ตอนที่ 1
แทรกซึมสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ
1,553 คำ~8 นาที
ประเทศมังกร เวลาบ่ายสามโมงตรง
ภายในห้องสอบสวนพิเศษของหน่วยงานเฉพาะกิจแห่งหนึ่ง
“ชื่อ!”
“จางสิงครับ!”
จางสิงผู้นั่งตัวตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ถ่อมตัวและไม่จองหอง
คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจางสิงคือชายสองคนในเครื่องแบบสีดำ
“สถานะ!”
“เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยพลาด ตอนนี้ก็นับว่าเป็น... คนว่างงานคนหนึ่งครับ”
จางสิงตอบกลับไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ติดจะผิดหวังเล็กน้อย
“สหายจางสิง รบกวนถามหน่อย คุณใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าครูประจำชั้นของคุณเป็นสายลับข้ามชาติ?”
จางสิงไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย เขาอธิบายอย่างชัดเจนว่า
“จุดเริ่มต้นมาจากสุนทรพจน์ปลุกใจก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยครับ ครูประจำชั้นของผมบรรยายมุมมองเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ เขาอ้างว่าการเรียนก็เพื่อจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ และการหาเงินคือหนทางเดียวที่จะบรรลุคุณค่าของชีวิต”
“ซึ่งคำพูดแนวนี้เขามักจะหยิบมาพูดบ่อยๆ ในระหว่างการสอนปกติ ผมคิดว่าครูทั่วไปไม่น่าจะปลูกฝังแนวคิดลัทธิบูชาเงินทองให้กับนักเรียนเป็นกิจวัตรขนาดนี้ครับ”
“เพราะความสงสัยในจุดนี้ ผมเลยเริ่มสังเกตพฤติกรรมประจำวันและเส้นทางการเดินทางของเขา จากนั้นผมก็ใช้วิธีการทางแฮกเกอร์เจาะเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วก็ได้พบกับตัวตนอีกสองอย่างของเขาเข้า”
“เขาไม่ได้เป็นแค่ครูโรงเรียนมัธยมหงซิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสมาชิกลับของสมาคมนักเรียนแลกเปลี่ยนจีน-อเมริกาอีกด้วย หลายปีมานี้เขาช่วยผลักดันหัวกะทิที่สอบติดมหาวิทยาลัยในประเทศกว่าห้าสิบคนให้ไปเรียนที่อเมริกา ซึ่งเด็กเหล่านั้นพอไปถึงแล้ว ทุกคนล้วนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวีลีกและเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น”
“ที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากเจาะเข้าบัญชีหลักในคอมพิวเตอร์ของเขา ผมก็ได้หลักฐานเป็นภาพถ่ายปริศนาภาพหนึ่ง บุคคลในภาพใบนั้นก็คือหัวหน้าขบวนการสายลับที่มีชื่ออยู่ในหมายแดงของประเทศเรานั่นเองครับ”
“จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ผมจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะสงสัยและฟันธงว่า เขาต้องเป็นสมาชิกสายลับที่กองกำลังจารชนต่างชาติส่งมาฝังตัวในประเทศมังกรของเราแน่นอน”
คำตอบที่มีเหตุมีผลของจางสิงทำให้ชายในเครื่องแบบทั้งสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับลอบอุทานในใจ
หน่วยงานพิเศษที่จางสิงกำลังนั่งอยู่นี้ ความจริงแล้วก็คือสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (MSS) เขตฉวนอวี้ แห่งประเทศมังกร
และสาเหตุที่จางสิงถูกพาตัวมาที่นี่ในวันนี้
ก็เพราะเมื่อสองวันก่อน กล่องจดหมายส่วนตัวของอธิบดีลู่แห่งสำนักงานความมั่นคงฯ ได้รับจดหมายร้องเรียนนิรนามฉบับหนึ่ง
เป้าหมายที่ถูกร้องเรียนก็คือครูคนหนึ่งในโรงเรียนมัธยมหงซิง เมืองฉวนอวี้
กล่องจดหมายส่วนตัวของอธิบดีลู่ไม่ได้เปิดฟังก์ชันรับเรื่องร้องเรียน อีกทั้งสำนักงานความมั่นคงฯ สำหรับคนภายนอกแล้วถือเป็นดินแดนที่ลึกลับมาโดยตลอด ประชาชนทั่วไปแทบไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของหน่วยงานนี้ด้วยซ้ำ
หลังจากอธิบดีลู่ตรวจดูจดหมายร้องเรียนนิรนามฉบับนี้แล้ว เขารู้สึกว่ามันมีเงื่อนงำชอบกล จึงสั่งการด่วนให้ทีมปฏิบัติการที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจสอบเนื้อหาในจดหมายทันที
ขณะเดียวกัน ทีมปฏิบัติการที่ 2 ก็เร่งแกะรอยหาตัวผู้ส่งจดหมายนิรนามฉบับนี้
เนื่องจากในจดหมายมีการระบุหลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัยอย่างละเอียด รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกเจาะทำลายด้วยเทคนิคแฮกเกอร์ไว้ให้พร้อม ทีมปฏิบัติการที่ 3 จึงยืนยันตัวตนผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว หลังจากการสอบสวนอย่างหนักตลอดทั้งคืน ในที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่าเนื้อหาในจดหมายเป็นความจริงทุกประการ ครูประจำชั้นชั้นมัธยมปลายปีที่ 6 ของโรงเรียนหงซิงคนดังกล่าว เป็นสายลับที่องค์กรต่างชาติส่งมาปักธงฝังตัวอยู่ในพื้นที่ฉวนอวี้จริงๆ
ทว่าเมื่อเทียบกับการจับกุมที่ราบรื่นของทีมที่ 3 แล้ว ทีมปฏิบัติการที่ 2 ที่มีหน้าที่แกะรอยหาตัวผู้ส่งจดหมายกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนัก
แม้ในช่วงแรกทีมที่ 2 จะล็อกที่อยู่ IP ของผู้ส่งจดหมายได้จนไปถึงร้านอินเทอร์เน็ตในทำเลห่างไกลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเข้าตรวจค้นกลับพบว่าเป็นร้านเน็ตเถื่อนที่ไม่มีแม้แต่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่มีการลงทะเบียนข้อมูลบัตรประชาชนของผู้เข้าใช้บริการเลย
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ เมื่อทีมที่ 2 ทำการกู้คืนข้อมูลและตรวจสอบประวัติการใช้งานของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในร้าน พวกเขากลับไม่พบร่องรอยของจดหมายร้องเรียนฉบับนั้นในเครื่องไหนเลยแม้แต่เครื่องเดียว
เรื่องนี้อธิบายได้เพียงสองทาง
ทางแรกคืออีกฝ่ายใช้วิธีการบางอย่างปลอมแปลงที่อยู่ IP ทำให้ทีมปฏิบัติการที่ 2 แกะรอยไปผิดที่
หรืออีกทางหนึ่งคือ หลังจากส่งจดหมายแล้ว อีกฝ่ายได้ใช้วิธีบางอย่างเจาะเข้าระบบจัดการของร้านเพื่อลบร่องรอยทั้งหมดทิ้งไป
ความสงสัยทั้งสองประการนี้สร้างความลำบากให้การสืบสวนของทีมที่ 2 เป็นอย่างมาก สมาชิกทีมทำได้เพียงใช้วิธีสอบปากคำคนในร้านและเริ่มกระบวนการคัดกรองบุคคลที่เกี่ยวข้อง
แม้จะเป็นร้านเน็ตเถื่อน แต่จำนวนผู้เข้าใช้บริการต่อวันนั้นสูงมาก ประกอบกับไม่มีเบาะแสอื่นเลย งานตามหาตัวผู้ส่งจึงซับซ้อนและยุ่งยากจนถึงขีดสุด
แต่โชคยังดีที่หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรองอันน่าปวดหัวมาถึงวันที่สอง ในที่สุดทีมที่ 2 ก็สามารถล็อกตัวกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าเป็นผู้ส่งได้สำเร็จ
และเป้าหมายคนนั้นก็คือจางสิงที่ยืนอยู่ตรงนี้นี่เอง
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ เมื่อสมาชิกทีมปฏิบัติการที่ 2 ไปหาตัวจางสิง เขากลับไม่มีอาการตกใจเลยสักนิด แถมยังยอมรับออกมาหน้าตาเฉยว่าจดหมายฉบับนั้นตนเป็นคนส่งเอง
หลังจากนั้นไม่นาน จางสิงจึงถูกคุมตัวมาสอบถามข้อมูลที่นี่
“สหายจางสิง สิ่งที่เราจะบอกคุณก็คือ เนื้อหาที่คุณแจ้งมานั้นเป็นความจริง ปัจจุบันเราไม่เพียงแต่ควบคุมตัวสายลับคนนั้นไว้ได้แล้ว แต่จากการสอบสวนยังสามารถยืนยันตัวตนที่แท้จริงของมันได้อีกด้วย”
“ทว่าเรายังคงสงสัยว่า คุณทราบที่อยู่อีเมลส่วนตัวของอธิบดีลู่ของพวกเราได้อย่างไร?”
จางสิงยังคงตอบด้วยความนิ่งสงบเช่นเดิม
“สำหรับคนทั่วไป สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเป็นองค์กรที่ลึกลับ ในสายตาประชาชนส่วนใหญ่แทบไม่รู้ว่ามีหน่วยงานนี้อยู่ด้วยซ้ำ ข้อมูลแจ้งเหตุที่หน่วยงานนี้ได้รับมักจะมาจากกรมตำรวจหรือหน่วยงานอัยการอื่นๆ”
“ถ้าผมอยากจะส่งข้อมูลผ่านกระบวนการปกติเพื่อให้ถึงหูสำนักงานความมั่นคงฯ มันจำเป็นต้องผ่านกรมตำรวจหรืออัยการก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนและคัดกรองสักระยะหนึ่ง ถึงจะมีการรายงานขึ้นมายังหน่วยความมั่นคงฯ”
“ปัญหามันอยู่ที่เรื่องเวลาครับ ผมต้องการให้เนื้อหาการร้องเรียนส่งถึงหน่วยความมั่นคงฯ อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมถึงไม่ผ่านทางตำรวจ แต่เลือกส่งเข้าอีเมลส่วนตัวของอธิบดีลู่โดยตรง”
“ส่วนเรื่องที่ว่าหาอีเมลส่วนตัวของอธิบดีลู่เจอได้ยังไง สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แม้สำนักงานความมั่นคงฯ จะปิดตัวเป็นความลับ แต่ขอแค่หาหน่วยงานที่เคยติดต่อด้วยอย่างกรมตำรวจหรืออัยการ เจาะเข้าสู่ระบบภายในของพวกเขา การจะค้นหาระบบภายในของสำนักงานความมั่นคงฯ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป”
“เมื่อเข้าไปในระบบภายในของพวคุณได้แล้ว การจะควานหาอีเมลส่วนตัวของอธิบดีลู่ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ครับ”
เมื่อได้ยินคำอธิบายอันแสนราบเรียบของจางสิง เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานความมั่นคงฯ ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ในขณะเดียวกัน ณ อีกห้องหนึ่ง อธิบดีลู่ที่เฝ้ามองภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ตลอดเวลาก็พลันขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาทันที...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน