ตอนที่ 1

ประกาศิตสังหาร

1,518 คำ~8 นาที
“กริ๊ง... กริ๊ง...” เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงในเครื่องแบบรับสายอย่างรวดเร็ว “สวัสดีค่ะ สถานีตำรวจซีคังค่ะ” ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ไร้อารมณ์จากปลายสายก็ดังขึ้น “เจ้าหน้าที่ครับ ผมชื่อ 'วิญญาณ' โทรมาแจ้งให้พวกคุณทราบว่า ผมกำลังจะลงมือฆ่าคน” เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าหน้าที่หญิงก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เธอหันไปส่งสายตาให้เพื่อนร่วมงานข้างๆ ก่อนจะรีบตอบกลับ “คุณคะ โปรดอย่าล้อเล่นเลยค่ะ...” “หึ... เกรงว่าคงต้องทำให้ผิดหวังเสียแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นประกาศิตสังหาร จ้าวเจี้ยนหัว ชายอายุ 48 ปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจี้ยนหัว ชาวเมืองซีคัง คนที่จะถูกผมฆ่าคือคนนี้ แนะนำให้พวกคุณรีบส่งกำลังไปคุ้มครองเขาโดยเร็วที่สุด เพื่อผลดีของทุกฝ่าย อ้อ จริงสิ ที่ผมโทรมาบอกล่วงหน้า ก็เพราะอยากจะลองฆ่าเขาต่อหน้าต่อตาพวกคุณที่คอยคุ้มครองอยู่นี่แหละ ถึงจะเร้าใจพอ ลาก่อนครับ คุณสุภาพสตรี ฮ่าฮ่าฮ่า~” “คุณคะ คุณ...” สายถูกตัดไปแล้ว เจ้าหน้าที่หญิงรีบกดโทรกลับทันที แต่น่าเสียดายที่ติดต่อไม่ได้อีกต่อไป ระบบแจ้งว่าปลายทางปิดเครื่องไปแล้ว ... เมืองเสินอิ่ง ริมฝั่งแม่น้ำ อู๋อิ่งจ้องมองผิวน้ำอย่างเงียบเชียบ แววตาของเขาลึกล้ำ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้น ถอดเครื่องแปลงเสียงออกจากคออย่างเบามือ แล้วหันหลังเดินจากไป ในวินาทีที่หันตัว โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าเครื่องหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงลงน้ำ เกิดระลอกคลื่นจางๆ ก่อนที่ผิวน้ำจะกลับคืนสู่ความสงบ เขาเดินลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ อยู่พักใหญ่จนมาถึงรถคันหนึ่ง “แกร๊ก” เปิดประตูรถ ขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง แล้วขับหายไปอย่างรวดเร็ว ภายในรถ อู๋อิ่งมีสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาคู่นั้นกลับแดงก่ำเล็กน้อย ราวกับซ่อนไฟโทสะอันท่วมท้น หรือไม่ก็ความโศกเศร้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อรถขับออกจากเมืองเสินอิ่ง ไฟท้ายก็ค่อยๆ ลับตาไปจนหายสนิท ไม่มีใครสังเกตเห็นรถคันนี้ และไม่มีใครเคยเห็นอู๋อิ่งมาก่อน เขาเปรียบเสมือนเงา มาไร้ร่องรอย ไปไร้ทิศทาง ทิ้งไว้เพียงคำประกาศแห่งเลือดและไฟกลางผืนฟ้า “วิญญาณอาฆาต... มาถึงแล้ว!” ... อีกด้านหนึ่ง ณ สถานีตำรวจซีคัง ห้องทำงานของหัวหน้าหน่วย “ลาก่อนครับ คุณสุภาพสตรี ฮ่าฮ่าฮ่า” “แกร๊ก” เมื่อกดปิดเครื่องบันทึกเสียง ทั้งสองคนก็มองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่หญิงรายงานเรื่องนี้เมื่อสิบนาทีก่อน พวกเขาก็เปิดฟังบันทึกเสียงซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเพื่อยืนยันความถูกต้อง “หัวหน้าครับ เรื่องนี้จะเอายังไงดี?” จางเทามีสีหน้าผ่อนคลาย ในสายตาของเขา นี่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นกวนประสาท ยุคสมัยนี้กล้องวงจรปิดมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เทคนิคการสืบสวนก็ก้าวหน้า เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครโง่พอที่จะมาประกาศตัวก่อนลงมือฆ่า อีกอย่าง ถ้าเป็นเขาที่ต้องฆ่าคน ก็คงอยากปิดบังคนทั้งโลก แล้วลอบจัดการเป้าหมายเงียบๆ นั่นถึงจะเป็นวิถีของคนปกติทั่วไป โจวกั๋วต้งเองก็ปวดหัวไม่น้อย ในฐานะหัวหน้าหน่วย ปกติเขาไม่ได้อยู่ดึกขนาดนี้ แต่ก็น่าบังเอิญที่คืนนี้ถึงเวรของเขาพอดี เลยต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากเข้า หากไม่ทำอะไรเลย แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มีคนบ้าอยากฆ่าคนขึ้นมาจริงๆ ผลลัพธ์คงร้ายแรงมาก อย่างน้อยตำแหน่งหัวหน้าหน่วยของเขาก็คงรักษาไว้ไม่ได้แน่ แต่ถ้าลงมือจัดการ แล้วเกิดเป็นแค่เรื่องโจ๊ก ก็คงเสียหน้าไม่น้อย แถมยังเสียเวลาและแรงงานโดยใช่เหตุ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชั่งน้ำหนักดูแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นต้องดำเนินการบางอย่าง เขาจึงหันไปมองจางเทา “สามเรื่อง หนึ่ง ไปหาตัวจ้าวเจี้ยนหัวคนนี้ให้เจอ แล้วส่งคนไปประกบสองคน สอง แจ้งฝ่ายเทคนิค ให้ตรวจสอบเบอร์โทรและหาที่มาของสัญญาณ สาม เตือนหลิวเยี่ยนให้คอยเฝ้าสายตลอดเวลา ดูว่ามันจะโทรมาอีกไหม ถ้าโทรมาอีก ให้โอนสายเข้าห้องทำงานผมโดยตรง” “รับทราบครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” หลังจากจางเทาออกไป โจวกั๋วต้งก็เตรียมจะงีบสักพัก คนอายุสี่สิบกว่าปีอย่างเขา ร่างกายไม่เอื้ออำนวยให้โต้รุ่งจริงๆ แต่ไม่รู้ทำไม พอหลับตาลง เสียงหัวเราะบ้าคลั่งในโทรศัพท์ก็วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทำให้เขาข่มตานอนไม่ลง เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างประหลาด ราวกับจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น และลางสังหรณ์นั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อเขาได้พบกับจางเทาอีกครั้ง สองชั่วโมงผ่านไป จางเทาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงาน ยังไม่ทันยืนมั่นคงก็รีบเอ่ย “หัวหน้าครับ” เมื่อเห็นสีหน้าของจางเทา โจวกั๋วต้งก็ใจหล่นวูบ รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที “เร็วเข้า ว่ามา เกิดอะไรขึ้น” “ฝั่งจ้าวเจี้ยนหัว คนของเราเข้าประจำการแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ” “เฮ้อ~” สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดยังไม่เกิดขึ้น โจวกั๋วต้งถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ “คนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เล่าต่อสิ” จางเทาพยักหน้า “ตามคำสั่งหัวหน้า ผมรีบไปที่ฝ่ายเทคนิคและเฝ้าดูด้วยตัวเอง ผลคือ เบอร์โทรดังกล่าวเป็นเบอร์โทรนิรนามที่ไม่มีผู้ลงทะเบียน ส่วนแหล่งสัญญาณก็พบแล้ว อยู่ที่เมืองเสินอิ่ง ห่างออกไป 90 กิโลเมตร พอได้พิกัดสัญญาณ ผมก็รีบโทรไปที่สถานีตำรวจเมืองเสินอิ่งทันที ทางนั้นก็ให้ความร่วมมือดี ส่งคนไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อสักครู่นี้ พวกเขาโทรมาบอกว่าพบโทรศัพท์ในน้ำ เป็นโนเกียรุ่นยุค 90 ที่สำคัญคือ บนโทรศัพท์มีตัวเลข 1 เขียนด้วยสีแดงครับ” เมื่อฟังจบ สีหน้าของโจวกั๋วต้งก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที ไม่ลังเลที่จะออกคำสั่ง “บอกลูกน้องสองคนทางฝั่งจ้าวเจี้ยนหัว ให้จับตาดูจ้าวเจี้ยนหัวไว้ตลอดเวลา ต้องรับรองความปลอดภัยในชีวิตของเขาให้ได้ แล้วก็ แจ้งทุกคนที่อยู่ที่บ้าน ให้กลับมาเข้าเวรโดยเร็วที่สุด ทันที เดี๋ยวนี้!” ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากนอกประตู เป็นหลิวเยี่ยนเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนั่นเอง ยังไม่ทันถึงตัว เสียงก็ดังมาก่อนแล้ว เห็นได้ชัดว่าร้อนใจมาก “หัวหน้าคะ มันโทรมาอีกแล้วค่ะ!” ยังไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์ในห้องทำงานก็ดังขึ้น โจวกั๋วต้งไม่สนใจหลิวเยี่ยน รีบรับสายทันที “ไฮ ผมกลับมาแล้ว” “แกเป็นใคร? ต้องการอะไร?” ได้ยินเสียงของโจวกั๋วต้ง ปลายสายก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ก่อนจะถามคนอื่น ไม่ควรแนะนำตัวก่อนหรือครับ?” “ฉันคือหัวหน้าหน่วยตำรวจ โจวกั๋วต้ง ไม่ว่าแกจะเป็นใคร จงหยุดพฤติกรรมบ้าคลั่งนี้ซะ ไม่อย่างนั้นแกจะต้องเสียใจแน่” “พวกคุณตำรวจนี่ทำไมถึงพูดจาดีๆ ไม่เป็นกันนะ? ช่างเถอะ เวลาจำกัด ผมขอพูดสั้นๆ สามวัน ผมให้เวลาพวกคุณสามวัน สามวันนี้ พวกคุณจะวางแผนอะไรก็เชิญ แต่หลังจากสามวัน ผมจะลงมือฆ่าจ้าวเจี้ยนหัว นี่เป็นเกมที่ยุติธรรม ผมเป็นฝ่ายบุก ส่วนพวกคุณเป็นฝ่ายรับ หัวหน้าโจว ลองทายดูสิว่า สุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ? ฮ่าๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~” ท่ามกลางเสียงหัวเราะ สายก็ถูกตัดไป เสียงสัญญาณตู๊ดๆ ดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงาน โจวกั๋วต้งอารมณ์เสียอย่างรุนแรง เห็นจางเทายังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม จึงตะคอกด้วยความโกรธ “ยังยืนบื้อทำไม!” ทันใดนั้น จางเทาก็หันหลังวิ่งหายไปในพริบตา ส่วนหลิวเยี่ยนเห็นท่าไม่ดีก็รีบเผ่นแน่บไปอีกคน เมื่อในห้องเหลือเพียงโจวกั๋วต้งคนเดียว เขาก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงทีละน้อย ค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ หลับตาลงแน่นิ่งไม่ไหวติง ... ท้องฟ้ายามราตรีราวกับม่านละครในโรงภาพยนตร์ มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด ทว่า เมื่อม่านนั้นถูกเลิกขึ้นทีละน้อย ความงดงามก็เยือนมา เรื่องราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น พริบตาเดียว วันถัดมาก็มาถึง
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV