวออกมาจากหน่วยปฏิบัติการที่ 1, 2 และ 3 ไม่ขึ้นตรงกับใครและทำภารกิจอิสระ หวังโหย่วชวนคนนี้ต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'ปู' เแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีวันรู้รหัสลับนี้ และที่สำคัญที่สุด คือชื่อจริงของเขามีเพียง 'ปู' เท่านั้นที่รู้
“ถ้าผมหนีไปตอนนี้ ผมจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือครับ?” หลินเจียงยิ้มขมขื่น
ชายวัยกลางคนขยับแว่นแล้วพยักหน้า “ก็จริง หลังจาก 'ปู' เกิดเรื่อง ฉันก็เฝ้าสังเกตเธออยู่ตลอดเพื่อดูว่าเธอเป็นคนทรยศเขาหรือไม่ การที่เธอยังรออยู่ที่นี่ ความบริสุทธิ์ของเธอก็ผ่านการพิสูจน์แล้ว”
“เราต้องรีบไปจากที่นี่ มีอะไรค่อยไปคุยกันในที่ปลอดภัย”
หวังโหย่วชวนจับแขนหลินเจียงเป็นสัญญาณให้ก้มตัวลง ก่อนจะแง้มประตูออกไปช้าๆ
ก่อนจะจากไป หลินเจียงได้ฉีกเศษหนังสือพิมพ์บนหน้าต่างชิ้นนั้นใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วย
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน