ตอนที่ 4

หัวหน้าหอพัก

1,651 คำ~9 นาที
“หวัดดีทุกคน ฉันชื่อ เย่เชียนอวี้ ต่อไปเราก็คือพี่น้องกัน พี่น้องกันต้องรู้จักช่วยเหลือจุนเจือกัน ในฐานะหัวหน้าหอพักคนนี้ ฉันจะคอยดูแลพวกนายเอง ต่อไปพวกนาย…” เย่เชียนอวี้กล่าวแนะนำตัวอย่างอารมณ์ดี แต่ทว่ายิ่งพูดประโยคหลังๆ กลับเริ่มมีความทะแม่งชอบกล “เดี๋ยวๆๆ นายจะเป็นหัวหน้าหอพักได้ยังไง ฉันต่างหากที่เป็นหัวหน้าหอพัก! ต่อไปค่าใช้จ่ายในหอพักนี้ฉันเหมาเอง!” จินโหย่วเฉียนรีบขัดเย่เชียนอวี้ที่กำลังจะพล่ามต่อ ก่อนจะตบหน้าอกตัวเองอย่างใจป๋า “ที่นี่คือมหาวิทยาลัยนะ จะเลือกหัวหน้าหอพักก็ต้องดูที่ผลการเรียนสิ ฉันได้ที่หนึ่งของมณฑลตอนสอบเข้า ฉันว่าฉันเหมาะจะเป็นหัวหน้าหอพักมากกว่า” อี้เสี่ยวเทียนจัดแว่นตาแล้วพูดด้วยท่าทางจริงจัง “หัวหน้าหอพักฉันจะเป็นเอง ใครมารังแกพวกนาย เดี๋ยวฉันจัดการให้” เซี่ยหนานซิงที่ยืนอยู่มุมห้องเอ่ยขึ้นบ้าง “เอาอย่างนี้แล้วกัน ในเมื่อเถียงกันไปก็ไม่ได้ประโยชน์ งั้นเรามาจับฉลากลำดับกันดีกว่า” เย่เชียนอวี้ลูบคางพลางเสนอทางออก “ได้เลย!” เจ้าอ้วนจินเห็นด้วยเป็นคนแรก “ตกลง!” “เอาตามนั้น!” เย่เชียนอวี้หยิบไม้ขีดไฟสี่ก้านที่มีความยาวต่างกันออกมาในมือ แล้วแจกจ่ายให้คนละก้าน “เหอๆๆ ดูท่าว่าฉันจะได้เป็นหัวหน้าแล้วสินะ!” เจ้าอ้วนจินมองไม้ในมือตัวเองแล้วหัวเราะร่าอย่างลำพองใจ “เหล่าจิน นายอาจจะต้องผิดหวังนะ เพราะคนที่เป็นหัวหน้าน่ะคือฉัน! ฮ่าๆๆ” เย่เชียนอวี้สะบัดไม้ในมืออย่างกวนประสาท เพราะไม้ของเขาดูจะยาวกว่าของเจ้าอ้วนจินนิดหนึ่ง “เชี่ย! กลายเป็นฉันได้ลำดับที่สองงั้นเรอะ?” สุดท้ายเย่เชียนอวี้ก็ได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าหอพักไปครอง ส่วนลำดับที่สองคือ จินโหย่วเฉียน, ลำดับที่สามคือ อี้เสี่ยวเทียน และลำดับที่สี่คือ เซี่ยหนานซิง “ชิ!” เซี่ยหนานซิงเบะปากหันหน้าหนี ดูท่าทางจะไม่พอใจกับดวงของตัวเองอย่างแรง “ในฐานะหัวหน้าหอพัก ฉันตัดสินใจแล้วว่าเย็นนี้จะเลี้ยงฉลองพวกนายสักมื้อ อยากกินอะไรเลือกมาได้เลย! ไม่ต้องเกรงใจเรื่องเงิน!” เย่เชียนอวี้โบกมืออย่างใจป้ำแล้วยิ้มร่า “ได้ข่าวว่าแถวโมตู้มีร้านอาหารระดับห้าดาวชื่อ 'ร้านจินตู' รสชาติเด็ดขาดมาก โดยเฉพาะเมนู 'หงส์เหินมังกรก้อง' เห็นเน็ตอวยกันเว่อร์วังมาก ฉันอยากลองมานานแล้ว วันนี้พอจะมีโอกาสไปกินไหม? เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” จินโหย่วเฉียนรีบเสนอตัวด้วยความกลัวว่าเพื่อนๆ จะเกรงใจไม่กล้าไป “ร้านจินตูแพงเกินไปครับ ไม่ต้องให้พวกคุณมาจ่ายหรอก เราไปหาอะไรกินตามสั่งธรรมดาก็พอ แล้วหารกันเถอะ” อี้เสี่ยวเทียนท้วงขึ้นเบาๆ ดูจากการแต่งตัวแล้ว เขาน่าจะเป็นเด็กเรียนที่ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก จึงเกรงใจกลัวเพื่อนจะเปลืองเงิน “ปิ้งย่างริมทางกับเบียร์!” เซี่ยหนานซิงที่ยืนมุมห้องพูดขึ้นสั้นๆ “เอาตามข้อเสนอของเจ้าอ้วนละกัน ไปร้านจินตู ฉันก็เคยได้ยินมาว่ารสชาติเป็นเลิศเหมือนกัน อยากลองชิมดูบ้าง ตกลงว่าฉันเลี้ยงก็คือฉันเลี้ยง เหล่าจินห้ามแย่งนะ” เย่เชียนอวี้เพิ่งได้รับเงินมหาศาลมายังไม่ได้ใช้เลย ในเมื่อมีเงินเยอะขนาดนี้จะมัวมางกไปทำไม? ของแพงๆ น่ะจัดมาเลย “เอาตามนั้น ตกลง! เก็บข้าวของเสร็จแล้วเราไปตะลุยกัน!” เจ้าอ้วนจินปรบมือด้วยความดีใจ เย่เชียนอวี้จัดระเบียบเตียงนอนของตนเอง โดยเครื่องนอนส่วนใหญ่นั้นทางมหาวิทยาลัยจัดสรรไว้ให้เหมือนกันหมด เขาจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ทำความสะอาดห้องพักจนเรียบร้อย เวลาผ่านไปพักใหญ่จนใกล้จะห้าโมงเย็น ก็ได้เวลาเดินทางไปร้านจินตู ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยประมาณสิบนาทีพอดี “พวกเราจะไปกันยังไง ขับรถไปดีไหม? ใครมีรถบ้าง รถฉันนั่งได้แค่สองคน ใครมีรถก็ช่วยๆ กันนะ!” เจ้าอ้วนจินหันไปถามคนทั้งสาม “ฉันมีรถเหมือนกัน แต่จอดไว้ข้างนอกมหาวิทยาลัย เอาอย่างนี้ เหล่าจินนายไปกับคนที่สามก่อน เดี๋ยวฉันกับคนที่สี่จะตามไป” เย่เชียนอวี้พูดพลางพาดแขนบนไหล่ของเซี่ยหนานซิง “โอเคๆ น้องสาม ไปกับพี่กัน” เจ้าอ้วนจินเลิกคิ้วแล้วลากอี้เสี่ยวเทียนออกไป “อย่าเรียกฉันว่าน้องสามนะ!” … “ไปกันเถอะ เซี่ยหนานซิง!” เย่เชียนอวี้บอก ไม่นานนัก เย่เชียนอวี้และเซี่ยหนานซิงก็เดินมาถึงริมถนนนอกรั้วมหาวิทยาลัย แต่เขาจำตำแหน่งที่จอดรถไม่ได้แน่ชัด จึงกดรีโมทกุญแจรถเล่น ปี๊บ! ปี๊บ! ทันใดนั้น ไฟหน้าอันสว่างไสวของรถคันหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมา ทั้งสองรีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทั้งคู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำสนิทสุดเท่จอดอยู่นิ่งๆ ประตูปีกนกรูปค้างคาวเปิดออก พร้อมเส้นสายตัวรถที่ดูดุดันคมคาย เหมือนกับสัตว์ร้ายจากเหล็กกล้าที่เพิ่งลืมตาตื่น ทั้งดูทรงพลังและเท่ระเบิด เย่เชียนอวี้หวนนึกถึงสโลแกนโฆษณาคลาสสิกที่เคยผ่านตา: 'อยากรวยต้องเปิดร้าน อยากทำการค้าต้องเดินทางไกล ชีวิตต้องกล้าลุย... การเดินทางเริ่มต้นที่ก้าวแรก ความสำเร็จอยู่ที่คนทำ ยินดีด้วยที่คุณได้เป็นเจ้าของลัมโบร์กีนีสุดหรู ขอให้แสงจากโล่ทองคำวัวกระทิงนำทางสู่อนาคตที่สดใส ขอให้สาวๆ หันมอง และสัมผัสพลังเสียงคำรามที่ทำให้คุณโดดเด่นที่สุดบนถนนเส้นนี้' เซี่ยหนานซิงที่ปกติเงียบขรึม ดวงตาเผยแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเย่เชียนอวี้ด้วยสายตาที่แปลกพิกล ทว่าเพียงชั่วพริบตา ความประหลาดใจนั้นก็เลือนหายไป “ไปเถอะ!” เย่เชียนอวี้ไม่ได้สังเกตสายตาประหลาดนั่น เขายิ้มแล้วตบไหล่เพื่อนร่วมหอ เมื่อขึ้นรถ เย่เชียนอวี้กุมพวงมาลัยด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ขับรถสปอร์ตจริงๆ ด้วยทักษะการขับรถระดับสูงที่มี ความรู้เกี่ยวกับรถสปอร์ตก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองทันที บรืนนน! เสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่น ก่อนที่รถจะพุ่งทะยานราวกับเสือชีตาห์มุ่งตรงไปยังร้านจินตู “ทำไมหัวหน้ายังไม่มาอีกนะ?” อี้เสี่ยวเทียนที่ยืนรออยู่หน้าร้านชะเง้อมองหาพลางเอ่ยถาม ยังไม่ทันที่จินโหย่วเฉียนจะได้ตอบ ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคำรามใกล้เข้ามา หลังจากรถจอดเข้าที่ว่างใกล้ๆ ทั้งเย่เชียนอวี้และเซี่ยหนานซิงก็ก้าวลงมาจากรถ จินโหย่วเฉียนที่เห็นดังนั้นก็พุ่งตัวราวกับเงาดำกระโจนเข้ามาหา เย่เชียนอวี้กำลังจะเอ่ยปากทักทาย “เหล่าจิน เรา…” ทว่าจินโหย่วเฉียนไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย เขารีบวิ่งอ้อมไปที่ตัวรถด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด สองมืออ้วนๆ ลูบไล้ไปทั่วตัวถังเหมือนกำลังลูบภรรยาพลางอุทานเสียงดัง “เชี่ย! นี่มัน ลัมโบร์กีนี รุ่นไนท์ไลท์ ราคาประเมินเก้าสิบล้าน แถมมีจำกัดแค่ 3 คันทั่วโลก!” “ให้ตายเถอะ! รถในฝันของฉัน วันนี้ได้เห็นของจริงแล้ว!” เมื่อได้ยินเสียงอุทานของเจ้าอ้วน โดยเฉพาะตัวเลขเก้าสิบล้าน อี้เสี่ยวเทียนและเซี่ยหนานซิงต่างก็ตกตะลึง ก่อนจะหันไปจ้องเย่เชียนอวี้เป็นตาเดียว “หน่วยสิบ ร้อย พัน หมื่น… พ่อครับ ปู่ครับ…” อี้เสี่ยวเทียนไล่นับนิ้วไปมา “เชี่ย! ทะเบียน ลู่S88888! เมื่อไม่กี่วันก่อนได้ข่าวว่าตระกูลเสิ่นเปิดประมูลเลขทะเบียนนี้ไปในราคาหนึ่งร้อยยี่สิบล้าน แถมยังเป็นปริศนาว่าใครประมูลไปได้ ที่แท้ก็เป็นนายเองเหรอเนี่ย!” จินโหย่วเฉียนตาค้าง แค่ป้ายทะเบียนก็ราคาเป็นร้อยล้านแล้ว ป้ายแพงกว่ารถเสียอีก! ยิ่งเป็นอักษร S ตามกฎไม่เป็นทางการของประเทศที่ว่าตัว A คือสูงสุด แต่สำหรับตระกูลมั่งคั่งมักจะใช้ S เพื่อบ่งบอกสถานะ ผู้ที่กล้าใช้ป้ายทะเบียนระดับ S ไม่ว่ารวยหรือไม่ยังไม่พูดถึง แต่สถานะของเขาต้องสูงส่งมากแน่นอน การที่เย่เชียนอวี้ครอบครองป้ายทะเบียน ลู่S88888 ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้ ทั้งสามคนมองมาที่เย่เชียนอวี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาทุกคนไม่ใช่คนโง่ ย่อมรู้ดีว่ารูมเมทที่เพิ่งรู้จักกันในวันแรกคนนี้ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ และในใจของพวกเขาก็ยอมรับเย่เชียนอวี้เป็นหัวหน้าหอพักอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV