ตอนที่ 3
เก้ามหาปราชญ์: นี่น่ะหรือผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน?
2,033 คำ~11 นาที
ใต้ต้นไม้เล็ก
เก้ามหาปราชญ์กำลังต่อสู้กับแมงมุมอย่างดุเดือด
คาดว่าคงไม่มีใครคิดว่า คนที่ถูกเรียกว่าเก้ามหาปราชญ์แห่งโลกเบื้องล่าง พอมาถึงโลกนี้กลับอ่อนแอลงอย่างน่าใจหาย แม้แต่แมลงตัวเดียวก็ยังสู้ได้อย่างยากลำบาก
เมื่อแมงมุมเห็นคนจิ๋วทั้งเก้า มันก็เหมือนเห็นเหยื่อทั้งเก้าชิ้น ขาของมันขยับสลับไปมาบนพื้นด้วยความเร็ว... เร็วอย่างน่าตกใจ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
ในสายตาของซูนิง ความเร็วของแมงมุมนั้นถือว่าธรรมดามาก แต่ในสายตาของเหล่าคนจิ๋ว มันกลับดูน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
"วิชากระบี่จักรพรรดิไร้เทียมทาน!"
คนจิ๋วร่างกำยำในชุดคลุมมังกรทองแผ่รัศมีสีทองเจิดจ้าออกมาจากร่าง ดูราวกับหลอดไฟดวงเล็กๆ รอบกายเขามีรอยสักมังกรทองลางๆ วนเวียนอยู่
มังกรทั้งเก้าคำรามอย่างน่าเกรงขาม... ก่อนจะกลายเป็นกระบี่สวรรค์เก้าเล่มพุ่งเข้าใส่แมงมุม
เพียงแต่กระบี่พวกนั้นมันช่างเล็กเหลือเกิน เล็กยิ่งกว่าไม้จิ้มฟันเสียอีก
ซูนิงมองดูแล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก เอฟเฟกต์พวกนี้ดูดีกว่าดูในหนังเสียอีก
ทว่าแสงกระบี่ที่ฟาดฟันลงบนตัวแมงมุมกลับไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ ที่พุ่งใส่ตัวแมงมุมเท่านั้น
มันพุ่งประชิดตัวมหาปราชญ์คนหนึ่งราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา กรงเล็บกดทับร่างคนจิ๋วไว้ ส่วนก้นพ่นใยออกมา ขาของมันหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
เพียงไม่กี่วินาที คนจิ๋วคนหนึ่งก็ถูกใยแมงมุมพันธนาการไว้จนกลายเป็นดักแด้สีขาวเหมือนก้อนไหมพรม ไม่ว่าคนข้างในจะดิ้นรนหรือแผ่รัศมีออกมามากเพียงใด ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการเกาะกุมของใยแมงมุมนั้นได้
"จักรพรรดิต้าเซี่ย!"
เมื่อเห็นจักรพรรดิต้าเซี่ยถูก 'อสูรโกลาหล' จับตัวไปเพียงชั่วพริบตาจนสูญเสียพลังต่อสู้ ทุกคนก็ใจหายวูบ
อสูรโกลาหล... ช่างน่าสะพรึงกลัวสมคำร่ำลือ!
ทว่าแมงมุมไม่ได้คิดจะปล่อยเหยื่อที่เหลือไป สัญชาตญาณการล่าทำให้มันลุยต่อ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
ขาแปดข้างของมันราวกับติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า มันขยับไปมาบนพื้นเสียงดังแกรกๆ
ปึก!
มันกดร่างของผู้ทะยานสู่เบื้องบนอีกคนลงกับพื้น จากนั้นก็จัดการอย่างรวดเร็ว จนเกิดดักแด้สีขาวอันใหม่ขึ้นมา
เอฟเฟกต์บนตัวคนจิ๋วเหล่านี้ดูสวยงามมาก แต่พลังต่อสู้จริงกลับอ่อนแอน่าเวทนา
...
"อสูรโกลาหลตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราคงถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น" ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของเทพธิดาคุนหลุนเต็มไปด้วยความกังวล
และความเป็นจริงก็เป็นไปตามที่นางคิด มหาปราชญ์คนที่เหลือถูกจับตัวไปทีละคน
ไร้ซึ่งพลังที่จะต้านทาน
แม้แต่เซียนกระบี่ไร้นามที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรโกลาหลก็ยังไม่ต่างจากมดปลวก
"จบสิ้นแล้ว..." ใบหน้าของเทพธิดาคุนหลุนซีดเผือด นางจ้องมองแมงมุมปีศาจด้วยความหวาดกลัว
"วันนี้... ข้าต้องมาจบชีวิตลงที่นี่งั้นหรือ?"
นางรู้สึกไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทีตั้งใจจะมาสร้างชื่อเสียงในแดนเซียน ใครจะไปรู้ว่าพอขึ้นมาถึงกลับต้องถูกฆ่าตายทันที
เทพธิดาคุนหลุนสัมผัสได้ว่า อสูรโกลาหลตัวนี้ดูเหมือนจะใช้แรงไปมาก และมันกำลังต้องการจะกินนางเพื่อฟื้นฟูพลังงาน
"วิชาคุนหลุน!"
นางพนมมือเข้าหากันแล้วแยกออก... ก่อเกิดเป็นวงล้อพลังงานหยินหยางกลางฝ่ามือ
นี่คือวิชาหยินหยางที่เป็นตัวแทนของสัจธรรมสูงสุด
เป็นเคล็ดวิชาที่ล้ำลึกอย่างยิ่ง
และยังเป็นวิชาประจำตัวที่นางใช้บรรลุเป็นมหาปราชญ์
วิชานี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกเฉียนคุน และอานุภาพของมันก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ในอดีต เทพธิดาคุนหลุนเคยสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนด้วยวิชานี้ มันคือวิชาไร้เทียมทานที่เล่าขานกันว่าสามารถสังหารเซียนและเทพได้
ตูม!
ฝ่ามือทั้งสองพุ่งออกไป
วิชาหยินหยางพ่วงด้วยกระแสสายฟ้าจางๆ พุ่งเข้าใส่แมงมุม
นี่คือไม้ตายสุดท้ายของเทพธิดาคุนหลุน หลังจากโจมตีออกไป ร่างของนางก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
อ่อนแรงถึงขีดสุด
ป๊อป...
ทว่าไม้ตายที่นางคิดว่าสังหารเซียนและเทพได้ เมื่อกระทบเข้ากับอสูรโกลาหล มันกลับเหมือนฟองสบู่เล็กๆ ที่แตกออก ไม่เกิดผลใดๆ เลยแม้แต่น้อย
กระทั่งจะทำให้มันคันก็ยังทำไม่ได้
"นี่น่ะหรือ... ความน่ากลัวของอสูรโกลาหล..."
"โลกใบนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก มิน่าล่ะท่านอาวุโสรุ่นก่อนที่ทะยานขึ้นมาถึงได้เตือนว่าอย่าทะยานขึ้นมาเลย มิน่าล่ะรอบๆ นี้ถึงได้มีโครงกระดูกของรุ่นพี่มากมายขนาดนี้..."
"เฮ้อ..." เทพธิดาคุนหลุนทรุดลงกับพื้น นางสิ้นสิ้นแรงจะสู้แล้ว
นางทำได้เพียงยิ้มขื่นมองดูแมงมุมที่พุ่งเข้ามาหาตนอย่างรวดเร็ว
ต้องตายแล้ว...
นั่นคือความรู้สึกแรกของนาง
ตั้งแต่ต้นจนจบ เก้ามหาปราชญ์ไม่สังเกตเห็นเลยว่าบนท้องฟ้า... มี 'ยักษ์' ตนหนึ่งกำลังยืนดูการต่อสู้ของพวกเขาอยู่
เมื่อการต่อสู้ใกล้จะจบลง ซูนิงก็ดูจนพอใจแล้ว
ในจังหวะที่เทพธิดาคุนหลุนกำลังจะถูกแมงมุมจู่โจม เขาก็ยื่นนิ้วมือออกมาหนึ่งนิ้วแล้วจิ้มลงไปที่พื้น
แปะ...
แมงมุมตัวนั้นถูกนิ้วของเขาบดขยี้จนแหลกคามือทันที
ขาแปดข้างและส่วนหัวดิ้นพรวดพราดอยู่บนพื้นสองสามที ก่อนจะนิ่งสนิทไป
ของเหลวจากตัวแมงมุมสาดกระจายเต็มพื้น
"เอ่อ... สะเพร่าไปหน่อย... สกปรกชะมัด รู้อย่างนี้ใช้กิ่งไม้เขี่ยก็ดีหรอก" ซูนิงเอ่ยออกมาด้วยความรังเกียจ
ยังดีที่มือของเขาเองก็ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ เพราะตรากตรำทำงานในสวนมาทั้งวันจนเปื้อนโคลนเต็มไปหมด เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันสกปรกมากนัก
แปะ แปะ แปะ...
เขาตบมือเข้าหากัน
ราวกับได้ทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรลงไป
ซึ่งความจริงมันก็เป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ นั่นแหละ
ทว่าบนพื้นดินนั้น เทพธิดาคุนหลุนกลับตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เมื่อครู่นี้ ในตอนที่นางคิดว่าตนเองต้องตายแน่ๆ จู่ๆ... ก็มีนิ้วมือยักษ์มหึมาตกลงมาจากฟากฟ้า แล้วบดขยี้อสูรโกลาหลที่ไร้เทียมทานตัวนั้น... จนกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา?
นี่มัน!
นางรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของแมงมุมปีศาจโกลาหลตัวนี้ดี แม้แต่เก้ามหาปราชญ์รวมพลังกันยังทำอะไรมันไม่ได้ แต่นิ้วนี้... กลับปลิดชีพมันได้ในชั่วพริบตา?
เจ้าของนิ้วมือนี้ จะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ระดับไหนกัน!
นี่น่ะหรือ... ผู้คนในแดนเซียน?
นางตื่นตะลึงจนถึงที่สุด
นางเงยหน้าขึ้นมอง และในที่สุดก็สังเกตเห็นยักษ์ใหญ่ที่อยู่บนฟากฟ้า
ร่างกายของยักษ์ตนนั้นใหญ่โตจนเต็มผืนนภา
ช่างสูงใหญ่และมหึมาเหลือเกิน
คนบนท้องฟ้านั้นดูเยาว์วัยนัก มีใบหน้าที่หล่อเหลาดูสะอาดสะอ้าน ราวกับปัญญาชนผู้อ่อนโยน
แถมยังดูดีมากด้วย
แน่นอนว่าเทพธิดาคุนหลุนไม่มีทางคิดว่าคนผู้นี้จะอ่อนโยนไร้พิษสงจริงๆ เพราะเขาสามารถกำจัดอสูรโกลาหลได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "สกปรกชะมัด" พร้อมสีหน้ารังเกียจนั่น... ยิ่งทำให้เทพธิดาคุนหลุนรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา
ส่วนเรื่องอายุ...
ในโลกแห่งการฝึกตนไม่มีใครตัดสินอายุจริงจากหน้าตากันหรอก ในเมื่อคนผู้นี้แข็งแกร่งปานนี้ เขาต้องมีอายุยืนยาวมาหลายยุคหลายสมัยอย่างแน่นอน
เขาต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน
ต่อให้ไม่ใช่เจ้าชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ก็ต้องเป็นจอมยุทธ์ผู้มีอำนาจเหนือใคร
"ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ยื่นมือเข้าช่วย ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสคือผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดในแดนเซียนหรือเจ้าคะ? พวกเราคือนักพรตจากโลกเบื้องล่างที่ทะยานขึ้นมา หากท่านอาวุโสไม่รังเกียจ ข้าพเจ้ายินดีจะเข้าร่วมสำนักของท่านอาวุโส ขอท่านอาวุโสโปรดเมตตารับไว้ด้วยเถิด" เทพธิดาคุนหลุนรับรู้ได้ทันทีว่านี่อาจเป็นวาสนาครั้งใหญ่ และอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะมีชีวิตรอดในแดนเซียนได้ โครงกระดูกของรุ่นพี่รอบต้นไม้โลกคือบทเรียนที่เห็นได้ชัด
"แม้จะเป็นการเสียมารยาท แต่ขอท่านอาวุโสโปรดเมตตารับพวกเราไว้ด้วย ต่อให้ต้องเป็นคนรับใช้ข้างกายท่าน ข้าพเจ้ายินดีทั้งสิ้น" นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรั้งฟางเส้นสุดท้ายนี้ไว้ กองกระดูกขาวโพลนรอบกายคือบทเรียนราคาแพง
หากไร้ที่พึ่งพิง การจะมีชีวิตรอดในโลกที่น่าสะพรึงกลัวนี้ย่อมเป็นปัญหาใหญ่
การได้เกาะขาผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไว้ ย่อมมีแต่ผลดีไม่มีผลเสีย
แค่อสูรโกลาหลเพียงตัวเดียวพวกเขาก็ยังรับมือไม่ไหว แต่ตัวตนระดับนั้น... กลับถูกคนผู้นี้ใช้นิ้วเดียวบดขยี้จนตาย จินตนาการได้เลยว่าโลกนี้อันตรายเพียงใด
ดังนั้น... ต้องคว้าโอกาสที่จะรอดชีวิตนี้ไว้ให้ได้
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม...
"เอ่อ... สำนัก? ผู้ยิ่งใหญ่?" ซูนิงได้ยินแล้วก็รู้สึกเก้อเขิน
พูดเหมือนในนิยายเลย
ในโลกนี้ ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ใกล้จะตายอยู่แล้ว
"ผมไม่มีสำนัก แล้วก็ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่อะไรทั้งนั้น" ซูนิงได้ยินเสียงที่คนจิ๋วพูด แม้เสียงของนางจะเบามาก แต่ถ้าตั้งใจฟังดีๆ ก็ยังพอจะได้ยินบ้าง
แต่เสียงของซูนิงที่เข้าหูพวกเขา กลับดังสนั่นกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
"ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่หรือไม่ ขอท่านอาวุโสโปรดรับไว้ด้วยเถิด... พวกเรายินดีรับใช้ท่านอาวุโสอยู่ข้างกาย แม้ไม่รับเป็นศิษย์ก็ได้เจ้าค่ะ" เทพธิดาคุนหลุนกล่าว
รับใช้ข้างกาย?
หากเรื่องนี้แพร่ออกไปถึงโลกเบื้องล่าง นักพรตจำนวนมหาศาลคงต้องตกตะลึงจนตาค้าง นางคือเทพธิดาคุนหลุนเชียวนะ ปกตินางทนงตนเป็นที่สุด อย่าว่าแต่ยอมรับใช้ข้างกายเลย แค่เพียงได้ปรายตามองนาง ก็นับว่าเป็นวาสนาสูงสุดแล้ว... แต่ตอนนี้นางกลับเสนอตัวขอรับใช้ซูนิง
แน่นอนว่านางไม่มีทางเลือกอื่น นางไม่อยากกลายเป็นกองกระดูกที่สูญสิ้นความงามไปเหมือนคนรอบๆ นี้
ตอนนี้ไม่ว่าจะวิธีไหน ขอแค่ให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ก็พอ และไม่ต้องสงสัยเลยว่ายักษ์ตนนี้... คือโอกาสรอดเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา
มีเพียงการได้รับการคุ้มครองจากเซียนเท่านั้น ถึงจะอยู่รอดในที่แห่งนี้ได้
ในสายตาของเทพธิดาคุนหลุน ซูนิงคือตัวตนที่แข็งแกร่งจนฝืนกฎสวรรค์ การได้ติดตามเขา ถือเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดมิได้
......
......
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน