ตอนที่ 4

สตอล์กเกอร์? หรือพวกโรคจิต?

1,863 คำ~10 นาที
【เฟ่ย หาว】: "หาบ้านได้หรือยัง?" 【กู้ อีเฉิง】: "เรียบร้อยแล้ว" 【เฟ่ย หาว】: "ส่งที่อยู่มาให้หน่อย เดี๋ยวตอนเย็นฉันกับโอวหยาง เสี่ยวเหมิงจะเข้าไปช่วยทำความสะอาดให้นะ" กู้ อีเฉิงยกยิ้มมุมปาก แรงงานฟรีแบบนี้มีหรือเขาจะปฏิเสธ การย้ายเข้าบ้านใหม่ก็จำเป็นต้องทำความสะอาดใหญ่ทั้งห้องแบบนี้แหละ ถึงจะอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดจะให้โอวหยาง เสี่ยวเหมิงต้องมาลงมือทำเองหรอก แค่รีดไถแรงงานเฟ่ย หาวคนเดียวก็เกินพอแล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จ กู้ อีเฉิงก็เริ่มง่วง เขาจัดกระเป๋า ปูที่นอนเรียบร้อย แล้วเตรียมตัวไปอาบน้ำก่อนจะล้มตัวลงนอนสักงีบ กู้ อีเฉิงหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่เดินเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำค่อนข้างเล็กและไม่มีการแยกโซนเปียกแห้ง เขาหันมองรอบๆ ทันใดนั้นก็พบว่าแม้แต่ที่แขวนเสื้อผ้ายังไม่มีเลย สุดท้ายสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับที่จับประตู แม้จะลังเลอยู่บ้างแต่เขาก็เลือกที่จะแขวนเสื้อไว้ตรงนั้น ผลปรากฏว่าตอนที่เขาอาบน้ำเสร็จและกำลังจะหยิบเสื้อมาใส่ ก็พบว่าเสื้อผ้าหล่นลงไปกองบนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หัวใจเขาหล่นวูบ สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ "ซวยแล้วไง..." พอหยิบเสื้อขึ้นมาดู ใจก็เย็นเฉียบลงครึ่งหนึ่ง โชคดีที่กางเกงในอยู่ข้างในเสื้อผ้าเลยเปียกแค่เล็กน้อยยังพอถูไถไปได้ แต่เสื้อตัวนอกนั่นเปียกไปกว่าครึ่ง อีกอย่างห้องน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีคนอยู่นานฝุ่นเลยเยอะ เสื้อพอโดนน้ำแล้วติดฝุ่น ตอนนี้กลายเป็นคราบสกปรกจนใส่ไม่ได้แล้ว ถ้าขืนใส่สภาพนี้เดินกลับห้อง คงเท่ากับว่าอาบน้ำฟรีเสียเปล่า... จนปัญญา กู้ อีเฉิงจึงเลือกที่จะแอบย่องกลับห้อง แต่เขาก็ไม่รู้ว่ารูมเมตที่อยู่ห้องตรงข้ามเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้ชายก็คงไม่เท่าไหร่ ต่อให้เจอกันเข้าก็คงไม่กระอักกระอ่วนนัก กู้ อีเฉิงถอนหายใจ เปลี่ยนใส่กางเกงในตัวใหม่ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำออกไปดูอย่างระแวดระวัง ทว่าในห้องนั่งเล่นกลับเงียบเชียบ รูมเมตไม่น่าจะออกมาตอนนี้หรอกนะ? เขาสังเกตการณ์อยู่ประมาณครึ่งนาที ห้องนั่งเล่นก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ กู้ อีเฉิงถึงได้ย่องออกมาจากห้องน้ำโดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อท่อนบน สภาพดูล่อแหลมสุดๆ หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว... ทว่าทันทีที่มือเขาแตะโดนลูกบิดประตูห้องนอน ประตูห้องตรงข้ามก็เปิดผลัวะออกมา กู้ อีเฉิงใจหายวาบไปอยู่ที่ตาตื่น เขาหันขวับไปมอง เห็นเด็กสาวคนหนึ่งก้าวออกมาจากห้องฝั่งตรงข้ามในมือถือแอปเปิลอยู่หนึ่งลูก กู้ อีเฉิงเขินจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี ใบหน้ากระตุกค้างพูดอะไรไม่ออก "กรี๊ด!!!" เด็กสาวพอเห็นภาพตรงหน้าก็หวีดร้องออกมาทันที นี่มันไอ้พวกสตอล์กเกอร์โรคจิตนี่นา! ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านตัวเองได้ แถมยังไม่ใส่เสื้ออีก! เธอใช้แอปเปิลในมือต่างอาวุธ ด้วยร่างกายเล็กๆ นั่นกลับระเบิดพลังแฝงออกมาทุ่มใส่กู้ อีเฉิงอย่างจัง ทั้งทุ่มทั้งด่า "ไอ้พวกโรคจิต! ไอ้สตอล์กเกอร์!" ด่าจบก็รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันทีโดยที่กุญแจก็ไม่ได้หยิบไปด้วย บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกถึงขีดสุด ฝีมือการปาแอปเปิลของเธอทั้งเร็ว แม่น และแรง จนกู้ อีเฉิงลงไปนอนกองกับพื้นชักกระตุกเป็นพักๆ พื้นห้องนั้นเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่าแผลจะบวมไหม กู้ อีเฉิงนึกสังเวชในใจ ชื่อเสียงของเขาคงเน่าเฟะหมดแล้ว นี่เพิ่งจะมาถึงเต๋อเจียงวันแรกเองนะ! น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกมาจากหางตา ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บหรือเพราะชื่อเสียงป่นปี้กันแน่ พักอยู่ครู่ใหญ่ กู้ อีเฉิงถึงลุกขึ้นเดินกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดๆ "ก๊อก ก๊อก ก๊อก!" หลังจากใส่เสื้อได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหนักๆ ดังขึ้น เขาต้องลากสังขารที่บาดเจ็บไปเปิดประตู พอเปิดออกมาก็พบเด็กสาวคนเมื่อครู่ยืนอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนขนาบข้าง เด็กสาวชี้หน้าตะโกนว่า "นี่แหละค่ะคนนี้!" รปภ. ทั้งสองเดินก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว บังหน้าเด็กสาวไว้ แล้วจ้องกู้ อีเฉิงด้วยแววตาระแวดระวัง หนึ่งในนั้นทำหน้าขรึมแล้วถามว่า "ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วไปตามสะกดรอยตามผู้หญิงเขาทำไม? แถมยังถอดเสื้อต่อหน้าเขาอีก คุณรู้ไหมว่านี่มันคุกคามทางเพศนะ!" กู้ อีเฉิง: ... แบบนี้จะยอมรับได้ยังไง! กู้ อีเฉิงรีบอธิบาย "ผมเพิ่งย้ายเข้ามาวันนี้เองครับ! ผมก็พักที่นี่เหมือนกัน ไม่เชื่อดูสัญญาเช่าได้เลย ผมไม่ได้ใส่เสื้อเพราะทำเสื้อสกปรกตอนอาบน้ำเลยใส่ไม่ได้!" รปภ. สองคนมองหน้ากัน แววตาสงสัยยังคงจับจ้องไปที่กู้ อีเฉิง พวกเขามีจำนวนคนมากกว่าจึงไม่กลัวว่ากู้ อีเฉิงจะทำอะไรตุกติก จึงบอกว่า "เอาสัญญาเช่ากับบัตรประชาชนมาให้เราดูหน่อย" กู้ อีเฉิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินกลับไปหยิบสัญญาเช่าและบัตรประชาชนออกมาให้รปภ. หลังจากรปภ. ตรวจสอบเปรียบเทียบอย่างละเอียด ก็พบว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่กู้ อีเฉิงพูด เขาเป็นหนึ่งในผู้เช่าที่พักนี้จริงๆ รปภ. ยื่นเอกสารให้เด็กสาวดูเพื่อให้เธอตรวจสอบด้วย "แม่หนู เป็นการเข้าใจผิดนะ พ่อหนุ่มคนนี้เป็นรูมเมตของหนู ไม่ใช่สตอล์กเกอร์อะไรนั่นหรอก" รปภ. อธิบายเสร็จก็หันมาบอกกู้ อีเฉิง "ดูเหมือนจะเป็นการเข้าใจผิดนะ ขอโทษด้วยละกันพ่อหนุ่ม" "ไม่เป็นไรครับ อธิบายกันเข้าใจก็พอแล้ว" จู่ๆ ก็โดนมองว่าเป็นพวกโรคจิตกับสตอล์กเกอร์ กู้ อีเฉิงก็พูดไม่ออกเหมือนกัน แต่พอลองคิดดูดีๆ ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก็ชวนให้เข้าใจผิดจริงๆ คนแปลกหน้าที่ไม่ใส่เสื้อเดินทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ในบ้าน ใครเห็นก็ต้องกลัว แต่ก็นะ ต้องชมว่าระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านนี้ดีจริงๆ... "เอาล่ะ ในเมื่อเป็นรูมเมตกันก็อยู่กันดีๆ นะพวกเธอ พวกเราไปเดินตรวจตราย่านอื่นต่อล่ะ" รปภ. ทั้งสองจากไป เด็กสาวคนนั้นยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ดูเหมือนจะยังตั้งตัวไม่ติดกับเหตุการณ์สุดละครนี้ นานครู่หนึ่งเธอก็เอ่ยขึ้น "นั่น... เรื่องวันนี้ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ" จากนั้นก็คืนเอกสารให้กู้ อีเฉิง กู้ อีเฉิงรับมาแล้วเกาหัว "ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ได้บอกคุณให้ชัดเจนเอง หลังจากนี้เราก็เป็นรูมเมตกันแล้ว หวังว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่นนะครับ" กู้ อีเฉิงบ่นพึมพำในใจ: ผมก็อยากจะอธิบายนะครับ! แต่คุณให้โอกาสผมที่ไหนล่ะ? ตอนนั้นเด็กสาววิ่งหนีเร็วปานจรวดขนาดนั้น แถมตัวเองก็ใส่แค่กางเกงในตัวเดียวจะไล่ตามก็ลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นตัวเขายังเจ็บอยู่ด้วย เป็น "คนเจ็บขา" จะเดินเร็วได้ยังไง "ค่ะ อยู่ร่วมกันให้ราบรื่นนะคะ" ขืนยืนต่อกันไปก็มีแต่จะอึดอัด เด็กสาวจึงเลือกที่จะกลับเข้าห้องนอน กู้ อีเฉิงเองก็เข้าห้องของตัวเอง กู้ อีเฉิงปรับสภาพอารมณ์ได้ดี เขาทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินเข้าห้องแล้วทิ้งตัวลงนอนเลย การเดินทางไกลที่เหน็ดเหนื่อยและความวุ่นวายในวันนี้ทำให้เขาเพลียไม่น้อย เฟ่ย หาวกับโอวหยาง เสี่ยวเหมิงจะมาถึงตอนเย็น กู้ อีเฉิงเหลือบมองเวลา ยังพอมีเวลานอนต่ออีกสักพัก จนกระทั่งห้าโมงกว่า กู้ อีเฉิงตื่นขึ้นมา เปิดมือถือเตรียมสั่งอาหารเดลิเวอรี เขาจิ้มเลือกเจ้าแรกที่เด้งขึ้นมาในแอป เป็นร้านข้าวราดแกงถังไม้ เห็นคะแนนสูงอยู่รสชาติคงไม่เลวร้ายนัก เขาจึงกดสั่ง ข้าวราดกะเพราเมนูแนะนำของทางร้าน เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่เขายังไม่ได้ซื้อเครื่องครัวอะไรเลย ช่วงนี้คงต้องพึ่งพาอาหารเดลิเวอรีไปก่อน สั่งอาหารเสร็จ กู้ อีเฉิงก็หยิบหูฟังมาใส่ เตรียมจะฟังเพลงสักหน่อย สี่สิบนาทีผ่านไป มีเสียงเคาะประตู "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" ดังขึ้น เหลียง ยูที่อยู่ห้องใกล้ประตูมากกว่าได้ยิน เธอจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู เห็นพนักงานส่งอาหารยืนถือถุงอาหารอยู่หน้าประตู "ข้าวราดกะเพราถังไม้ของคุณใช่ไหมครับ?" "ใช่ค่ะ ขอบคุณค่ะ" ตอนที่เหลียง ยูสั่งอาหารเธอก็เลือกสั่งร้านแรกที่แนะนำเหมือนกัน แถมสั่งเมนู ข้าวราดกะเพราเหมือนกันเป๊ะ พอได้ยินพนักงานพูดแบบนั้นเธอจึงรับอาหารเข้ามาเลย ทางฝั่งกู้ อีเฉิง นั่งรออยู่ในห้องตั้งนานก็ยังไม่ได้อาหารเสียที ในใจก็นึกสงสัย หรือว่าเบอร์มือถือเขาจะโทรไม่ติด? ไม่น่าใช่ เหลียง ยูกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย จู่ๆ มือถือก็ดังขึ้น เธอรับสายแล้วได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากในสาย "สวัสดีครับ ผมเอาอาหารไปวางไว้ให้หน้าประตูแล้วนะครับ" เหลียง ยูมองดูอาหารบนโต๊ะ วางตะเกียบลง กลืนข้าวในปากแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยขึ้นว่า "หือ? อาหารของฉันเหรอคะ? ฉันได้รับแล้วนะ" "คุณคือคุณเหลียงใช่ไหมครับ? เบอร์ลงท้ายด้วย ****" "ใช่ค่ะ ฉันเอง" "นั่นก็เป็นอาหารของคุณนั่นแหละครับ ออกมาเอาหน่อยนะครับ" เหลียง ยูเดินไปเปิดประตูด้วยความงงๆ พอหยิบอาหารขึ้นมาดูชัดๆ ก็พบว่าเป็นของตัวเองจริงๆ แล้วที่เธอกำลังกินอยู่นี่เป็นของใครกันล่ะเนี่ย?
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV