ตอนที่ 1

ทะลุมิติ

1,764 คำ~9 นาที
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตรงเวลา จี้เหอสะดุ้งตื่นจากเตียง เธอพลิกตัวลืมตาจ้องมองเพดานอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเรียกสติก่อนจะลุกขึ้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคว้าขนมปังแผ่นหนึ่งมากินประทังหิวอย่างลวกๆ เธอเพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้เมื่อวาน ตอนนั้นร่างกายนี้มีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส เธอต้องฝืนสังขารกินยาเพื่อลดไข้ไปเม็ดหนึ่งก่อนจะหลับใหลไม่ได้สติไปอีกรอบ การหลับครั้งนี้ไม่สบายตัวนัก เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลายหน แถมกลางดึกยังฝันร้าย เห็นภาพแปลกประหลาดพิสดารและโลกที่พังทลายลงมา พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอจึงรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ในอีกภพชาติหนึ่งจริงๆ เจ้าของร่างเดิมเป็นนักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปี พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะรีบเดินทางกลับมาจัดงานวันเกิดครบรอบ 18 ปีให้เธอ เด็กสาวทนรับความสูญเสียไม่ไหว หลังจากจัดการงานศพพ่อแม่เสร็จสิ้น เธอก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจนต้องลาออกจากโรงเรียน เมื่อวานนี้คือวันที่ห้าที่เธอมีไข้สูงติดต่อกัน 40 องศา ร่างกายทนไม่ไหวจนวิญญาณหลุดลอยไปในที่สุด และนั่นคือตอนที่จี้เหอทะลุมิติมาเข้าร่างนี้ ชาติก่อนจี้เหอเป็นเด็กกำพร้า เธอมักจะใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นพวกยึดถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งตามมาตรฐาน หลังจากพบว่าตัวเองมี 'มิติลี้ลับ' สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ 'ฉันจะรวยแล้ว' เมื่อรู้เงื่อนไขในการอัปเกรดมิติ เธอจึงรีบมุ่งหน้าไปยังชายทะเลเพื่อเก็บน้ำทะเลมาอัปเกรด โดยยอมกัดฟันควักเงินโบกแท็กซี่ตรงดิ่งไปที่นั่นทันที ใครจะไปรู้ว่าคนขับคนนั้นจะเป็นพวกคลั่งรักขั้นหนัก ขับรถไปพลางส่งข้อความเสียงหาแฟนสาวไปพลาง กว่าจี้เหอจะสังเกตเห็นว่ารถคันข้างหน้ามีท่าทีผิดปกติ เขาก็ปฏิกิริยาตอบโต้ไม่ทันเสียแล้ว และสัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำให้เขาหักเลี้ยวส่งฝั่งที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับเข้าไปรับแรงกระแทกเต็มๆ เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง คิดมาถึงตรงนี้ จี้เหอก็ได้แต่ถอนหายใจยาว จะมีใครซวยปานนี้บ้าง ได้มิติมาปุ๊บ วันรุ่งขึ้นก็ตายปั๊บ? นี่มันกะจะให้เธอตายตาไม่หลับชัดๆ แม้ในใจจะคิดฟุ้งซ่าน แต่หยิบจับอะไรก็ยังว่องไว เธอรีบยัดขนมปังเข้าปากไม่กี่คำจนหมด เก็บสัมภาระที่เตรียมไว้เข้ามิติ แล้วจึงออกจากบ้านไปขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ ตอนนี้รถแท็กซี่คือสิ่งที่เธอยังไม่กล้านั่ง รถไฟใต้ดินคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง? หลังจากที่ไข้ลดลงบ้างเมื่อวาน เธอได้ตรวจสอบสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว ข่าวดีคือมิตินั้นตามเธอมาด้วย แม้จะยังอยู่ในสถานะเริ่มต้น ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ดินดำ และฝั่งขวาเป็นห้องว่าง พื้นที่ของทั้งสองส่วนต่างกันพอสมควร พื้นที่เพาะปลูกมีขนาดประมาณ 20 กว่าตารางเมตร ส่วนพื้นที่เก็บของมีขนาดประมาณ 50 กว่าตารางเมตร เธอเคยทดสอบมาแล้ว ดินดำสามารถปลูกพืชได้ ส่วนห้องว่างใช้เก็บของและเวลาภายในนั้นจะหยุดนิ่ง ในพื้นที่เพาะปลูกมีป้ายประกาศแจ้งเตือน แสดงเวลาที่สามารถเข้าไปอยู่ได้ในแต่ละวันและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการอัปเกรด ตอนนี้มิติอนุญาตให้เข้าได้เพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่สามารถสะสมเวลาได้ เธอไม่กล้าใช้พร่ำเพรื่อ กะว่าจะเก็บไว้ใช้ตอนเข้าไปทำไร่ทำนาจริงๆ ตอนนี้จึงสะสมเวลาได้สองชั่วโมงแล้ว เงื่อนไขการเลื่อนระดับจากเลเวล 1 ไปเลเวล 2 นั้นง่ายมาก คือต้องการน้ำทะเลและทราย แต่ไม่ได้ระบุจำนวน การอัปเกรดมิติได้กลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของเธอในตอนนี้ไปแล้ว เมื่อวานนี้เธอไม่สนว่าไข้จะลดหรือไม่ ลากสังขารที่ป่วยโซกัดฟันจองตั๋วรถไฟเที่ยว 7 โมง 40 นาทีของเช้านี้ เพื่อเดินทางไปยังเมืองชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด เมื่อได้นั่งบนรถไฟและสัมผัสไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ จี้เหอถึงค่อยกล้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าเศษๆ แต่ข้างนอกนั่นกลับร้อนระอุราวกับมีไฟลุกโชน ตลอดทางที่ผ่านมาเธอรู้สึกร้อนจนเริ่มหายใจลำบาก อาจเพราะเพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ หลังจากตรากตรำมาทั้งเช้า เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามหน้าผากไม่หยุด เธอจึงตัดสินใจหลับตาลงพิงพนักเก้าอี้เพื่อพักผ่อน จังหวะนั้นเอง เสียงจ้อกแจ้กจอแจของเด็กสาวกลุ่มหนึ่งข้างๆ ก็ลอยเข้าหู "ร้อนจะตายอยู่แล้ว! นี่เพิ่งต้นเดือนมีนาคมเองนะ ร้อนยังกับเดือนสิงหาคมปีก่อนๆ เลย!" "ฉันดูข่าวมาผู้เชี่ยวชาญบอกว่าปีนี้อุณหภูมิอาจจะสูงกว่าปกติ เห็นว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย" "พวกผู้เชี่ยวชาญก็พูดงี้ทุกปี ไม่เห็นจะคิดวิธีแก้ปัญหาอะไรเลย" "ร้อนก็ดีไม่ใช่เหรอ? จะได้ใส่กระโปรงเร็วหน่อยไง! ดูสิ กระโปรงตัวใหม่ที่ฉันซื้อมาสวยไหม?" "สวยๆ ซื้อที่ไหนเหรอ?" แล้วพวกเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นกันอย่างสนุกสนาน แต่จี้เหอที่ได้ยินเรื่องอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น เปลือกตาขวาของเธอก็เริ่มกระตุกไม่หยุด มันทำให้เธอข่มตาหลับไม่ลงอีกต่อไป อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความฝันที่พิลึกพิลั่นเมื่อคืน พื้นทวีปที่แตกสลาย ใบหน้าที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ของผู้คน แต่มองดูแล้วทวีปนั่นไม่ใช่โลกใบนี้นี่นา เธอครุ่นคิดอยู่นานก็หาคำตอบไม่ได้ จึงทำได้เพียงเก็บมันไว้ในใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาพยากรณ์อากาศล่าสุด เป็นอย่างที่คิด อุณหภูมิสูงกว่าปีก่อนๆ จริงๆ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่มีใครใส่ใจ เพราะแค่อากาศร้อนขึ้นนิดหน่อย ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไปตามปกติ แต่จี้เหอไม่ใช่คนทั่วไป เธอเพิ่งผ่านความตายมาหมาดๆ ย่อมรักตัวกลัวตายเป็นพิเศษ ประกอบกับอาการเปลือกตาขวากระตุกยิบๆ ในตอนนี้ ยิ่งทำให้ลางสังหรณ์ไม่ดีในใจรุนแรงขึ้่น เธอวางโทรศัพท์ลงบนตักดังปึก ลูบหน้าอกปลอบขวัญตัวเอง และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าไม่ว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เธอก็จะกว้านซื้อเสบียงกักตุนไว้ให้มากที่สุด อย่างมากถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่เก็บไว้กินเองไปเรื่อยๆ ยังไงในมิติเก็บของ ของก็ไม่มีวันเสียอยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอเริ่มคำนวณเงินทุนที่มีและรายการสิ่งของที่ต้องซื้อ ครอบครัวเดิมฐานะปานกลาง เงินในมือไม่ได้มีมากมายนัก นอกจากบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่มีลานบ้านตั้งอยู่ชานเมืองแล้ว ก็มีเงินฝากอีกประมาณสามแสนกว่าหยวน ทุกอย่างยังไม่แน่นอน เธอไม่รู้ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นจริงไหม จะเกิดเมื่อไหร่ หรือจะเป็นภัยพิบัติรูปแบบไหน ดังนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมจึงมีค่อนข้างเยอะ เท่าที่เธอรู้ ภัยพิบัติมีหลายประเภท ทั้งร้อนจัด หนาวจัด แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฝนกรด รังสีนิวเคลียร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ยังมีพวไวรัส อย่างซอมบี้ โรคระบาด หรือปรสิต หรือแม้แต่การรุกรานจากอารยธรรมต่างดาว หรือการฟื้นคืนของพลังปราณ พอนั่งนับดูในใจ จี้เหอก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย กลับยิ่งรู้สึกทุกข์ใจเข้าไปใหญ่ ถ้าภัยพวกนี้ดาหน้ากันเข้ามาครบชุด เธอจะมีชีวิตรอดไหมเนี่ย? คงต้องไปเกิดใหม่เป็นเต่าหมื่นปีมุดอยู่ใจกลางโลกถึงจะรอดกระมัง? ถึงจะรู้สึกสิ้นหวัง แต่จี้เหอก็ยังคงร่างรายการซื้อของในโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว คร่าวๆ คือ อาหาร น้ำ ยา และเทคโนโลยีเพื่อการเอาตัวรอด อาหารเธอไม่กะจะซื้อทีละมากๆ ไม่ใช่เพราะจน แต่เพราะปลูกเองมันคุ้มค่ากว่า ส่วนน้ำ เธอตั้งใจจะซื้อเฉพาะน้ำดื่มสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนน้ำใช้อื่นๆ เธอสามารถขุดหลุมในพื้นที่มิติ แล้วไป 'ยืม' มาจากอ่างเก็บน้ำได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้อีกโข ส่วนเรื่องยาไม่มีอะไรต้องพูดมาก เรื่องนี้ประหยัดไม่ได้เลย หากภัยธรรมชาติมาเยือนจริงๆ แล้วไม่มียา ต่อให้มีอาหารมากมายแค่ไหนก็หนีความตายไม่พ้น เทคโนโลยีเอาตัวรอดก็ประหยัดไม่ได้เช่นกัน ของพวกนี้เกรดสูงกับเกรดต่ำราคาต่างกันลิบลับ ของเกรดพรีเมียมนั้นดีทุกอย่างยกเว้นราคา ซึ่งเธอก็ไม่ได้หวังสูงขนาดนั้น ขอแค่เกรดปานกลางก็พอ เพราะมันเกี่ยวพันกับชีวิต เธอไม่ล้อเล่นกับของถูกแน่นอน ขณะที่จี้เหอจดรายการสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดและเริ่มคำนวณบัญชี ก็พบว่าเงินในมือไม่พอเลยสักนิด เธอจึงต้องตัดนั่นลดนี่ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ไม่จำเป็นไว้ข้างหลัง แล้วตุนของที่จำเป็นจริงๆ ก่อน ในขณะที่จี้เหอจดจ่อกับการคำนวณ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวเสียงประกาศสถานีรถไฟก็ดังขึ้น จี้เหอต้องหยุดความคิดทุกอย่างไว้ก่อน เธอคว้ากระเป๋าเดินทางแล้วแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนเพื่อเตรียมตัวลงจากรถ ตอนอยู่บนรถเธอได้คิดไว้แล้ว ว่าจะซื้อของก่อนหรือจะอัปเกรดมิติก่อนดึ...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV