ตอนที่ 4

โอกาสใหม่ในการหาเงิน

1,639 คำ~9 นาที
เย่เฉินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย “เย่เฉิน ทุ่มตรงวันนี้ เจอกันที่ภัตตาคารจวินเยว่ งานเลี้ยงฉลองจบการศึกษานะ อย่ามาสายล่ะ” คนโทรมาคืออู๋ฉางหมิง หัวหน้าชั้น ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเย่เฉินเรียกได้ว่าแค่คนรู้จักกันเท่านั้น ปัญหาคือเจ้าหมอนี่ชอบสร้างภาพ ต่อหน้าขยันประจบครูประจำชั้นและหัวหน้าภาควิชา ส่วนกับเพื่อนร่วมชั้นก็ทำตัวอย่างหนึ่ง ลับหลังก็ทำอีกอย่าง เย่เฉินไม่ค่อยถูกชะตากับคนประเภทนี้เท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนแบบนี้มักเอาตัวรอดในสังคมได้เก่ง เพราะปากหวานประจบประแจงเก่ง นั่นคือทักษะอย่างหนึ่ง คนแบบนี้ไปได้ไกลกว่าคนซื่อตรงง่ายกว่ามาก “รู้แล้ว มีธุระอะไรอีกไหม?” เย่เฉินไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด น้ำเสียงจึงฟังดูเย็นชา อู๋ฉางหมิงไม่ถือสา เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มีธุระนิดหน่อยน่ะ ฉันจำได้ว่านายทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟต์แวร์ฉางคงใช่ไหม? แฟนฉันอยากจะเข้าไปทำงานที่นั่น นายช่วยฝากประวัติให้หน่อยได้ไหม? เดี๋ยวเลี้ยงข้าวตอบแทน” “เรื่องนี้ช่วยไม่ได้หรอก ฉันลาออกไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว” เย่เฉินตอบ “งั้นเหรอ ได้ๆ งั้นเจอกันตอนเย็นนะ” อู๋ฉางหมิงวางสายไปทันที ตัวดีเลย! พอรู้ว่าช่วยไม่ได้ก็ชิงวางสายทันที พ่อคนนี้จริงๆ เลย เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไร้คำพูด วางโทรศัพท์ลงข้างกาย “ที่แท้ก็โทรมาเพราะอยากฝากแฟนตัวเองนี่เอง… แต่ก็นะ เจ้าหมอนี่ก็ใจกว้างดีแฮะ ไม่กลัวฉันไปจีบแฟนเขาหรือไง?” เย่เฉินส่ายหน้า เอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ “ราคาบ้านในปักกิ่งไม่ถูกเลย ต่อให้ไม่ใช่ใจกลางเมือง อย่างน้อยก็ต้องมีสี่ห้าหมื่นต่อตารางเมตร…” “อยากจะซื้อตึกสักหลังที่มีสัก 30 กว่าชั้น ชั้นหนึ่งต้องมีไม่ต่ำกว่า 500 ตารางเมตร เงิน 430 ล้านหยวนยังไม่พอ…” “ยังไงก็ต้องหาเงินให้มากกว่านี้ ถึงจะดำเนินแผนการได้…” “ไม่รีบ ยังมีเวลา ค่อยหาจังหวะไปดูบ้านดีกว่า ควรเป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จสักตึกสองตึก…” “โครงการแบบนั้นยังไม่มีคนย้ายเข้า ดัดแปลงง่าย และจะไม่เป็นที่สะดุดตาเกินไป…” “น่าเสียดายที่ไอน้ำในทะเลมีมากเกินไป หากเกิดภัยพิบัติคลื่นความร้อน มหาสมุทรคงกลายเป็นห้องซาวน่า ไปที่นั่นก็เท่ากับรนหาที่ตาย…” “เว้นแต่ว่าจะหาเรือดำน้ำได้ ถ้าดำน้ำไปได้ก็จะสามารถเลี่ยงภัยพิบัติคลื่นความร้อนและพายุฝนได้…” “แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเกิดภัยพิบัติหนาวจัด ต่อให้โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ก็ต้องเจอกับพายุหิมะ…” “ไม่เกินสามวัน เรือดำน้ำคงถูกพายุหิมะกลบฝัง การติดอยู่ในเรือดำน้ำก็เป็นพฤติกรรมรนหาที่ตายชัดๆ…” “ทางที่ดีคือซื้อตึกสักหลัง จบในที่เดียว ไม่ต้องวิ่งวุ่นไปทั่ว…” คิดได้ดังนั้น เย่เฉินก็ถอนหายใจยาว แล้วออกไปทานอาหารเช้า บนถนนมีผู้คนขวักไขว่ เย่เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ จนเป็นนิสัย ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ไม่เห็นใครที่มีสถานะโชคลาภพุ่งพล่าน ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดา ดวงปกติ “ในเมื่อตอนนี้เงินเข้าบัญชีแล้ว ก็สามารถไปสถานที่ระดับไฮเอนด์ หรือพวกคลับต่างๆ เพื่อหาลู่ทางเพิ่มได้…” คนที่สามารถเข้าสถานที่ไฮเอนด์ได้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ระดับชนชั้นทั่วไป นอกจากพวกพนักงานแล้ว ก็ยังมีพวกที่จ้องจะจับคนรวย คนกลุ่มนี้ต่อให้ไม่มีสถานะโชคลาภพุ่งพล่าน แต่ก็มีโอกาสที่เขาจะพบช่องทางทำเงินผ่านคนกลุ่มนี้ “จริงสิ ไปบริษัทการเงินก็น่าจะได้ ไม่แน่ว่าอาจจะเห็นคำใบ้อะไรผ่านพวกเขา…” “ทั้งฟิวเจอร์ส หุ้น กองทุน อะไรก็ได้ ขอแค่ทำเงินได้เร็วเป็นพอ…” “เลิกคิดก่อนดีกว่า ไปหาซื้อรถก่อน นี่คือหน้าตา ต้องเตรียมภาพลักษณ์ให้พร้อม…” “ไม่ว่าจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่ง ก็ต้องทำแบบนี้แหละ…” การกระทำของเย่เฉินรวดเร็วมาก หลังทานมื้อเช้าเสร็จ เขาก็ตรงไปที่โชว์รูมรถ และถอยรถพอร์ช 911 ออกมาทันที จ่ายไป 2.28 ล้านหยวน ส่วนทะเบียนรถ เย่เฉินประมูลได้มาเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนแรกเขาตั้งใจจะซื้อรถโฟล์คสวาเกนขับสักคัน ราคาแสนกว่าหยวน เก็บเงินก็คงไม่ยากนัก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยืมบ้างหรือกู้ไฟแนนซ์เอา ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ซื้อบ้านที่เซี่ยงไฮ้ไม่ไหว แต่ซื้อรถสักคันก็คงพอได้ นี่คือที่มาของทะเบียนรถในมือเย่เฉิน จัดการเอกสารและติดตั้งทะเบียนเรียบร้อย เย่เฉินก็ขับพอร์ช 911 ไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์เนมอีกหลายชุด จ่ายไปเกือบสองล้าน หลังจากนั้น เย่เฉินก็ไปซื้อนาฬิกาปาเต๊ะ ฟิลิปป์ ราคา 2 ล้านหยวน นี่คือการแต่งตัว เขาไม่อยากจะเข้าสถานที่ระดับไฮเอนด์ด้วยสภาพเสื้อผ้าตลาดนัดให้คนอื่นดูถูก หรือโดนขวางไม่ให้เข้า มันน่าเบื่อเกินไป เย่เฉินไม่มีรสนิยมชอบการถูกดูถูกแล้วค่อยควักบัตรเครดิตมาตบหน้าคนอื่นเพื่อโชว์พาวหรอก อีกอย่างเมื่อเทียบกับเงิน 430 ล้านหยวน ค่าใช้จ่ายแค่นี้ถือว่าน้อยมาก ช่วงเที่ยง เย่เฉินไปทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารตะวันตกชื่อดังแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ จะอร่อยหรือไม่อย่าเพิ่งพูดถึง อย่างน้อยที่นี่ก็มีโอกาสได้เห็นเศรษฐีที่มีสินทรัพย์มหาศาล หรืออย่างน้อยก็เป็นชนชั้นนำจากหลากหลายอาชีพ หรือพวกทายาทมหาเศรษฐี ความเป็นจริงก็เป็นไปตามที่เย่เฉินคิด น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ในอีกสามวันข้างหน้ากลับดูธรรมดามากๆ ไม่เห็นโอกาสทำเงินแม้แต่น้อย ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของเย่เฉิน ถ้าไปที่ไหนแล้วเจอคนที่มีสถานะโชคลาภพุ่งพล่านได้ตลอดเวลาสิ ถึงจะเรียกว่ามีผีมาหลอก บริเวณหน้าประตูร้านอาหารตะวันตก ชายหัวล้านวัยกลางคนคนหนึ่งที่โอบกอดหญิงสาวอายุน้อยเดินเข้ามาในสายตาของเย่เฉิน “จ้าวเต๋อจู้ ชาย วัย 46 ปี มีทั้งโชคและเคราะห์ สองวันถัดไปตอนบ่ายโมง ตรงไปยังตลาดค้าหยกดิบ XX ซื้อหยกดิบชิ้นหนึ่งมูลค่า 1.8 ล้านหยวน ลุ้นถูกหยกจักรพรรดิ กวาดเงินกำไร 1.3 พันล้านหยวน ด้วยความดีใจเกินเหตุ เกิดอาการหัวใจวายฉับพลัน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ” “หยกดิบ หยกจักรพรรดิ…” เย่เฉินจ้องมองจ้าวเต๋อจู้แวบหนึ่ง แววตาเผยความประหลาดใจเล็กน้อย “หยกจักรพรรดิ เดี๋ยวนี้ไม่ได้หาดูง่ายๆ นะ เขากลับได้มันมา แต่น่าเสียดายที่ดวงไม่ดีเท่าไหร่ จบชีวิตในที่เกิดเหตุ…” “อีกสองวัน…” “ไม่รู้ว่าเป็นหยกก้อนใหม่หรือของเก่าค้างสต็อก…” “ไม่รีบ พรุ่งนี้ค่อยไปดู ถ้ามี ก็ซื้อมาเลย กวาดเงิน 1.3 พันล้านก่อนค่อยว่ากัน…” เย่เฉินคิดเสร็จก็นั่งรถออกไป ตลอดช่วงบ่าย เย่เฉินไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากไปสมัครสมาชิกสนามกอล์ฟหลายแห่ง จากนั้นก็ไปสมัครสมาชิกคลับซูเปอร์คาร์ชื่อดังหลายแห่งในเซี่ยงไฮ้ อย่างน้อยคนที่มาที่นี่ก็ต้องเป็นคนมีเงินแน่นอน และจากคนกลุ่มนี้แหละที่จะเห็นช่องทางทำเงินได้ง่ายขึ้น จัดการธุระพวกนี้เสร็จ เวลาก็ล่วงเลยถึงค่ำ ยังมีสถานที่ระดับไฮเอนด์อีกหลายแห่งที่เย่เฉินยังไม่ได้ไป แต่เขาก็ไม่รีบร้อน เวลา 18:55 น. เย่เฉินขับพอร์ช 911 อาบแสงอาทิตย์อัสดงมาถึงภัตตาคารจวินเยว่ นี่เป็นร้านอาหารที่อยู่เฉียงกับประตูฝั่งตะวันออกของมหาวิทยาลัย เปิดมาสิบกว่าปีแล้ว จุดเด่นคือประหยัดคุ้มค่าและรสชาติอาหารครบเครื่อง งานเลี้ยงฉลองจบการศึกษามาจัดที่นี่ก็นับว่าเหมาะสม เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังกันนัก เมื่อเย่เฉินขับรถมาถึง สายตาของคนบนถนนก็หันมาจับจ้องทันที เย่เฉินทั้งหนุ่ม หล่อ ดูดี สวมใส่ของแบรนด์เนม และยังขับรถหรู จะไม่ให้สะดุดตาได้ยังไง แน่นอนว่าบางคนก็มองด้วยสายตาดูแคลน อาจจะเพราะหมั่นไส้ที่เห็นเขาสร้างภาพ หรือด้วยเหตุผลอื่น อะไรจะยังไงก็ช่าง เย่เฉินเลือกที่จะเมินเฉยทั้งหมด หลังจากจอดรถ เย่เฉินก็เดินตรงไปยังร้านอาหาร ในขณะนั้นเอง เสียงตะโกนด้วยความสงสัยก็ดังขึ้น “เย่เฉิน?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV