ตอนที่ 3

คัดเลือกสะใภ้

1,637 คำ~9 นาที
“ท่านพ่อ ข้าต้องแต่งงานมีบุตรจริงๆ หรือ?” อู๋หรูหลงเผยสีหน้าลำบากใจ กล่าวด้วยท่าทีไม่เต็มใจนัก เดิมทีเขามุ่งมั่นเพียงการบำเพ็ญเพียร ไม่เคยคิดเรื่องความรักใคร่หนุ่มสาวมาก่อน หากมิใช่เพราะบิดาเอ่ยปาก เขาคงไม่มีความคิดเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย อู๋ห่าวถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรำพึงรำพัน “หรูหลงเอ๋ย เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่ามารดาของเจ้ากล่าวไว้ก่อนจากไปว่าอย่างไร? นางหวังว่าเมื่อนางกลับมายังตระกูลอู๋ จะได้เห็นภาพบุตรหลานเต็มบ้านเต็มเมืองอันแสนอบอุ่นเช่นนั้น...” “อีกอย่าง ตระกูลอู๋อันกว้างใหญ่แห่งนี้มีเพียงเราสองพ่อลูก ย่อมดูเงียบเหงาเกินไป ข้าจึงอยากอุ้มหลานแล้ว เจ้าเข้าใจหรือไม่?” เมื่อเห็นบิดาทำหน้าจริงจังเคร่งขรึม อู๋หรูหลงก็พึมพำในใจ ‘ท่านพ่อ ท่านบอกให้ข้าหาภรรยา แต่จะให้ข้าไปหามาจากที่ไหนกันเล่า’ ทว่าเขาเป็นบุตรที่กตัญญู จึงต้องกัดฟันตอบตกลงในที่สุด “แต่ท่านพ่อ เราจะไปหาภรรยาที่ไหนกัน? ในเมื่อตอนนี้เราอาศัยอยู่ในหุบเขาลึกเช่นนี้?” อู๋หรูหลงนึกขึ้นได้จึงถามด้วยความมึนงง อู๋ห่าวชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงเพิ่งนึกได้ว่าตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้ชีวิตสันโดษอยู่ในหุบเขาแห่งนี้มาโดยตลอด เพราะในตอนแรกเขารู้ตัวว่าพรสวรรค์ในการฝึกตนต่ำต้อยและไม่มีตัวช่วยพิเศษใดๆ จึงเลือกมาหลบซ่อนตัวที่นี่ และนั่นก็เป็นเหตุให้เขาได้พบกับ ซูเฉี่ยวหรัน ผู้เป็นภรรยา หลังจากนั้นเพราะต้องการอยู่อย่างเงียบสงบ จึงได้ใช้ชีวิตหลบซ่อนมาตลอด หรือว่าสาเหตุที่บุตรชายยังไม่มีภรรยานั้น เป็นเพราะเขาไม่เคยได้สัมผัสหรือพบเจอสตรีอื่นเลยงั้นหรือ? เมื่อคิดได้ดังนั้น อู๋ห่าวจึงกระแอมไอแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้น วันนี้พ่อจะพาเจ้าเข้าไปเดินเที่ยวในเมืองใกล้ๆ นี้ หากเจ้าถูกใจสตรีคนใดที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ก็เพียงแค่บอกพ่อ เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนไปสู่ขอให้เอง แต่จำไว้ว่า... อย่าเลือกคนที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่เกินไปนักล่ะ” อู๋ห่าวเอ่ยเตือนทิ้งท้าย เพราะก่อนจะมาซ่อนตัว เขาพอจะทราบสถานการณ์ภายนอกอยู่บ้างว่า เจ้าเมืองของเมืองเล็กๆ แถบนี้มีพลังเพียงแค่ระดับก่อกำเนิดเท่านั้น หากเขาทำตัวให้เรียบง่ายเข้าไว้ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เมื่อได้ยินว่าจะได้ออกไปเที่ยว ดวงตาของ อู๋หรูหลง ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที สิบแปดปี... สิบแปดปีเต็มที่เขาติดแหง็กอยู่ที่นี่จนเบื่อเต็มที หากไม่ใช่เพราะคำสั่งห้ามของบิดา เขาคงแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นนานแล้ว บัดนี้เมื่อได้รับอนุญาตให้ไปได้ จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร? “ไปกันเถอะ เราจะมุ่งหน้าไปยังเมืองเบื้องหน้า” อู๋ห่าวกล่าวจบก็เดินออกจากเรือนไป อู๋หรูหลงเห็นดังนั้นก็รีบก้าวเท้าตามไปทันที ในอาณาจักรเสวียนเทียน ผืนดินส่วนใหญ่มักเป็นของไร้เจ้าของ ดังนั้นหลังจากมาตั้งรกราก อู๋ห่าวจึงล้อมพื้นที่ส่วนใหญ่เอาไว้เป็นเรือนพักของตน และไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรืออย่างไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าเข้ามารบกวนเลย ระหว่างทาง อู๋หรูหลงตื่นเต้นราวกับเด็กเล็กๆ เขาเฝ้ามองและสัมผัสทุกอย่างรอบตัวด้วยความสนอกสนใจ อู๋ห่าวก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด เพราะตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาลูกชายของเขาอยู่แต่ในบ้าน ความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ส่วนใหญ่ล้วนมาจากคำบอกเล่าของเขาทั้งสิ้น ไม่นานนัก ภายใต้การนำของอู๋ห่าว ทั้งสองก็มาถึงเมืองข้างหน้า บนประตูเมืองมีป้ายห้อยอยู่เขียนไว้ว่า ‘เมืองอาทิตย์อัสดง’ ผู้คนและเหล่าผู้ฝึกตนเดินเข้าออกเมืองกันอย่างพลุกพล่าน แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง อู๋หรูหลงเพิ่งเคยเห็นมนุษย์คนอื่นที่ไม่ใช่บิดาเป็นครั้งแรก จึงตื่นเต้นจนตะโกนออกมาเสียงดัง “ท่านพ่อ ดูนั่นสิ คน!” “พอแล้วๆ ข้ารู้แล้ว” อู๋ห่าวสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกประหลาดรอบข้าง จึงรีบปรามบุตรชายที่กำลังตื่นเต้นอย่างอายๆ ‘สงสัยจะเป็นความผิดของข้าเองที่พาเขาออกมาเดินเล่นน้อยเกินไป’ เขาค้นหาในแหวนมิติ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นศิลาวิญญาณชั้นเลิศ แต่ศิลาวิญญาณระดับต่ำและระดับกลางก็มีอยู่ไม่น้อย กฎของเมืองอาทิตย์อัสดงคือสามัญชนต้องเสียค่าเข้าเมืองห้าสิบเหวิน ส่วนผู้ฝึกตนต้องเสียศิลาวิญญาณระดับต่ำห้าก้อน ดังนั้นสำหรับผู้ที่พลังบำเพ็ญต่ำกว่าย่อมเข้าออกเมืองได้อย่างยากลำบาก หลังจากจ่ายศิลาวิญญาณระดับต่ำไปสิบก้อน อู๋ห่าวก็พาลูกชายเข้าสู่ตัวเมืองอาทิตย์อัสดง นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบแปดปีที่เขาได้ย่างกรายเข้าสู่เมืองของมนุษย์อีกครั้ง เมื่อเข้ามาด้านใน อู๋ห่าวและบุตรชายได้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของเมืองที่มีร้านค้าและผู้คนเดินกันขวักไขว่ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นสามัญชน แต่ก็มีผู้ฝึกตนอยู่ไม่น้อย ประมาณว่าในสิบคนจะมีผู้ฝึกตนอยู่สองคนเห็นจะได้ อู๋หรูหลงพิจารณาสิ่งรอบตัวพลางวางแผนในใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทันใดนั้นอู๋ห่าวก็เอ่ยขึ้น “ไปเถอะ เราไปหาโรงเตี๊ยมเปิดห้องพักกันก่อน การหาภรรยาไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ภายในวันเดียว” สำหรับเขา การเลือกภรรยาให้ลูกชายไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่างน้อยนางต้องมีพลังบำเพ็ญถึงระดับสร้างรากฐานขึ้นไป แม้ว่าผู้ที่มีระดับพลังสูงจะตั้งครรภ์ยากกว่า แต่ทารกที่เกิดมาก็มักจะมีรากวิญญาณที่ดีกว่าด้วย อู๋หรูหลงเชื่อฟังบิดาอย่างว่าง่าย ทั้งสองเดินมาหยุดหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง อู๋ห่าวหยิบศิลาวิญญาณระดับกลางยี่สิบก้อนวางลงตรงหน้าเถ้าแก่ที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะเหมาห้องพักระดับสวรรค์สองห้อง โรงเตี๊ยมในเมืองอาทิตย์อัสดงมีการแบ่งระดับห้องพักตามระดับชั้นฟ้า ดิน มนุษย์ และหญ้า โดยห้องระดับหญ้าเสียค่าเช่าศิลาวิญญาณระดับต่ำเพียงหนึ่งก้อนต่อวัน ห้องระดับมนุษย์สิบก้อนต่อวัน ห้องระดับดินห้าสิบก้อนต่อวัน และห้องระดับสวรรค์หนึ่งร้อยก้อนต่อวัน อู๋ห่าวไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นี่นานเท่าใด จึงเหมาเช่าไว้ก่อนสิบวัน เมื่อนั่งลงบนเตียงในห้องระดับสวรรค์ อู๋ห่าวก็โบกมือเรียกเถ้าแก่เข้ามา “ท่านแขก มีอะไรให้ข้าบริการหรือขอรับ?” เถ้าแก่ถามด้วยความประหม่า เพราะเห็นอู๋ห่าวควักศิลาวิญญาณระดับกลางยี่สิบก้อนออกมาโดยไม่สะทกสะท้าน ย่อมรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่ อู๋ห่าวไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “เถ้าแก่ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาเยือนเมืองอาทิตย์อัสดง จุดประสงค์ครั้งนี้คืออยากหาภรรยาให้บุตรชาย ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีคำแนะนำบ้างหรือไม่? วางใจเถอะ ข้าต้องการเพียงคนที่มีพลังระดับสร้างรากฐานขึ้นไป ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ คุยกันได้ ขอเพียงนิสัยใจคอใช้ได้ก็พอ หากเจ้าแนะนำคนที่เหมาะสมได้ ศิลาวิญญาณระดับกลางก้อนนี้ข้ามอบให้เป็นรางวัล” เมื่อได้ยินดังนั้นและเห็นศิลาวิญญาณระดับกลางที่อู๋ห่าวหยิบออกมา ดวงตาของเถ้าแก่ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนคนหนึ่ง แม้พลังจะอยู่ในระดับสร้างรากฐานเท่านั้น แต่เขากลับไม่สามารถสัมผัสไอพลังของอู๋ห่าวได้เลย เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีระดับพลังเหนือกว่าเขามาก หรือไม่แน่ว่าอาจถึงระดับก่อกำเนิดแล้วก็เป็นได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มหวั่นใจ รีบโบกมือปฏิเสธ “การได้รับใช้ผู้อาวุโสถือเป็นเกียรติของข้าน้อยแล้ว โปรดเก็บศิลาวิญญาณคืนเถิดขอรับ!” เขาหวาดกลัวว่าหากรับเงินแล้ว อู๋ห่าวอาจจะสังหารเขาทิ้งเพื่อปิดปาก ทว่าอู๋ห่าวกลับรีบร้อนขึ้นมา ทำหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่ไม่ยอมรับของของข้า หรือว่าเจ้าดูแคลนข้ากัน?” สิ้นคำกล่าว อู๋ห่าวก็ปล่อยไอพลังจางๆ ออกมาทั่วร่าง ทำให้เถ้าแก่หวาดกลัวจนตัวสั่น ในความรู้สึกของเขานั้น ไอพลังของอู๋ห่าวราวกับมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่งด้วยพายุ ส่วนตัวเขาเป็นเพียงเรือลำน้อยที่อาจล่มลงได้ทุกเมื่อ เมื่อเป็นเช่นนั้น เถ้าแก่จะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร เขาจึงรีบรับศิลาวิญญาณระดับกลางก้อนนั้นมา ก่อนจะเริ่มสาธยายรายละเอียดของเหล่ากุลสตรีที่มีชื่อเสียงในเมืองอาทิตย์อัสดงออกมาจนหมดสิ้น
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV