ตอนที่ 3
ปลาเก๋าเสือนึ่งซีอิ๊ว
1,668 คำ~9 นาที
“ยินดีด้วย ท่านได้รับ 'พรแห่งเงือก' (ใช้งานได้เฉพาะโฮสต์ หลังใช้งานร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้น สามารถหายใจและว่ายน้ำในทะเลได้อย่างอิสระเหมือนเงือก)”
“ยินดีด้วย ท่านได้รับ 'ดวงตาแห่งมหาสมุทร' (ใช้งานได้เฉพาะโฮสต์ สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ใต้ทะเลภายในระยะที่กำหนด แม้จะเป็นก้นบึ้งที่มืดมิดที่สุดก็ตาม)”
“ยินดีด้วย ท่านได้รับ 'เบ็ดตกปลาเกรดกลาง' หนึ่งชุด (สินค้าจากระบบรับประกันคุณภาพ ถึงจะดูเล็กจ้อยแต่การตกปลาใหญ่ขนาดร้อยกิโลกรัมไม่ใช่เรื่องยากเลย)”
เจียงหนานโจวถึงกับอึ้ง นี่มันโกงเกินไปแล้ว! หัวใจของเขาเต้นระรัว มือสั่นด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดเขาก็มีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว
หลังจากใช้งานพรแห่งเงือกและดวงตาแห่งมหาสมุทรไปแล้ว เขาก็รู้สึกตัวเบาสบายอย่างประหลาด ยิ่งไปกว่านั้นสายตายังชัดเจนขึ้นมาก ค่าสายตาสั้นร้อยกว่าดีกรีที่มีอยู่เดิมก็หายเป็นปลิดทิ้ง
เจียงหนานโจวได้แต่คิดในใจอย่างทึ่ง นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว หรือว่าเขาจะเป็นผู้ถูกเลือกจริงๆ?
อืม ต้องใช่แน่ๆ
เจียงหนานโจวเกี่ยวเหยื่อใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้เมื่อเขามองลงไปในทะเล เขาก็ต้องตะลึงอีกรอบ เพราะเขามองเห็นก้นทะเลได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะพวกปลาตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังว่ายวนอยู่
เจียงหนานโจวถือคันเบ็ดเดินไปรอบๆ เพื่อมองหาจุดที่มีปลาใหญ่ พอเพ่งมองดีๆ ก็เห็นปลาเก๋าเสือตัวหนึ่งอยู่ในระดับความลึกประมาณสิบกว่าเมตร ปลาชนิดนี้ถ้านำมานึ่งซีอิ๊วจะอร่อยที่สุด ซึ่งเขาก็ชอบกินเสียด้วย หึหึ
เขาหย่อนเบ็ดลงไปใกล้ๆ ปลาตัวนั้น พลางค่อยๆ ล่อให้มันกินเหยื่อ ไม่กี่นาทีผ่านไป มันก็ติดเบ็ดเข้าให้
แต่เขาดูแคลนเจ้าปลาเก๋าเสือตัวนี้เกินไปหน่อย มันแรงเยอะมากจริงๆ คันเบ็ดของปู่ก็เป็นของเก่าเก็บ ส่วนสายเบ็ดวันนี้ก็เส้นเล็ก เขาเลยไม่กล้าออกแรงดึงมากเกินไป
จังหวะนั้นปู่เจียงที่เพิ่งวางอวนเสร็จก็กลับมาพอดี เมื่อเห็นหลานชายกำลังอัดปลาอยู่ก็รีบคว้าสวิงวิ่งเข้ามาช่วย และไม่นานก็นำเจ้าปลาเก๋าเสือขึ้นมาได้สำเร็จ
ปู่เจียงอุ้มปลาในสวิงขึ้นมาลองกะน้ำหนักดู
“โอ้โฮ ดวงดีไม่เบานี่นา ตัวนี้ต้องมีสักห้ากิโลเห็นจะได้ ขายได้ตั้งสี่ห้าร้อยเชียวนะ เจ้าหลานคนนี้ใช้ได้เลย เหมือนปู่ไม่มีผิด เป็นเซียนตกปลาตัวจริง ฮ่าๆๆ”
“วิชาตกปลาของผม ก็ได้มาจากปู่ทั้งนั้นแหละครับ ก็ต้องเหมือนปู่สิครับ”
เจียงหนานโจวมองดูท่าทางดีใจของปู่แล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วย
หลังจากนั้นเจียงหนานโจวก็เหวี่ยงเบ็ดไปอีกสองสามครั้ง และตกปลาใหญ่ขึ้นมาได้ต่อเนื่องหลายตัว ซึ่งทำเอาปู่เจียงตกตะลึงไปเลย
“เสี่ยวโจวเอ๊ย ดวงแกนี่มันดีเกินไปแล้วนะ”
เจียงหนานโจวได้แต่เกาจมูกด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ก็ใครใช้ให้เขามีตัวช่วยล่ะ
เมื่อเห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว ทั้งสองก็จัดการเก็บปลาแล้วเตรียมตัวกลับบ้านไปกินมื้อเที่ยง ขืนกลับช้ากว่านี้ย่าเจียงต้องบ่นหูชาแน่ๆ
เดิมทีปู่เจียงตั้งใจจะกู้อวนต่อ แต่ก็ถูกเจียงหนานโจวรั้งไว้ก่อน
“ปู่ครับ เก็บปลาเก๋าเสือตัวเล็กไว้ตัวหนึ่งกลับไปนึ่งซีอิ๊วเถอะครับ ส่วนที่เหลือค่อยเอาไปขายตอนบ่าย ส่วนอวนนั้นปู่ค่อยมาเก็บตอนบ่ายก็ได้ครับ”
ปู่เจียงได้ยินว่าหลานชายอยากกินปลาเก๋าเสือนึ่งซีอิ๊วก็แอบเสียดายเล็กน้อย เพราะถึงจะเป็นตัวที่เล็กที่สุด แต่มันก็มีน้ำหนักตั้งสองสามกิโล ขายได้ตั้งสองร้อยกว่าเชียวนะ
แต่เมื่อเห็นว่าหลานชายคนโตอยากกิน ก็ทำนึ่งซีอิ๊วตามใจเขาก็ได้
“เอาอย่างนั้นก็ได้ กลับไปจะบอกให้ย่าเจ้าทำให้”
พอใกล้ถึงบ้าน เขาก็เห็นรถเก๋งออดี้สีดำจอดอยู่หน้าบ้านเก่า ได้ยินมาว่าเป็นรถคันใหม่ที่อาเจียงเพิ่งซื้อมา ราคาแพงหูฉี่เลยทีเดียว
ปู่เจียงจำได้ทันทีว่าเป็นรถของลูกสาว
“พวกอาเจียงกลับมาแล้ว สงสัยย่าเจ้าคงโทรไปบอกแน่ๆ วันนี้พวกเขามีลาภปากแล้วล่ะ”
ครอบครัวของอาเจียงเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขายส่งอยู่ในตัวเมือง ฐานะทางบ้านถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับคนบนเกาะ โดยเฉพาะกับเจียงหนานโจวที่อาเจียงรักเหมือนลูกในไส้
อาเจียงสมัยสาวๆ สวยมาก สวยที่สุดบนเกาะเลยก็ว่าได้ ตอนไปเดินตลาดในเมืองก็ไปสะดุดตาอาเขยเข้า ทั้งคู่รักกันหวานชื่นมาจนถึงทุกวันนี้ บรรดาลูกๆ ของอาเจียงยังเคยมาบ่นให้เจียงหนานโจวฟังบ่อยๆ อย่าดูถูกว่าตอนนี้อาเจียงจะอายุเกือบสี่สิบแล้ว การดูแลตัวเองของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณนายในเมืองใหญ่เลย
พ่อของเจียงหนานโจวกับอาเขยกำลังยืนสูบบุหรี่คุยกันอยู่ในลานบ้าน เมื่อเห็นปู่เจียงกับเจียงหนานโจวเดินถือถังคนละใบเข้ามา
อาเขยรีบดับบุหรี่แล้วเดินเข้ามาช่วยรับถังน้ำจากพ่อตา
“หนักจังเลยครับ ดูท่าพ่อจะได้ปลามาเยอะเลยสิครับวันนี้?”
ปู่เจียงได้ยินลูกเขยพูดแบบนั้นก็ยืดอกอย่างภูมิใจ ไม่ลืมหันไปถลึงตาใส่ลูกชายที่ยืนพิงขอบหน้าต่างสูบบุหรี่อยู่ ก่อนจะพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า
“อวนของข้ายังไม่ได้กู้เลย สองถังนี่เสี่ยวโจวตกมาได้ทั้งนั้น เจ้าดูสิว่ามีปลาอะไรบ้าง”
เมื่อเห็นปลาตัวสีเหลืองที่มีลายแถบสีน้ำตาลเข้มห้าแถบพาดตามขวาง ทั้งตัวเต็มไปด้วยจุดสีน้ำตาลเล็กๆ บริเวณลายแถบสีจะเข้มกว่า มีลายรูปอานม้าสีดำที่ส่วนท้ายของโคนหาง บริเวณหลังตาและหัวมีรอยบุ๋ม และปากกว้าง อาเขยก็ดูออกทันที
“โอ้โห นี่มันปลาเก๋าเสือทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอเนี่ย? ตัวนี้ต้องมีเกินห้ากิโลแน่ๆ ปลาเก๋าเสือป่าตัวใหญ่ขนาดนี้หายากจะตาย ขายได้ราคาดีแน่นอน”
“ตัวใหญ่นั่นเดี๋ยวบ่ายนี้ค่อยเอาไปขาย ส่วนตัวเล็กนี่เสี่ยวโจวบอกจะเอามาทำนึ่งซีอิ๊ว วันนี้พวกเจ้าโชคดีแล้วล่ะ”
ปู่เจียงพูดจบก็หิ้วปลาเก๋าเสือตัวเล็กเข้าครัวไป
พอเห็นปู่เจียงเข้าครัวไปแล้ว พ่อของเจียงหนานโจวถึงกล้าเดินเข้ามาแจม
อาเขยกับเจียงหนานโจวช่วยกันเทปลาในถังลงในอ่างใหญ่แล้วเปิดออกซิเจน
เมื่อเห็นปลากะพงในอ่างสี่ตัว อาเขยก็หันไปพูดกับพ่อของเจียงหนานโจวว่า “สมกับที่เป็นลูกหลานชาวประมงจริงๆ น่าอิจฉาจัง”
พ่อแม่ของอาเขยย้ายมาจากแผ่นดินใหญ่ เลยไม่ประสีประสาเรื่องการจับปลา ส่วนตัวอาเขยเองนั้นชอบออกเรือไปตกปลามาก ติดแค่ทุกครั้งที่ตกมักจะขาดดวงไปหน่อย
พ่อของเจียงหนานโจวได้ยินคำพูดของน้องเขยก็กรอกตามองบน
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขามีหน้าตาเหมือนพ่อราวกับแกะ เขาคงนึกว่าตัวเองเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงแน่ๆ ในฐานะลูกหลานชาวประมง เขากลับเมาเรือและกลัวน้ำ ทำได้แค่เดินหาหอยตามชายหาดช่วงน้ำลด สารพัดวิธีที่ลองก็ยังทำไม่ได้ จนทำให้สมัยเด็กๆ มักจะถูกชาวเกาะล้อเลียนเป็นประจำ จนมาถึงทุกวันนี้ พ่อของเขาก็ยังชอบถลึงตาใส่เขาเวลาว่างๆ แถมไม่เคยพูดจาดีๆ ด้วย มักจะพูดอยู่เสมอว่าวิชาจับปลาของตัวเองคงต้องมาจบสิ้นที่รุ่นเขาแน่ๆ
อาเจียงถูกย่าเจียงกับแม่ของเจียงหนานโจวไล่ออกมาจากครัวเพราะมัวแต่เม้าท์มอยจนขวางทางทำกับข้าว
อาเจียงลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ เจียงหนานโจว
“เสี่ยวโจว อาได้ยินแม่บอกว่าหลานจะกลับตอนหลังปีใหม่เหรอ”
“ครับ หลายปีมานี้ไม่ได้พักผ่อนจริงๆ จังๆ เลย ถือโอกาสนี้พักผ่อนยาวๆ เลยครับ”
“ก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้หลานก็น่าจะมีเวลาว่างแล้ว ฝั่งบ้านอาเขยเขามีญาติอยู่คนนึง อายุห่างจากหลานสองปี ปีนี้ยี่สิบห้า เห็นว่าทำงานเป็นผู้จัดการร้านขายเสื้อผ้าอยู่ในห้างที่มหานคร สวยมาก ตัวสูงด้วย สองสามวันนี้พี่สาวเขาจะแต่งงาน เธอก็จะกลับมาพอดี เดี๋ยวหลานลองไปเจอกันหน่อยเป็นไง”
“อาครับ ปล่อยผมไปเถอะ ตอนนี้ผมยังไม่มีอารมณ์หาแฟนหรอกครับ”
“ปล่อยเหรอ ใครจะปล่อยอาได้ล่ะ ปู่กับย่าก็บ่นกับอาบ่อยๆ พ่อกับแม่หลานอีกล่ะ ใครบ้างไม่ร้อนใจแทนหลาน หลานก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว มีคนเหมาะสมก็ลองดูก่อน ไม่ใช่ว่านัดดูตัวแล้วต้องแต่งงานกันเสียเมื่อไหร่ จริงไหมล่ะ?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน