ตอนที่ 4
วิญญาณรนหาที่ตาย
1,832 คำ~10 นาที
โอสถคืนรากฉบับสมบูรณ์!
มันหายากยิ่งนัก หายากถึงขีดสุด
มิเช่นนั้นในอดีตเขาก็คงไม่มีมันเพียงเม็ดเดียวจนต้องยกให้เย่ว์หงหลวนหรอก
แต่เมื่อดูจากตอนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้นางอีกต่อไป
ลู่เหย่ลุกขึ้นยืน พลันได้ยินแสงมงคลเบ่งบานภายในสำนักต้าเต้า เสียงระฆังเต๋าเหง่งหง่าง และเสียงสัตว์อสูรเพรียกคำราม
"ศิษย์รุ่นที่เก้าสิบสองแห่งสำนักต้าเต้า เย่ว์หงหลวน ศิษย์ของไป๋ชิวหลาน ใช้เวลาหนึ่งเดือนสิบเจ็ดวันบรรลุรวบรวมปราณขั้นสมบูรณ์ ทำลายสถิติการรวบรวมปราณของสำนักต้าเต้า มอบโอสถคืนรากระดับยอดเยี่ยมหนึ่งขวด ศาสตราเวทสามชิ้น สิทธิ์ในการเป็นศิษย์สายตรง และวิชาเทพที่เลือกได้เองอีกสองเล่ม!"
ลู่เหย่ได้ยินเสียงนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก
ฝึกฝนได้รวดเร็วไม่เลว ตัวเขาเองใช้เวลาไปหนึ่งเดือนกับอีกสิบห้าวัน เร็วกว่านางเพียงสองวันเท่านั้น
อย่างไรเสียนางก็เคยเป็นถึงจักรพรรดินี การฝึกฝนขอบเขตภาวะรวบรวมปราณ ต่อให้ลู่เหย่จะมีระบบช่วยเหลือและเคยมีตบะระดับเทียนจุนในชาติก่อน แต่มันก็ต้องใช้เวลาพื้นฐานหลายสิบวันเช่นนี้เอง
ทว่า... โอสถคืนรากระดับยอดเยี่ยมงั้นหรือ?
เย่ว์หงหลวนคงไม่ชายตาแลเสียด้วยซ้ำ ตัวเขาเองต้องรีบไปชิงโอสถคืนรากฉบับสมบูรณ์เม็ดนั้นมาให้ได้
นอกจากนี้ เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ฉู่หลิงน่าจะกลับถึงหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่แล้วสินะ
ลู่เหย่แทบไม่อยากจินตนาการเลยว่า คนกลุ่มนั้นในหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่จะดีใจแค่ไหนที่เห็นฉู่หลิงที่หายตัวไปกลับมา
***
ณ ภายนอกหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่
ฉู่หลิงในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมองดูหมู่บ้านที่คุ้นเคยตรงหน้า น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
ได้กลับบ้านแล้ว!
ในที่สุดก็นางก็ได้กลับบ้านเสียที!
ตลอดหลายวันหลายคืนที่ผ่านมา นางเอาแต่คะนึงหาท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายของนาง
พวกเขาดีต่อชื่อนางเหลือเกิน ตั้งแต่นิสัยกายกระบี่บรรพกาลของนางถูกค้นพบท่านเจ้าหมู่บ้านและฮูหยินก็รับนางเป็นบุตรบุญธรรม ปฏิบัติต่อนางราวกับลูกในไส้ ยิ่งกว่าลูกแท้ๆ เสียอีก มอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้นาง
ตอนนี้ นางกลับมาแล้ว
หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงงดงามเหมือนเมื่อหลายปีก่อนตอนที่นางจากไป ไม่ใช่สภาพเสื่อมโทรมเหมือนตอนที่นางกลับมาในชาติที่แล้ว
ชาตินี้นางจะต้องตั้งใจฝึกฝน นางมีพลังพอที่จะปกป้องหมู่บ้านและปกป้องครอบครัวได้แล้ว!
ฉู่หลิงพกพาความตื่นเต้นเดินตรงไปยังหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่
ในยามนี้ ภายในหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่ ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึมตึงเครียด เหล่าองครักษ์คอยระแวดระวังกันเอง มือจับด้ามกระบี่ไว้มั่นตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้สหายร่วมงานชักดาบเข้าหากันกะทันหัน
ความขัดแย้งในหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่รุนแรงขึ้นทุกวัน
ทั้งหมดนี้มีต้นเหตุมาจากการหายตัวไปของนังคนรับใช้สารเลวนั่น!
เพราะนางหายตัวไป ท่านบรรพชนจึงหันไปใช้ร่างของนายน้อยในการหลอมกระบี่มารแทน
ท่านเจ้าหมู่บ้านและฮูหยินมีบุตรชายเพียงคนเดียว มีหรือจะยอมให้ท่านบรรพชนใช้ลูกชายหลอมกระบี่ ดังนั้นความขัดแย้งระหว่างเจ้าหมู่บ้านและบรรพชนจึงปะทุขึ้น
เมื่อการหลอมกระบี่ถึงช่วงเวลาสำคัญ ความขัดแย้งก็ยิ่งทวีคูณ
องครักษ์บางส่วนเป็นคนของท่านบรรพชน บางส่วนเป็นคนของเจ้าหมู่บ้าน ทุกคนสัมผัสได้ว่าสงครามครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง
เมฆดำทมิฬปกคลุมไปทั่ว
ในจังหวะนั้นเอง ฉู่หลิงในสภาพมอมแมมก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่
"ขอทานที่ไหนกัน! หมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาได้รึ รีบไสหัวไปซะ!" องครักษ์นามว่าฉู่สี่ตวาดขับไล่ เขาเป็นคนจิตใจดี ไม่อยากให้คนนอกต้องมาพัวพันกับการต่อสู้นี้
"ข้าไม่ใช่ขอทานนะ ข้าคือคุณหนูใหญ่ ข้าคือฉู่หลิง!" ฉู่หลิงกล่าวด้วยความดีใจ
เหล่าองครักษ์สี่คนที่เฝ้าประตูอยู่นิ่งอึ้งไปตามๆ กัน
"เจ้าคือ... ใครนะ?"
"ฉู่หลิง ข้าคือฉู่หลิงไง!"
"เจ้า... เจ้า..."
องครักษ์ทั้งสี่มองนางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ไม่สิ... เจ้าหนีพ้นจากขุมนรกไปแล้ว เหตุใดตอนนี้ถึงกลับมาพร้อมรอยยิ้มร่าเริงแจ่มใสขนาดนี้ล่ะ?
เจ้าสมองกลับหรือเปล่า?
"บังอาจ! นังเด็กเหลือขอจากไหน กล้ามาแอบอ้างเป็นคุณหนูใหญ่ รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นอย่าหาว่ากระบี่ข้าไร้เมตตา!" ฉู่สี่ชักกระบี่ยาวออกมาตวาดเสียงสั่น
องครักษ์อีกสามคนมองฉู่สี่ด้วยสายตาที่เป็นอันตราย
"ฉู่สี่ ท่านจำข้าไม่ได้หรือ? ข้าคือฉู่หลิงไง ตอนเด็กๆ ท่านยังชอบอุ้มข้า หาของอร่อยให้ข้ากินบ่อยๆ ลืมไปแล้วหรือ?"
"ข้าเพิ่งไปได้ไม่นาน ท่านดูลูกหน้าข้าสิ..."
"ฉู่หลิงกลับมาแล้ว!"
องครักษ์คนหนึ่งพลันวิ่งพรวดเข้าไปในหมู่บ้าน ตะโกนสุดเสียงเท่าที่จะทำได้!
"ฉู่หลิงกลับมาแล้ว!"
"ฉู่หลิง ผู้มีกายกระบี่บรรพกาลกลับมาแล้ว!"
"ท่านบรรพชน ท่านบรรพชน! ฉู่หลิงกลับมาแล้วขอรับ!"
ทันใดนั้น กลิ่นอายพลังหลายสายก็ปะทุขึ้นภายในหมู่บ้าน ทุกคนที่ได้ยินข่าวนี้มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงและรีบพุ่งตัวออกมาทันที
ฉู่สี่มองดูฉู่หลิงที่มีสีหน้าดีใจดูเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ไร้เดียงสา เขาอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด
คนผู้นี้... คนผู้นี้มัน...
"ตึง!"
ร่างในชุดผ้าไหมชั้นดีก้าวออกมา ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนพื้นศิลาเขียว ถึงขนาดที่ตอนเดินพ้นประตูใหญ่ ร่างนั้นยังเซจนเกือบจะล้มพับไปกับพื้น
ฉู่หลิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ร่างนั้นทรงตัวไว้ได้ก่อนจะปรี่เข้ามากอดฉู่หลิงไว้ในอ้อมอก
"หลิงเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว ในที่สุดเจ้าก็กลับมา! พ่อคิดถึงเจ้าเหลือเกิน!"
เขาดีใจจนตัวสั่นเทา ดวงตาเสือคู่นั้นแดงก่ำด้วยความตื้นตัน
นี่คือฉู่สยงเทียน เจ้าหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่
"หลิงเอ๋อร์!"
เสียงอุทานดังขึ้นอีกครั้ง ฮูหยินเฉิงสุ่ยเยว่ก็วิ่งตามออกมาเช่นกัน นางกอดฉู่หลิงไว้พร้อมกัน
"นังลูกคนนี้นี่ หายไปไหนมาตั้งนานฮะ? ข่าวคราวก็ไม่ส่งมาบ้างเลย รู้ไหมว่าพวกเราแทบอกแตกตายอยู่แล้ว!"
"ลูกขอโทษค่ะ ลูกถูกพาตัวไปที่สำนักต้าเต้า เขาไม่ยอมให้ลูกติดต่อทุกคนเลย ตอนนี้ลูกแอบหนีออกมาได้แล้ว ต่อไปลูกจะไม่ทิ้งท่านพ่อท่านแม่อีกแล้วค่ะ" ฉู่หลิงตื่นตันใจอย่างมาก
ในอ้อมกอดของพ่อแม่ นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ไม่ได้เจอมานาน
ฉู่ซื่อเฟย นายน้อยแห่งหมู่บ้านกระบี่ตระกูลฉู่มองดูฉู่หลิงที่กลับมาด้วยใบหน้าที่ยังไม่อยากเชื่อสายตา
เขาอดไม่ได้ที่จะตบหน้าตัวเองหนึ่งฉาด
เจ็บ!
ในวินาทีนี้ เขารู้สึกเพียงว่าขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
กลับมาแล้ว กลับมาแล้วจริงๆ ด้วย เยี่ยมไปเลย... ตัวตายตัวแทนกลับมาแล้ว!
เขาเกือบจะตายอยู่แล้วเชียว!
***
ณ ภายนอกสำนักต้าเต้า
หลังจากที่ลู่เหย่ออกจากงานประกาศรางวัลของเย่ว์หงหลวน เขาก็ตัดสินใจเดินทางออกไปทันที
จุดมุ่งหมายของเขาคือสุสานโบราณที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสำนักต้าเต้าห่างออกไปกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร สุสานแห่งนี้ยังไม่ปรากฏสู่สายตาชาวโลก คาดว่าจะต้องรออีกประมาณหนึ่งเดือนจึงจะมีสงครามขนาดใหญ่ที่บังเอิญทำลายค่ายกลของสุสานและทำให้มันถูกเปิดออก
ภายในคือสุสานของยอดฝีมือระดับหลอมคืนว่างเปล่าที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน
ของที่ล้ำค่าที่สุดข้างในคือเศษเสี้ยว 'คัมภีร์สวรรค์เก้าชีวิตอมตะ' และโอสถคืนรากฉบับสมบูรณ์ ส่วนของอย่างอื่นต่างก็เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา เหลือเพียงสองอย่างนี้เท่านั้นที่ยังคงสภาพดีอยู่
ลู่เหย่เดินทางไม่หยุดหย่อน
เขาใช้เวลาเพียงสองวันก็มาถึงที่หมาย
ที่นี่มีค่ายกลป้องกันอยู่ แม้ค่ายกลจะชำรุดทรุดโทรมลงไปมาก แต่ต่อให้มันยังสมบูรณ์ ลู่เหย่ก็สามารถผ่านมันไปได้อย่างง่ายดาย
เพียงก้าวเดินไม่กี่ก้าว ร่างของเขาก็เลือนหายไป
เกือบสิบนาทีหลังจากที่เขาหายไป ร่างของเย่ว์หงหลวนก็ปรากฏขึ้น
นางมาตัวคนเดียว
ข่าวเรื่องโอสถคืนรากฉบับสมบูรณ์ นางย่อมไม่ลอบบอกให้ใครรู้
โอสถเช่นนี้ สำหรับใครหลายคนอาจไม่ล้ำค่าหรือไม่มีประโยชน์
แต่สำหรับผู้ที่กำลังจะกลั่นแกนปราณ มันมีมูลค่าประเมินมิได้
นางผ่านเข้าไปในค่ายกลอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไป สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
มีคนเข้ามาล่วงหน้าแล้ว?
ใครกัน?
นางรีบพุ่งตรงเข้าไปข้างในทันที สำหรับอดีตจักรพรรดินีแห่งชาติก่อน สิ่งที่ยอดฝีมือระดับหลอมคืนว่างเปล่าวางไว้ประกอบกับถูกกาลเวลากัดเซาะ ย่อมไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นนางได้
ทันใดนั้น ฝีเท้าของนางก็ชะงักกึก
หืม?
นางถูกกักขัง
เย่ว์หงหลวนฟาดฝ่ามือออกไปด้านหน้า พื้นที่ว่างเปล่าสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่ค่ายกลที่สร้างโดยยอดฝีมือระดับหลอมคืนว่างเปล่า
แต่เป็นค่ายกลที่ผู้ที่เข้ามาก่อนหน้านี้เป็นคนวางเอาไว้
สุสานแห่งนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดออก ตามหลักแล้วไม่ควรมีใครมาที่นี่
ในเมื่อมีคนมาถึงก่อน และวางค่ายกลได้เช่นนี้ ย่อมหมายความได้อย่างเดียว...
"ศิษย์พี่ ข้ารู้ว่าเป็นท่าน! ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะ!"
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน