ตอนที่ 5

สายใน

1,480 คำ~8 นาที
ที่จริงแล้วตลอดหลายวันที่ผ่านมา เซียวอู่เย่ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย ทุกวันที่เขาออกไปซื้อกับข้าว เขาจะต้องเดินผ่านบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งเสมอ บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่พอสมควรในเมืองลอสแอนเจลิส และธุรกิจหลักของพวกเขาก็คือการขนส่งเงินสด เซียวอู่เย่ยังสืบทราบมาว่า ทุกวันศุกร์บริษัทนี้จะขนเงินสดจำนวนมหาศาลกลับมาเก็บไว้ที่คลังภายในบริษัท ก่อนจะรอจนถึงวันจันทร์ถึงจะใช้รถขนเงินกระจายเงินเหล่านั้นกลับไปยังธนาคารและร้านค้าต่างๆ เมื่อเทียบกับธนาคารแล้ว เซียวอู่เย่รู้สึกว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งนี้ลงมือง่ายกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่เขากำลังยืนซื้อทาโก้จากรถเข็นขายอาหารหน้าบริษัท ‘สมองระดับเทพ’ ของเขาก็ทำงานขึ้นมาฉับพลัน ดวงตาของเขาถึงกับสามารถมองทะลุเข้าไปในตัวอาคารของบริษัทรักษาความปลอดภัยนั้นได้ สมองระดับเทพยังทำหน้าที่ประมวลผลและวาดแผนผังภายในตัวอาคารพิมพ์ลงไปในสมองของเขาโดยตรง แม้แต่เซียวอู่เย่เองก็ไม่คาดคิดว่าสมองระดับเทพจะทรงพลังถึงเพียงนี้ หลังจากรู้ถึงขีดความสามารถของสมองระดับเทพ เซียวอู่เย่ก็ขับรถตระเวนรอบเมืองลอสแอนเจลิสอยู่สองวัน เพื่อนำแผนผังที่วาดขึ้นในหัวมาเปรียบเทียบกับแผนที่ดิจิทัลและแผนที่กระดาษ เขาพบว่าใต้ดินของลอสแอนเจลิสมีเส้นทางร้างที่ซับซ้อนและคดเคี้ยวอยู่มากมาย ซึ่งหาไม่ได้แล้วในแผนที่ทั่วไป เซียวอู่เย่เลือกเส้นทางออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วทำการจำลองสถานการณ์ในหัวนับครั้งไม่ถ้วน จนสุดท้ายก็ได้เส้นทางหลบหนีที่สมบูรณ์แบบมาสามเส้นทาง ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องนี้เลย พวกเขาต่างคิดว่าเซียวอู่เย่เอาแต่ซื้อของทำอาหารและออกไปเดินเล่นชิลๆ เท่านั้น โจนาธานมองเซียวอู่เย่ด้วยความสงสัยแล้วเอ่ยถาม “บอสครับ ถ้าเราไม่เล่นงานธนาคาร แล้วเป้าหมายของเราคือที่ไหน?” เซียวอู่เย่หยิบแฟ้มเอกสารข้างกายออกมา พร้อมกับดึงรูปถ่ายใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะ ในรูปนั้นคือด้านหน้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยเรน่า กายมองรูปถ่ายนั้นด้วยความงุนงง “บริษัทรักษาความปลอดภัยนี่มีเงินเยอะเหรอครับ?” เซียวอู่เย่หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบก่อนจะพ่นควันยาวแล้วกล่าวว่า “ทุกวันศุกร์บริษัทนี้จะขนเงินจำนวนมากกลับมาเก็บไว้ในคลัง จากการประเมินอย่างต่ำที่สุดต้องมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านดอลลาร์” เมื่อเซียวอู่เย่พูดจบ ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงและตื่นเต้นออกมาทันที แม้พวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยทำงานอย่างไร แต่ในจิตใต้สำนึกของพวกเขาก็รู้ดีว่าระบบป้องกันของบริษัทขนเงินไม่มีทางแน่นหนาเท่าธนาคารแน่นอน เซียวอู่เย่หยิบแผนที่อีกแผ่นหนึ่งออกมา “นี่คือแผนผังของบริษัทรักษาความปลอดภัยเรน่า คืนนี้เงินทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ที่นี่” เขากล่าวพลางใช้นิ้วเรียวยาวชี้ลงไปที่แผนที่ เหล่าผู้เข้าแข่งขันมองสลับไปมาระหว่างแผนที่กับเซียวอู่เย่ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเซียวอู่เย่จะเก่งกาจขนาดนี้ สามารถหาแผนผังบริษัทเรน่ามาได้ภายในไม่กี่วัน เซียวอู่เย่เพียงหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ผมติดสินบนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเอาไว้ คืนนี้เขาจะมารับพวกเราเข้าไปข้างในบริษัทเรน่า” คราวนี้ยามาโมโตะและคนอื่นๆ ยิ่งตกตะลึงหนักกว่าเดิม พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเซียวอู่เย่ใช้เวลาเพียงห้าวัน ไม่เพียงแต่ได้แผนที่มา แต่ยังสามารถซื้อตัวเจ้าหน้าที่คนในได้อีกด้วย ในขณะที่พวกเขาเอาแต่เสียเวลาสืบเรื่องธนาคารมาหลายวันแต่แทบไม่มีความคืบหน้า อย่าว่าแต่จะบุกปล้นเลย แม้แต่ห้องนิรภัยอยู่ที่ไหนพวกเขายังหาไม่เจอด้วยซ้ำ คราวนี้ยามาโมโตะและคนอื่นๆ รู้สึกจากใจจริงแล้วว่าพวกเขาเลือกติดตามคนไม่ผิดจริงๆ เดิมทีพวกเขายอมสยบให้กับความเย็นชาของเซียวอู่เย่ แต่ตอนนี้พวกเขายอมรับเขาจากก้นบึ้งของหัวใจแล้ว เซียวอู่เย่ยังคงวางตัวสุภาพนุ่มนวลเป็นปกติ ไม่ได้แสดงท่าทีหยิ่งผยองใดๆ จากความสามารถของตนเองเลยแม้แต่น้อย อันที่จริง การที่เซียวอู่เย่หาคนในได้ในครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้สมองระดับเทพของเขา เมื่อสองวันก่อนเซียวอู่เย่สะกดรอยตามเจ้าหน้าที่ของบริษัทเรน่าที่เพิ่งเลิกงานไปจนถึงบาร์แห่งหนึ่ง เขารู้ดีว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของเรน่าเข้มงวดมาก หากบุกเข้าไปตรงๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ จากการคำนวณของสมองระดับเทพ วิธีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือการสร้างความร่วมมือจากภายใน เขาจึงเฝ้าสังเกตการณ์กลุ่มเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเพื่อหาคนที่พอจะร่วมมือด้วย และเมื่อเขาตามเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งไปที่บาร์แห่งหนึ่ง สมองระดับเทพก็เริ่มวิเคราะห์บุคคลเหล่านั้นทันที ก่อนจะแสดงข้อมูลของชายคนหนึ่งขึ้นมาในหัว พร้อมด้วยวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ชายคนนั้นชื่อว่า ‘คีน’ เป็นหัวหน้าชุดของทีมรักษาความปลอดภัย จากการคำนวณของสมองระดับเทพ โอกาสที่คีนจะยอมรับสินบนนั้นสูงถึง 90%! และภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นคีนกำลังพบกับชายต่างชาติไว้หนวดเคราในใต้สะพาน ชายคนนั้นส่งถุงสีดำให้คีน และเมื่อคีนเปิดออก มันคือเงินดอลลาร์เป็นปึกๆ เห็นภาพนั้นแล้ว เซียวอู่เย่ก็เดาได้ไม่ยากว่าคีนต้องมีความลับดำมืดบางอย่างกับชายไว้หนวดคนนั้นแน่นอน และประโยชน์เพียงอย่างเดียวของคีน ก็คือการที่เขาสามารถนำรถขนเงินเข้าไปในคลังได้ คืนนั้น เมื่อคีนดื่มเหล้าจนเมาและกลับถึงบ้าน ทันทีที่เขาทอดเสื้อคลุมออกก็พบว่ามีใครบางคนนั่งรออยู่บนโซฟาในบ้านของเขา และบนโต๊ะข้างโซฟาก็มีถุงสีดำวางอยู่ถุงหนึ่ง คีนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมานานนับสิบปี การทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดตลอดเวลาทำให้เขาสุขุมมากกว่าคนทั่วไป “แกเป็นใคร” คีนจ้องเซียวอู่เย่เขม็ง เซียวอู่เย่หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “อย่าตึงเครียดไปเลย ผมมาที่นี่ก็แค่จะมาคุยเรื่องธุรกิจกับคุณ” คีนจ้องเขาแล้วถาม “ธุรกิจอะไร” เมื่อคีนพูดจบ เซียวอู่เย่ก็นำปืนกระบอกหนึ่งมาวางบนตัก ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเบา “อยากลองดูไหมล่ะ ว่าปืนของใครจะลั่นไกเร็วกว่ากัน” คีนหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ชักมือที่เอื้อมไปทางตู้ข้างหลังกลับมา เขาจ้องเซียวอู่เย่แล้วถามเสียงเข้ม “แกต้องการให้ฉันทำอะไรกันแน่” เซียวอู่เย่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นตรงๆ แต่ใช้ปืนในมือเขี่ยถุงสีดำบนโต๊ะ “ได้ยินมาว่าบริษัทเรน่าเรียกวันศุกร์ว่า ‘แบล็คฟรายเดย์’ ใช่ไหมล่ะ” ดวงตาของคีนเบิกโพลง เขากดเสียงต่ำลงแล้วจ้องมองเซียวอู่เย่ “แกจะปล้นคลังงั้นเหรอ?” เซียวอู่เย่พยักหน้า “ถ้าคุณร่วมมือกับเรา เราจะแบ่งให้คุณหนึ่งส่วน” คีนจ้องมองเซียวอู่เย่ เขาดูออกว่าชายตรงหน้าไม่ได้พูดล้อเล่น คีนเอ่ยเสียงต่ำ “พวกแก? มั่นใจเหรอว่าจะปล้นคลังสำเร็จ แกรู้อะไรไหมว่าวันแบล็คฟรายเดย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในนั้นมีกี่คน” เซียวอู่เย่ไม่ตอบคำถามนั้น เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาซักไซ้ หากไม่ใช่เพราะคีนยังมีประโยชน์อยู่บ้าง ป่านนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV