ตอนที่ 3
ดิ่งพสุธา
1,520 คำ~8 นาที
ขณะที่ฉีเกอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูโลหะฝั่งขวาของกระสวยอวกาศ ประตูบานนั้นกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น มันพลิกตัวเปิดขึ้นด้านบนโดยอัตโนมัติ... ประตูฝั่งขวาในตอนนี้ดูใหญ่กว่าเดิมมากจนแทบจะกินพื้นที่ผนังด้านขวาทั้งหมด ราวกับว่าผนังทั้งแถบถูกยกเปิดขึ้นมาพร้อมกัน
ท่ามกลางเสียงโลหะขยับเคลื่อนไหวที่ฟังดูคล้ายกับการแปลงร่างของพวกทรานส์ฟอร์เมอร์ส เบาะนิรภัยสองตัวภายในกระสวยอวกาศก็หมุนตัวเก้าสิบองศา ภายใต้การควบคุมของกลไกอันซับซ้อน มันเลื่อนตัวยื่นออกมาจากกระสวยอวกาศและมาหยุดนิ่งอยู่บนพื้นด้านขวา
“ระบบอัตโนมัติงั้นเหรอ?”
ฉีเกออึ้งไปครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าตอนที่มาลองเล่นครั้งแรกมันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา...
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก การออกแบบลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องปีนบันไดชันๆ เพื่อมุดเข้าไปในประตูแคบๆ อีกต่อไป
ทันทีที่ฉีเกอนั่งลงบนเบาะนิรภัย อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ และมันดู... แตกต่างไปจากกระสวยอวกาศเครื่องเดิมอยู่บ้าง อุปกรณ์เหล่านี้นอกจากจะมีตัวล็อกโลหะที่เสริมแผ่นยางนุ่มๆ แล้ว มันยังไม่ได้ล็อกแค่ช่วงเอวหรือไหล่เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงแขน ขา และลำคอ ทุกส่วนถูกล็อกเข้ากับร่างกายของฉีเกออย่างนุ่มนวลและแม่นยำ
เมื่ออุปกรณ์ล็อกเข้าที่หมดแล้ว ฉีเกอก็พบว่าร่างกายของเขาถูกยึดติดแน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว! พร้อมกับเสียงกลไกที่ดังขึ้นอีกครั้ง เบาะนิรภัยก็หมุนกลับเก้าสิบองศาหดกลับเข้าไปในตัวเครื่อง จากนั้นประตูและผนังของกระสวยอวกาศก็ปิดลงเองอย่างมิดชิด
“ล้ำสมัยขนาดนี้เลย?” ฉีเกอได้แต่ตาค้างกับความล้ำที่เห็นตรงหน้า
“กระสวยอวกาศเครื่องเดิมมันล้าหลังเกินไป ฉันก็เลยปรับปรุงเพิ่มนิดหน่อย” หุ่นยนต์ระบบอธิบายกับเขา
“แค่นิดหน่อยเองเหรอ?” ฉีเกออดไม่ได้ที่จะแขวะ
“กรุณาเลือกรายการที่คุณต้องการสัมผัส เพียงแค่ระบุหมายเลขรายการเท่านั้น เนื่องนี่เป็นการใช้บริการครั้งแรกของคุณ หากไม่มีการเลือกภายในสิบวินาที ระบบจะเริ่มรายการที่ 1 โดยอัตโนมัติ”
“รายการที่ 1: รถไฟเหาะสุดคลั่ง (ระดับ 1)”
เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นภายในกระสวยอวกาศ พร้อมกับข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหน้า ตอนนี้ในกระสวยอวกาศมีเพียงชิป ‘รถไฟเหาะสุดคลั่ง (ระดับ 1)’ ติดตั้งอยู่ ดังนั้นตัวเลือกเดียวที่มีให้เขากดเลือกก็คือรายการนี้
“1”
ฉีเกอเอ่ยปากเลือก
“คุณเลือกรายการรถไฟเหาะสุดคลั่ง (ระดับ 1) ระบบจะเริ่มทำงานในอีกห้าวินาที การเล่นจะใช้เวลาทั้งหมดห้านาที”
“ในระหว่างการเล่น คุณอาจรู้สึกไม่สบายตัวเนื่องจากการกระตุ้นที่รุนแรงเกินไป แต่โปรดวางใจ รายการของเราปลอดภัยเป็นอย่างยิ่งและจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกายของคุณ”
“ห้า... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง...”
สิ้นเสียงนับถอยหลัง หมวกกันน็อกขนาดใหญ่ก็เลื่อนลงมาจากด้านบนสวมเข้าที่ศีรษะของฉีเกอพอดี วินาทีที่ถูกสวมหมวก สติของฉีเกอก็พร่าเลือนไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาแจ่มใสในอึดใจต่อมา
ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น ฉีเกอก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าตัวเครื่องของกระสวยอวกาศหายไปแล้ว! มันหายไปราวกับมลายไปในอากาศ ตอนนี้เขายังคงอยู่ในโซนเครื่องเล่นของสวนสาธารณะเป่ยเจียว อยู่ที่เดิมกับที่กระสวยอวกาศเคยตั้งอยู่ แต่เบาะนิรภัยที่เขานั่งกลับกลายเป็นขบวนรถไฟเหาะ ซึ่งตอนนี้มันจอดสนิทอยู่บนรางที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริง และรางนั้นกำลังทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยมุมสี่สิบห้าองศา
“แกรกๆๆๆ...”
เสียงโซ่รางลากดังขึ้น รถไฟเหาะที่ฉีเกอนั่งเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นไปตามราง เขาค่อยๆ ออกห่างจากพื้นดินของสวนสาธารณะเป่ยเจียวและถูกดึงขึ้นไปสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ
ความเร็วของรถไฟเหาะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มุมของรางข้างหน้าก็ชันขึ้นทุกที จนพาฉีเกอขึ้นไปสูงลิบลิ่ว
“นี่มันจะสูงแค่ไหนกันเนี่ย!” ฉีเกอมองลงไปข้างล่างด้วยความหวาดเสียว เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ห่างจากพื้นหลายสิบเมตรแล้ว และในไม่ช้า ดาดฟ้าของตึกสูงกว่าร้อยเมตรที่อยู่ติดกับสวนสาธารณะเป่ยเจียวก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา แต่รถไฟเหาะก็ยังคงพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่สิ! ทำไมทุกอย่างมันดูสมจริงขนาดนี้?” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวของเขา
เขามั่นใจว่าตัวเองนั่งอยู่บนเบาะนิรภัยในกระสวยอวกาศ และเลือกเล่น ‘รถไฟเหาะสุดคลั่ง’ จากนั้นก็มีหมวกกันน็อกเลื่อนลงมาครอบหัว สติเขาดับวูบไปเดี๋ยวเดียวแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้
หรือว่าหมวกนั่นจะเป็นหมวก VR?
บ้าน่า! หมวก VR จะให้ภาพที่คมชัดขนาดนี้ได้ยังไง? แถมบนหัวและดั้งจมูกก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรสวมทับอยู่เลยด้วยซ้ำ! ภาพตรงหน้าก็ไม่มีรอยต่อหรือความผิดเพี้ยนของเลนส์แม้แต่นิดเดียว การนั่งรถไฟเหาะจากพื้นขึ้นสู่ที่สูง รวมถึงความรู้สึกของลมหนาวที่พัดวูบผ่านตัวจนแสบผิว ความรู้สึกที่สมจริงเกินพิกัดเหล่านี้ไม่มีทางเป็นแค่ภาพเสมือนแน่ๆ!
ท่ามกลางความคิดที่ฟุ้งซ่าน ในที่สุดฉีเกอก็ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของรถไฟเหาะสุดคลั่ง
ที่นี่น่าจะอยู่สูงจากพื้นดินกว่าหนึ่งพันเมตร! แค่ก้มมองลงไปแวบเดียวก็ทำให้เขารู้สึกหน้ามืดตาลาย
รางรถไฟเหาะด้านหน้าเปลี่ยนจากแนวชันกลายเป็นแนวราบ ขบวนรถเลื่อนไปตามทางราบอีกสิบกว่าเมตร ก่อนที่รางเบื้องหน้าจะหักหัวดิ่งลงสู่เบื้องล่าง
“จะให้พุ่งลงจากที่สูงขนาดนี้เนี่ยนะ? มันจะตื่นเต้นเกินไปแล้ว!” ฉีเกอที่ปกติไม่ได้เป็นคนกลัวความสูง ถึงกับนั่งเกร็งจนขยับตัวไม่ได้ ในใจอยากจะสบถคำหยาบออกมาดังๆ เพื่อคลายความกดดัน
ทว่าความสูงยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือหลังจากรถไฟเคลื่อนไปอีกไม่กี่เมตร มันก็หยุดกะทันหันในจังหวะที่หักหัวลง ทำให้ฉีเกอตกอยู่ในสภาพหน้าทิ่มดินและถูกแขวนค้างไว้กลางอากาศในแนวตั้งฉากเก้าสิบองศาเหนือความสูงพันเมตร
พอมองลงไป ฉีเกอถึงได้เห็นว่ารางที่ดิ่งลงไปนั้นไม่ใช่แค่ตั้งฉาก แต่มันเป็นมุมย้อนกลับเสียด้วยซ้ำ! ตอนนี้เขากำลังถูกแขวนต่องแต่งอยู่บนจุดสูงสุดของรางที่สูงนับพันเมตร โดยไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวเลยนอกจากเบาะตัวเดียว!
ความรู้สึกที่พร้อมจะร่วงลงไปได้ทุกเมื่อ แต่ไม่รู้ว่าจะร่วงลงไปตอนไหน มันน่าสยดสยองยิ่งกว่าการพุ่งพรวดลงไปทันทีเสียอีก!
“เฮ้ย! เล่นพอหรือยัง? นี่มันหมายความว่าไง? จะแขวนฉันไว้ถึงเมื่อไหร่กันฮะ! อ๊ากกกกกกกก!”
วินาทีต่อมา ฉีเกอก็แผดเสียงร้องโหยหวนเหมือนหมูโดนเชือด เพราะจู่ๆ รถไฟเหาะก็พุ่งตัวออกไปโดยไม่มีสัญญาณเตือน มันพุ่งดิ่งลงด้านล่างด้วยมุมลบยี่สิบองศาไปไกลกว่าร้อยเมตร ก่อนจะเข้าสู่ช่วงรางแนวดิ่งยาวหลายร้อยเมตร และพุ่งทะยานลงไปด้านล่างด้วยความเร็วสูง
การพุ่งลงโดยเอาหน้าทิ่มดินแบบนี้ มันน่าสยองยิ่งกว่าการดิ่งพสุธาเสียอีก!
หลังจากพุ่งดิ่งลงมาหลายร้อยเมตร รถไฟเหาะก็เข้าสู่ช่วงทางโค้งรูปตัวยู (U) แล้วพุ่งทะยานขึ้นผ่านวงกลมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายร้อยเมตรต่อเนื่องกันถึงสามวง จากนั้นก็หมุนควงสว่านและตีลังกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เหวี่ยง ฉีเกอรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะถูกแรงเหวี่ยงดีดออกจากราง แต่แล้วก็ถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรง
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน