ตอนที่ 1
ยิ่งใกล้บ้าน ยิ่งใจประหม่า
1,807 คำ~10 นาที
เมืองอี๋เฉิง สวนสาธารณะหลิงหู
ในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง สายลมพัดโชยมาเอื่อยๆ ทำให้อากาศไม่ร้อนจัดจนเกินไป แสงแดดสาดส่องผ่านรอยแยกของใบไม้ลงกระทบพื้นดิน ดอกบัวในสระเริ่มพ้นช่วงเบ่งบานไปแล้ว บางส่วนเริ่มเหี่ยวเฉาดูเงียบเหงาและอ้างว้าง
ไม่ไกลออกไป ณ ศาลาทางเดินยาว มีชายชราสองคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวสีดำ กำลังเดินหมากรุกจีนกันอย่างผ่อนคลาย ชายชราที่จ้องมองกระดานขมวดคิ้วมุ่นอย่างหนักใจ
ส่วนอีกคนกลับยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์ พลางมองคู่ต่อสู้ด้วยรอยยิ้ม
ที่ปลายอีกด้านของศาลา มีกลุ่มหญิงวัยกลางคนหลายคนกำลังซ้อมร้องงิ้วกันอยู่
“เพื่อช่วยลี่หลางจึงต้องจากบ้านไกล ใครจะคาดคิดว่าผลประกาศรายชื่อจะสอบได้จ้วงหยวน”
“สอบได้จ้วงหยวนสวมชุดคลุมแดง ประดับดอกไม้พระราชทานช่างสง่างามยิ่งนัก”
ถานจิ่นเฉิงนั่งอยู่ตรงนี้มาครู่ใหญ่แล้ว เขาฟังอุปรากรหวงเหมยไปหลายบท
จะว่าไปแล้ว ทำนองเพลงหวงเหมยที่คุ้นหูและสำเนียงท้องถิ่นอันบริสุทธิ์แบบนี้ ช่วยให้จิตใจของเขาเงบสงบลงได้มากทีเดียว
วันนี้คือวันที่ 27 กันยายน ปี 2004 ตามปฏิทินจันทรคติคือวันที่ 14 เดือน 8 และพรุ่งนี้ก็คือเทศกาลไหว้พระจันทร์
ถานจิ่นเฉิงจากบ้านเกิดไปนานถึง 14 เดือน แต่พอมาถึงหน้าประตูบ้าน เขากลับรู้สึกประหม่าจนไม่กล้าเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อแม่
สิ่งที่เรียกว่า ‘ยิ่งใกล้บ้าน ยิ่งใจประหม่า’ คงจะเป็นความรู้สึกแบบนี้เอง
ระยะเวลา 14 เดือนนั้นดูเหมือนไม่นาน แต่สำหรับถานจิ่นเฉิงผู้ที่เกิดใหม่แล้ว มันยาวนานกว่านั้นมากนัก
นับตั้งแต่ครอบครัวของเขาประสบปัญหาในปี 2019 ประกอบกับเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถานจิ่นเฉิงก็ไม่เคยย่างกรายกลับมาที่ผืนดินแห่งนี้อีกเลย หากคำนวณดูแล้ว เขาไม่ได้กลับบ้านเกิดมานานกว่าหกปีแล้ว
เมื่อหนึ่งปีก่อน เพราะความเมามายเพียงครั้งเดียว ถานจิ่นเฉิงได้ย้อนเวลากลับมาจากปี 2023 สู่ปี 2003 อย่างไม่คาดฝัน
ราวกับหนังเรื่อง ‘Back to 18’ ถานจิ่นเฉิงจากชายวัยกลางคนอายุ 38 ปี ได้ย้อนกลับมาสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้นในวัย 18 ปีอีกครั้ง
หากถามว่าการได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อ 20 ปีก่อนเป็นประสบการณ์อย่างไร?
ในตอนนี้ถานจิ่นเฉิงเองก็ยากที่จะให้คำตอบ
แม้จะยากที่จะทำความเข้าใจ แต่ในเมื่อมาแล้ว เขาก็ต้องอยู่ให้ได้
จุดเริ่มต้นของการเกิดใหม่ไม่ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตเดิมในตอนอายุ 18 ปีของเขานัก เขายังคงขึ้นเรือสำราญสุดหรูที่มาเทียบท่าที่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกพร้อมกับจางสวี้เผิงเพื่อนสนิท และเริ่มทำงานเป็นลูกเรือเดินทะเลทางไกลเหมือนเช่นเคย
(หมายเหตุ: เรือสำราญเดินทะเลหรูหราลำแรกดูเหมือนจะเข้าเทียบท่าแผ่นดินใหญ่ครั้งแรกในปี 2005 ในที่นี้มีการปรับเปลี่ยนเพื่ออรรถรสของเนื้อเรื่อง)
แม้จะเรียกว่าลูกเรือเดินทะเล แต่ความจริงแล้วพวกเขาเป็นเพียงพนักงานบริการบนเรือสำราญ เพราะการจะเป็นลูกเรือจริงๆ ต้องมีใบเซอร์รับรอง ซึ่งตอนที่ทั้งสองคนขึ้นเรือไปนั้นพวกเขายังไม่มี
คนหนุ่มสาวที่โหยหาอิสระและอยากออกไปเห็นโลกกว้างไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ใครจะรู้ว่างานลูกเรือเดินทะเลนั้น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในงานที่ลำบากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อมีได้ก็ต้องมีเสีย ประสบการณ์การทำงานนาน 14 เดือน นอกจากจะทำให้ถานจิ่นเฉิงมีนิสัยที่เปลี่ยนไปบ้างแล้ว มันยังทำให้เขาได้รับ ‘ถังเงินใบแรก’ ในชีวิตมาด้วย นั่นคือเงินสด 8 หมื่นหยวน
ด้วยเงินก้อนนี้ หลังจากขึ้นฝั่งถานจิ่นเฉิงจึงร่วมหุ้นทำธุรกิจเล็กๆ กับเพื่อนสนิทที่ขึ้นเรือมาด้วยกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยายจนยิ่งใหญ่ จนกระทั่งทั้งสองคนแยกทางกันด้วยดี
พอถึงปี 2019 ถานจิ่นเฉิงที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการหย่าร้าง
หลังการหย่า ถานจิ่นเฉิงต้องสูญเสียทรัพย์สินส่วนใหญ่ไป และธุรกิจก็ต้องหยุดชะงักลง หลังจากแบ่งทรัพย์สินกับอดีตภรรยาแล้ว สิ่งที่ถานจิ่นเฉิงเหลืออยู่มีเพียงบ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน และเงินฝากอีก 3 ล้านหยวน
หากเขาใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยม นำเงิน 3 ล้านนี้ไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย แล้วทำธุรกิจเล็กๆ หรือหางานทำ แม้จะไม่ถึงขั้นมั่งคั่งมีอิสรภาพทางการเงิน แต่การเลี้ยงชีพในแต่ละวันย่อมไม่ลำบากแน่นอน
แต่เขากลับหาเรื่องใส่ตัว ถานจิ่นเฉิงดันไปหลงใหลการเล่นหุ้น ซึ่งใครที่เคยเล่นหุ้นในตลาดหุ้นจีน (A-share) คงจะรู้ดีว่ามันเป็นอย่างไร
เขาซื้อหุ้นจงกั๋วผิงอันตอนราคา 80 หยวน พอถึงตอนที่เขาเกิดใหม่ ราคาหุ้นตกลงมาเหลือเพียง 50 หยวนต้นๆ หลังจากเข้าตลาดเขาก็พยายามทำกำไรระยะสั้น (Day Trade) ผลสุดท้ายคือตอนแรกติดดอยไป 1 ล้านหยวน แต่พอถึงตอนที่เกิดใหม่ เขากลับติดดอยไปแล้วถึง 2 ล้านหยวน
ในปี 2023 เงิน 2 ล้านหยวนของถานจิ่นเฉิงเหลือเพียง 1.3 ล้านหยวน หุ้นยังคงร่วงลงไม่หยุด และนิสัยของพวก ‘เม่า’ ก็เหมือนกันหมด คือทำตัวเป็นนกกระจอกเทศเอาหัวซุกทราย
“ตราบใดที่ฉันไม่ขาย ก็ยังไม่ถือว่าขาดทุน”
ถึงอย่างนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่ได้มั่งคั่งเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่การประคองชีวิตต่อไปก็ไม่ใช่ปัญหา ถานจิ่นเฉิงที่ใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวังมาสี่ปี ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ เขาจึงเริ่มใช้ชีวิตแบบ ‘นอนราบ’ (Lying Flat)
ทว่าโชคชะตาไม่เป็นดังหวัง สวรรค์ส่งเขากลับมาเมื่อ 20 ปีก่อน หรือนี่จะเป็นการเตรียมตัวให้เขาได้กลับมาแก้ไขความเสียใจในชาติที่แล้ว?
แม้ประสบการณ์การเป็นเม่ามาหลายปีจะดูไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากตลาดหุ้น
พวกเม่าส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ นอกจากจะทำเงินไม่ได้แล้ว เรื่องอื่นรู้ไปหมดตั้งแต่ดาราศาสตร์ยันภูมิศาสตร์
ความรู้เหล่านี้ สำหรับผู้ที่เกิดใหม่อย่างเขานั้นมีประโยชน์มหาศาล
ในความมืดมิด ราวกับทุกอย่างถูกจัดวางเอาไว้หมดแล้ว
หนึ่งปีที่ได้เกิดใหม่มาเป็นลูกเรือเดินทะเล ถานจิ่นเฉิงย่อมขยันมากกว่าชาติก่อน ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่น แต่เพื่อให้ถังเงินใบแรกของเขามีจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในชาติก่อนตอนที่ขึ้นเรือ ถานจิ่นเฉิงได้รับค่าจ้างต่ำสุดบนเรือสำราญ คือเดือนละ 600 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้น ก็ประมาณ 5,000 หยวน
ในปี 2003 ถือว่าเป็นรายได้ที่ค่อนข้างสูงแล้ว แต่ใครล่ะจะไม่อยากได้เงินมากกว่านี้?
หลังจากเกิดใหม่ ถานจิ่นเฉิงที่ปรับทัศนคติได้แล้วก็เริ่มทำงานอย่างหนักหน่วง พอถึงเวลาลงจากเรือ หลังจากหักค่าของขวัญที่ซื้อให้ตัวเองและพ่อแม่แล้ว ตอนนี้เขามีเงินติดตัวอยู่ถึง 120,000 หยวนเต็มๆ
เงิน 120,000 หยวนนี้ คือเงินทุนเริ่มต้นของถานจิ่นเฉิงในชีวิตใหม่นี้
เขาเชื่อว่าครั้งนี้ เขาจะทำได้ดีกว่าชาติที่แล้วแน่นอน!
ช่วง 20 ปีตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2023 คือโอกาสเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดาหลายต่อหลายครั้ง
เป็นช่วงที่ประเทศเพิ่งเข้าสู่ WTO (องค์การการค้าโลก) ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่การพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ว่าสาขาอาชีพไหนก็เริ่มเชื่อมโยงกับโลก ความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
อุตสาหกรรมใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เศรษฐีเหมืองถ่านหินและยักษ์ใหญ่ทางอินเทอร์เน็ตต่างก็เริ่มสร้างตัวในช่วงนี้ เหล่าเจ้าพ่อวงการไอทีในอนาคตล้วนมีจุดเริ่มต้นจากการเข้าสู่ WTO ทั้งสิ้น
เคยมีคำกล่าวว่า คนธรรมดาที่เกิดมาในครอบครัวทั่วไป ตลอดชีวิตจะมีโอกาสเปลี่ยนโชคชะตาได้สามครั้ง คือ “การเลือกงานตอนจบมหาวิทยาลัย การศึกษาต่อหลังอายุ 30 ถึง 35 ปี และการเริ่มต้นทำธุรกิจ”
และการเริ่มต้นทำธุรกิจซึ่งสำคัญที่สุดนั้น สำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่มีฐานะทางบ้านธรรมดา ไม่มีการสะสมทุนตั้งต้น และไม่มีประสบการณ์ทางสังคมที่โชกโชน ย่อมยากที่จะทำให้สำเร็จได้ในสองช่วงแรก
และสิ่งเหล่านี้ล้วนแยกไม่ออกจากการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจในภาพรวม
ถานจิ่นเฉิงซึ่งมีวิญญาณมาจากอนาคต ย่อมรู้ดีว่าในสังคมย่อมมีกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แต่ท้ายที่สุดแล้วคนส่วนใหญ่ก็ยังเป็นคนธรรมดา
หากต้องการเปลี่ยนโชคชะตา ก็คือการคว้าโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและเศรษฐกิจนั่นเอง
แต่ตอนนี้ กลับบ้านก่อนดีกว่า
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นข้อความจากจางสวี้เผิงที่ส่งมาบอกว่าเขาถึงบ้านแล้ว ป่านนี้พ่อแม่ของเขาก็คงได้รับข่าวแล้วว่าเขากลับมาถึงบ้านเกิดแล้วเช่นกัน
ดูท่าว่าการโดนฟาดด้วยเข็มขัดสักปึกใหญ่ คงจะหนีไม่พ้นเสียแล้ว
‘อีกไม่กี่เดือน น้องสาวก็น่าจะใกล้คลอดแล้วสินะ?’
ถานจิ่นเฉิงค่อยๆ ลุกขึ้นพลางลากกระเป๋าเดินทางข้างตัว เดินไปพลางคิดในใจ บางทีการที่สวรรค์ให้เขามาเกิดใหม่บนเรือสำราญ ก็เพื่อที่จะไม่ให้เส้นชีวิตของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นี้เปลี่ยนไปกระมัง?
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน